วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ฮอร์มุซสะเทือน 'ข้าวไทย' ! ส่งออกตะวันออกกลางหด

ฮอร์มุซสะเทือน 'ข้าวไทย' ! ส่งออกตะวันออกกลางหด

สงครามอิหร่านไม่ได้สะเทือนแค่ตลาดพลังงาน แต่กำลัง ‘ลามถึงจานข้าวโลก’ เมื่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้ตัดเส้นทางส่งออก ‘ข้าวไทย’ ดันต้นทุนพุ่ง คำสั่งซื้อหาย เสี่ยงทำรายได้จากตลาดตะวันออกกลาง ‘หดตัว’ พร้อมกดส่งออกทั้งปีหลุดเป้า

ในขณะที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ทำให้การขนส่งเชื้อเพลิงจากตะวันออกกลางสะดุดลง ผู้ส่งออกสินค้าอาหารรายใหญ่ของเอเชียอย่าง “ไทย” ก็กำลังเผชิญผลกระทบตามมา

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ของโลก เมื่อปีที่ผ่านมา ได้ส่งออกข้าวไปยังประเทศตะวันออกกลางราว 1.34 ล้านตัน โดยส่วนใหญ่ไปยัง “อิรัก” และ “เยเมน” คิดเป็นประมาณ 17% ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด 

อย่างไรก็ตาม ในเดือนนี้ การส่งออกไปยังประเทศเหล่านั้นเริ่ม “ชะลอตัวลง” จากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และต้นทุนขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น ตามข้อมูลจากรัฐบาลไทย 

“ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด ปริมาณข้าวที่เราส่งไปตะวันออกกลางในแต่ละปีอาจหายไปเกือบทั้งหมด” อารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศแห่งกระทรวงพาณิชย์กล่าว พร้อมระบุว่า การส่งออกข้าวไปยังภูมิภาคดังกล่าวลดลงอย่างมาก หลังวิกฤติสงครามอิหร่านปะทุขึ้น

เธอยังเสริมว่า คำสั่งซื้อจากลูกค้ารายสำคัญในภูมิภาคมีแนวโน้มจะไม่ฟื้นตัวในเร็ววัน เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้เส้นทางขนส่งถูกตัดขาด

นอกจากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์แล้ว อีกปัญหาสำคัญคือ “ค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น” ทั้งจากต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าเบี้ยประกันภัย ตามข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ

“ค่าเบี้ยประกันภัยจากความเสี่ยงสงคราม “เพิ่มขึ้นถึง 40%” ทำให้ผู้ส่งออกไทยตั้งราคาที่แข่งขันได้ยากขึ้น” เธอกล่าว “จากปัจจัยลบเหล่านี้ เราคาดว่าการส่งออกข้าวทั้งปีจะต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7 ล้านตันอย่างมาก”

ทั้งนี้ ประเทศไทยส่งออกข้าวทั่วโลกได้ 7.9 ล้านตันในปี 2025 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขในปีนี้ถูกคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะ “ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี” จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ท่ามกลางการแข่งขันกับประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่อย่างอินเดียและเวียดนาม

ในขณะนี้ รัฐบาลไทยกำลังวางแผนเพิ่มการส่งออกข้าวไปยัง “แอฟริกา” ผ่านช่องทางการตลาดต่าง ๆ เช่น งานแสดงสินค้าข้าว เพื่อดึงดูดผู้ซื้อรายใหม่ และการเจรจากับรัฐบาลประเทศในแอฟริกาเพื่อทำสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (G2G)

ในปีที่ผ่านมา “ประเทศในแอฟริกา” คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 33% ของการส่งออกข้าวทั้งหมดของไทย โดยมีแอฟริกาใต้ เซเนกัล และแองโกลาเป็นตลาดหลัก ขณะที่ตลาดเอเชียคิดเป็น 22% นำโดยจีน มาเลเซีย และญี่ปุ่น

อ้างอิง: nikkei