ออสเตรเลียเป็นประเทศกว้างใหญ่ไพศาล หนึ่งประเทศคือหนึ่งทวีป ความยิ่งใหญ่นี้สะท้อนให้เห็นด้วยพืชพรรณาธัญญาหารอันหลากหลาย ที่บัดนี้มีวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตไทยเรียบร้อยแล้ว และโดดเด่นยิ่งขึ้นในงาน Discover Australia 2026 งานใหญ่ประจำปีที่นำสินค้าอาหารระดับพรีเมียมจากทั้งหกรัฐของออสเตรเลียมาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ลิ้มลอง
ภายในงานมีสินค้าส่งตรงจากออสเตรเลียมากว่า 1,000 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อแกะ ผักผลไม้สด ผลิตภัณฑ์จากนมวัว อาหารทะเลและอาหารสำเร็จรูปอีกหลากหลาย คาเมรอน อัลลัน ทูตพาณิชย์ออสเตรเลีย เล่าว่า แคมเปญดิสคัฟเวอร์ออสเตรเลีย 2026 (Discover Australia 2026) เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ออสเทรด) กับ Tops ที่มีสาขาเข้าร่วมกิจกรรม 98 สาขา กิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย Australian Food Fair เทศกาลอาหารอร่อยที่รวมร้านเด็ดร้านดัง จัดเสิร์ฟเมนูพิเศษรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบคุณภาพจากออสเตรเลียให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ชิมความอร่อย และ Aussie Meat Lover Special Buffet Menu เมนูบุฟเฟต์เนื้อออสเตรเลียสุดพิเศษ
“ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญจริงๆ คือการนำสินค้าเข้ามาอยู่ในชีวิต เมื่อผู้คนได้ลองสินค้าออสเตรเลีย พวกเขาจะอยากรับประทาน นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญให้ได้ลิ้มลองครับ” ทูตพาณิชย์กล่าวและว่า นอกเหนือจากออสเทรดและ Tops แล้ว งานนี้ยังมีองค์กรอุตสาหกรรมสำคัญของออสเตรเลียมาร่วมด้วย เช่น คณะกรรมการอัลมอนด์ออสเตรเลีย สมาคมองุ่นออสเตรเลีย องค์กรผลไม้ รวมถึงรัฐบาลของทั้งหกรัฐ ถือเป็น “ทีมออสเตรเลีย” อย่างแท้จริง ช่วยกันนำเสนอผลผลิตจากทั่วประเทศสู่ผู้บริโภคชาวไทย
หากมองภาพรวมของตลาด ทุกวันนี้ภาคค้าปลีกและอาหารของไทยพัฒนาไปเร็วมาก ทูตพาณิชย์ก็มองเห็นโอกาสสำหรับผู้ส่งออกออสเตรเลีย โดยมองว่า ภาคอาหารและเครื่องดื่มของไทยน่าสนใจมาก ปี 2024 การนำเข้าอาหารที่เน้นผู้บริโภคของไทยทะลุ 8.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้าและคาดการณ์ว่ายอดค้าปลีกอาหารบรรจุหีบห่อจะเติบโตขึ้นเป็น 2.35 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 ดังนั้นจึงเป็นโอกาสอย่างแท้จริงของภาคอาหารและเครื่องดื่มที่กำลังโตวันโตคืน
“ออสเตรเลียเป็นซัพพลายเออร์ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อผู้บริโภคใหญ่สุดรายหนึ่งในไทย เรามีฐานอันแข็งแกร่งให้ต่อยอด ตอนนี้โอกาสสำหรับออสเตรเลียมีแต่จะยิ่งลงลึก มีสินค้าใหม่ๆ หลากชนิดเข้ามามากขึ้น เฉพาะในท็อปส์มีกว่า 1,400 รายการ เราหาโอกาสจะขยายการเติบโตออกไปอีก ช่องทางที่เราเน้นคือโมเดิร์นเทรด พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ต ควบคู่ไปกับร้านค้าออนไลน์ที่ผู้บริโภคชาวไทยกำลังค้นหาอาหารนำเข้า”
- เร่งสร้างการรับรู้แบรนด์
ด้วยความแข็งแกร่งดังกล่าวทูตพาณิชย์จึงหวังสร้างความร่วมมือกับผลิตภัณฑ์จากออสเตรเลียเพื่อลงทุนสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านช่องทางการค้าสมัยใหม่ในประเทศไทย
