วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ของแพง’ ทั้งแผ่นดินสหรัฐ พลังงาน-อาหารพุ่งเป็นลูกโซ่

‘ของแพง’ ทั้งแผ่นดินสหรัฐ พลังงาน-อาหารพุ่งเป็นลูกโซ่

แม้สงครามจะเกิดขึ้นไกลในตะวันออกกลาง แต่แรงกระแทกกำลังส่งตรงถึงชีวิตประจำวันของ ‘ชาวอเมริกัน’ เมื่อน้ำมันแพง จุดชนวนให้ต้นทุนสินค้านำเข้า อาหาร และค่าครองชีพขยับขึ้นเป็นลูกโซ่ยกแผง เงินเฟ้อที่เคยชะลอ กลับมา ‘กัดกิน’ กำลังซื้ออีกครั้ง

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ราคาสินค้านำเข้าสหรัฐ “พุ่งแรงสุดในรอบ 4 ปี” ในเดือนกุมภาพันธ์ หลังต้นทุนพลังงานทะยานขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นอีกสัญญาณว่า “เงินเฟ้อ” กำลังเร่งตัวในช่วงเดือนข้างหน้า 

“ไม่ใช่แค่ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาสินค้านำเข้าอื่น ๆ ก็พุ่งแรงเช่นกัน” ยูเจนิโอ อาเลแมน นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร Raymond James กล่าว พร้อมชี้ว่า นี่เป็น “สัญญาณเตือน” ต่อผู้กำหนดนโยบาย และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการลดดอกเบี้ยออกไปนานกว่าที่คาด 

ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ราคานำเข้าเพิ่มขึ้น 1.3% ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 และต่อเนื่องจากที่เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมกราคม

จอห์น ไรดิง ที่ปรึกษาเศรษฐกิจหลักของ Brean Capital กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ ราคานำเข้าไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญในเรื่องเงินเฟ้อ แต่ตอนนี้กำลังเริ่มกลายเป็นประเด็น เมื่อราคาพลังงานมีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นในเดือนมีนาคม จากสงครามอิหร่าน”

รัฐบาลสหรัฐ รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ราคาผู้ผลิตในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 7 เดือน ท่ามกลางการปรับขึ้นของราคาทั้งในภาคสินค้าและบริการอย่างกว้างขวาง

ขณะที่ผลสำรวจของ S&P Global เมื่อวันอังคารพบว่า ภาคธุรกิจต้องจ่ายต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นในเดือนมีนาคม และได้ปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการตามไปด้วย โดยนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ราคาน้ำมันได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% 

ราคาปุ๋ยก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะส่งต่อไปทำให้ “เงินเฟ้อด้านอาหาร” สูงขึ้นตามไปด้วย

ขณะที่ราคาอาหารเพิ่มขึ้น 0.8% จากการปรับขึ้นของสินค้าหลายประเภท เช่น ผัก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กลั่น เนื้อสัตว์ และพืชน้ำมัน

โอเรน คลัชคิน นักเศรษฐศาสตร์ตลาดการเงินจาก Nationwide กล่าวว่า “ความขัดแย้งจะผลักดันให้ราคาพลังงานและอาหารปรับสูงขึ้น และผลกระทบจะค่อย ๆ ลามไปสู่เงินเฟ้อพื้นฐาน” พร้อมเสริมว่า “ต้องใช้เวลา กว่าความแข็งแกร่งของดอลลาร์ในช่วงหลังจะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อได้ เพราะการอ่อนค่าก่อนหน้านี้ ยังคงดันราคาสินค้านำเข้าอยู่ในตอนนี้”

ส่วนราคาสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่มีนาคม 2022 นอกจากนี้ ราคานำเข้าจากญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และแคนาดาก็เพิ่มขึ้น ขณะที่สินค้านำเข้าจากเม็กซิโกลดลง 0.5%

อาเบียล ไรน์ฮาร์ต นักเศรษฐศาสตร์จาก JPMorgan กล่าวว่า “ก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งล่าสุด เฟดก็เผชิญกับเงินเฟ้อพื้นฐานที่เหนียวตัวอยู่แล้ว นี่อาจยิ่งทำให้เฟดลังเลที่จะลดดอกเบี้ย ตราบใดที่ตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง”

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจจาก Reuters/Ipsos พบว่า คะแนนนิยมของ ประธานาธิบดีทรัมป์ ลดลงสู่ “จุดต่ำสุด” นับตั้งแต่เขากลับเข้าสู่ทำเนียบขาว

อ้างอิง: reuters