'ฟิลิปปินส์' ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติด้านพลังงาน ครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติโควิด-19 หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มกระทบต่ออุปทานเชื้อเพลิงและเศรษฐกิจของประเทศ
ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของ ฟิลิปปินส์ ประกาศ "ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน" เมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมา โดยระบุในคำสั่งฝ่ายบริหารว่า "มีความเสี่ยงเฉียบพลันที่อุปทานพลังงานจะลดลงจนถึงขั้นวิกฤต" พร้อมย้ำว่าจำเป็นต้องมี “มาตรการเร่งด่วน” เพื่อรักษาเสถียรภาพของอุปทานพลังงาน ความต่อเนื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการให้บริการที่จำเป็นแก่ประชาชน
ครั้งล่าสุดที่ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ คือช่วงการระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ซึ่งรัฐบาลกรุงมะนิลาได้ใช้มาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
ทั้งนี้ แม้หลายประเทศได้ออกมาตรการฉุกเฉินเพื่อรับมือวิกฤติน้ำมันจากสงครามอิหร่าน เช่น การปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์และการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติม
"แต่ฟิลิปปินส์ถือเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติอย่างเป็นทางการ"
ภายใต้ภาวะฉุกเฉิน ประธานาธิบดีจะแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลการจัดหาเชื้อเพลิง อาหาร ยา สินค้าเกษตร และสิ่งจำเป็นอื่นๆ รวมถึงกำกับมาตรการบริหารพลังงาน และการช่วยเหลือผู้บริโภคและภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ
กระทรวงพลังงานได้รับคำสั่งให้ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานและป้องกันการกักตุน ขณะที่รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานสามารถจัดหาน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม พร้อมจ่ายเงินล่วงหน้าเกิน 15% ของมูลค่าสัญญาได้
ทางด้านกระทรวงคมนาคมอาจพิจารณาอุดหนุนค่าน้ำมันและค่าโดยสาร ขยายเวลาการให้บริการรถไฟ และยกเว้นค่าทางด่วนและค่าธรรมเนียมการบิน ขณะที่หน่วยงานอื่นๆ จะเร่งกระจายสวัสดิการสังคม ตรวจสอบการขึ้นราคาสินค้าเกินควร และช่วยเหลือแรงงานฟิลิปปินส์ในตะวันออกกลางให้เดินทางกลับประเทศ
อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการกล่าวถึงมาตรการ "ตรึงราคาน้ำมัน" โดยฟิลิปปินส์ไม่ได้มีนโยบายอุดหนุนเชื้อเพลิงในวงกว้างเหมือนอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ขณะที่ราคาน้ำมันหน้าปั๊มปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าแล้ว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
การประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 ปี เว้นแต่จะมีการขยายหรือยกเลิกโดยประธานาธิบดี
ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์นับเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน "เกือบทั้งหมด" จากตะวันออกกลาง โดยรัฐบาลเปิดเผยเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ว่า มีสต็อกน้ำมันเพียงพอราว 45 วัน ขณะที่ประธานาธิบดีมาร์กอสยังเตือนด้วยว่า สายการบินต่างๆ อาจต้อง “จอดเครื่องบินทิ้งไว้” หากเกิดการขาดแคลนน้ำมันเครื่องบิน
ด้านสายการบินฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ส (Philippine Airlines) ระบุว่ามีเชื้อเพลิงเพียงพอจนถึงสิ้นเดือนมิ.ย. นี้ แต่หลังจากนั้นยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นอย่างไรต่อ และอาจต้องใช้มาตรการ "ปันส่วนน้ำมัน" (rationing)
ที่มา: Bloomberg