ส่วนความร่วมมือในอนาคตเพื่อสร้างประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย อัลลันมองว่า การค้าขายระหว่างไทยกับออสเตรเลียอยู่ในสถานะที่ดีมากอยู่แล้ว แต่ละปีออสเตรเลียส่งออกสินค้ามาไทยเป็นพันๆ ล้านดอลลาร์ แต่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก งาน Australian Food Fair เป็นช่องทางที่ดีมากทำให้ผู้บริโภคได้สร้างความคุ้นเคยและสร้างความไว้วางใจในสินค้าออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง
“วิธีหนึ่งที่จะทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกันได้คือ การทำให้แน่ใจได้ว่าบริษัทออสเตรเลียจะก้าวข้ามการส่งออกครั้งเดียวไปสู่การสร้างแบรนด์และสร้างความร่วมมือระยะยาวในประเทศไทยอย่างแท้จริง ทำงานกับห้างค้าปลีก ลงทุนในตลาดท้องถิ่น ปรับให้เข้ากับความชอบของคนไทย” ที่เป็นเช่นนี้ทูตพาณิชย์ย้ำว่า เพราะประเทศไทยเป็นประตูสำคัญสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน ออสเทรดต้องการกระตุ้นให้บริษัออสเตรเลียเข้ามาไทยมากขึ้นในฐานะประตูสู่ภูมิภาค
“ที่ผมอยากย้ำก็คือเมื่อเราพูดถึงการเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โชคดีมากเลยที่เรามีข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลียกันตั้งแต่ปี 2005 มาถึงปี 2026 อาหารและเครื่องดื่มที่นำเข้ามายังประเทศไทยจึงไม่มีภาษีแล้ว เท่ากับว่ามีโครงสร้างอันดีอำนวยความสะดวกทางการค้า ปัญหาในขณะนี้จึงไม่ใช่การเข้าถึงตลาดหรือภาษี แต่เป็นการสร้างแบรนด์และรักษาพันธมิตรค้าปลีกไว้ให้ต่อเนื่อง”
- ของดีของเด็ดออสเตรเลีย
ทูตพาณิชย์กล่าวต่อไปว่า เมื่อพูดถึงออสเตรเลีย คนมักคิดถึงเนื้อสัตว์ พวกเนื้อวัว เนื้อแกะ ที่คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังสนใจมากขึ้น เมื่อได้ลองก็ชื่นชอบแล้วเริ่มบริโภคกันมากกว่าเดิม
“ยังมีตัวเลือกอื่นๆ อีกมากมายจากออสเตรเลียที่อาจไม่โดดเด่นเท่า เช่น เรามีอัลมอนด์คุณภาพระดับโลก และเราเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอัลมอนด์รายใหญ่ที่สุดของโลก อะโวคาโดของออสเตรเลียก็ได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องุ่นและผลไม้ที่มีเมล็ดแข็งของเราก็มีคุณภาพสูงและหลากหลายสายพันธุ์ เหมาะสำหรับแบ่งกันกับเพื่อนๆ” อัลลันกล่าวและว่า สิ่งที่ออสเตรเลียสร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนคือ "เรามีสินค้าหลากหลายมาก" เนื่องจากหกรัฐของออสเตรเลียมีสภาพภูมิอากาศแตกต่างกัน ผลิตสินค้าแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น แทสเมเนียทางตอนใต้ สามารถผลิตปลาแซลมอนเนื้อสวยงามได้ ควีนส์แลนด์มีผลไม้เมืองร้อนเพราะมีความชื้นมาก หรืออย่างเซาท์ออสเตรเลียปลูกอัลมอนด์ ความหลากหลายเหล่านี้เป็นความน่าตื่นเต้นของสินค้าจากออสเตรเลีย
คุยกันมานานเรื่องอาหารออสเตรเลียกับทูตพาณิชย์ที่เคยดำรงตำแหน่งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเชี่ยวชาญจนพูดภาษาลาวได้ปร๋อ มาถึงคำถามสุดท้ายว่าเมนูจานโปรดของเขาที่ปรุงโดยเนื้อแกะหรือเนื้อวัวจากออสเตรเลียคืออะไร เจ้าตัวตอบว่า อาหารจานโปรดของเขาคือแหนมข้าวที่เป็นอาหารลาว
"ผมไม่เคยเห็นเมนูนี้ทำจากแกะเลยครับ ส่วนเมนูเนื้อแกะของโปรดล่าสุดที่ได้ชิมคือมัสมั่นแกะ แต่ผมก็อยากเห็นอาหารอีสานใช้เนื้อแกะนะครับ ผมรู้สึกว่าจิตวิญญาณของผมเชื่อมโยงกับภาคอีสาน ผมว่า เมนูอีสานน่าจะใช้เนื้อแกะแทนเนื้อวัวได้ครับ" ทูตพาณิชย์แนะนำ ฟังแล้วน่าทดลอง
- ชิมเนื้ออร่อยกับเชฟณัฐ 'Aussie Beef Mates'
พูดเรื่องเนื้อออสเตรเลียต้องคุยกับเชฟณัฐ ดร.ณัฐศศิ หนูอินทร์ Meat & Livestock Australia (MLA) Ambassador ตำแหน่ง Aussie Beef Mates ที่มาแนะนำเมนูใหม่ทำจากเนื้อวัวและเนื้อแกะออสเตรเลีย ทั้งวากิวเกี๊ยวซ่า เนื้อแดดเดียว เนื้อพิคันยาส่วนขาหลังเสิร์ฟคู่กับอีสานชิมิชูรีซอส เมนูเนื้อแกะเป็นแลมบ์แร็คเสิร์ฟคู่กับซอสมัสมั่น
เชฟณัฐให้เหตุผลที่เลือกใช้เนื้อออสเตรเลียว่า มีความสม่ำเสมอ (Consistency) สูง ไม่ว่าจะสั่งวันไหนก็ได้คุณภาพเดิมเสมอ เนื้อมีการแบ่งเกรดชัดเจน เช่น Grass-fed, Grain-fed ระยะเวลาการเลี้ยงชัดเจน ระบุว่าเป็นเนื้อวากิว มีโลโก้ MSA ช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายและมั่นใจในคุณภาพว่าเปิดกล่องออกมาแล้วคุณภาพเหมือนกันหมด
"เนื้อวัวออสเตรเลียสามารถทานได้ตั้งแต่ 'หัวจรดหาง' นำมาทำอาหารได้ทุกสัญชาติ ทั้งไทย ฝรั่ง หรือเอเชีย มั่นใจได้ในคุณภาพ เชฟสามารถเลือกตัดแต่งชิ้นส่วนต่างๆ ไปทำอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสเต็ก เนื้อตุ๋น เนื้อย่าง เนื้อผัด หรือชาบู โดยมั่นใจว่าเนื้อจะไม่เหนียว" เชฟณัฐกล่าว
ส่วนเนื้อแกะที่คนไทยยังคาใจเรื่องกลิ่น เชฟณัฐตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันคนไทยเปิดใจรับประทานเนื้อแกะมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่รับประทานเนื้อวัว ที่ร้านอาหารของเชฟเองพบว่ากว่า 70% ของลูกค้าที่ไม่รับประทานเนื้อวัวกลับยอมรับประทานเนื้อแกะ โดยเชฟใช้เทคนิคเฟลมเบ้ (Flambé) ด้วยไวน์หรือบรั่นดี เพื่อลดความคาวหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ โดยไม่จำเป็นต้องกลบกลิ่นดั้งเดิมของเนื้อแกะ
สำหรับการทำเนื้อแกะรับประทานเองที่บ้านนั้น เชฟณัฐกล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคเข้าถึงวิธีปรุงได้ง่ายผ่านโซเชียลมีเดีย
“เพียงแค่ซับเนื้อให้แห้ง โรยเกลือ พริกไทย และชโลมน้ำมันมะกอกก็สามารถย่างได้แล้ว หรือจะใช้วิธีซูวี (Sous-vide) แล้วค่อยนำมาย่าง หรือนำไปอบก็ได้ค่ะ” เชฟณัฐกล่าวพร้อมยืนยันว่า แม้มีเพียงกระทะใบเดียวและเตาไฟฟ้าในคอนโด ก็สามารถทำเนื้อแกะให้อร่อยได้ หากต้องการระดับความสุก Medium Rare ให้ใช้ไฟแรงในการจี่เนื้อในกระทะ แล้วต้องมีการพักเนื้อ ก่อนนำกลับไปย่างอีกครั้ง ส่วนอุปกรณ์สมัยใหม่อย่างหม้อทอดไร้น้ำมัน ไมโครเวฟ หรือเตาอินดักชั่นก็ทำเมนูแกะได้เช่นกัน
ก่อนจากกันเชฟณัฐแนะนำว่า เนื้อแกะมีหลายเกรด หากมีงบประมาณจำกัด (ประมาณ 600-700 บาท) แนะนำให้ซื้อ Standard Cut ซึ่งอาจติดกระดูกบ้าง แต่สามารถนำกระดูกไปทำสต็อกและได้ส่วนเนื้อแดงเพิ่ม ส่วนผู้ที่มีงบมากหน่อยอาจเลือกแบบ Cap-on หรือ Cap-off ที่เลาะกระดูกมาให้แล้ว
Australian Food Fair ยังมีไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊คเพจ Australia Embassy, Thailand ของสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย





