ราคาน้ำมันดิบร่วงลงเช้านี้ ฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐปรับขึ้น จากความหวังสงครามอิหร่านยุติ ท่ามกลางรายงานข่าวเจรจาหยุดยิง 30 วัน
(อัปเดต: ซีเอ็นบีซี รายงานล่าสุด สัญญาฟิวเจอร์น้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานสากล ร่วงลงเกือบ 6% มาอยู่ที่ 98.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาฟิวเจอร์น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐก็ปรับตัวลง 5% มาอยู่ที่ 87.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล)
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงเช้าวันพุธนี้ ขณะที่ฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น เนื่องจากมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อความพยายามของวอชิงตันในการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งยืดเยื้อมาราวหนึ่งเดือน ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ร่วงลงมากถึง 4.9% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (25 มี.ค.69) ของตลาดเอเชีย น้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงมากกว่า 4% หลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายช่วงเปิดตลาด ขณะที่ตลาดหุ้นในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลียปรับตัวสูงขึ้นจากความหวังต่อการลดความตึงเครียดของสถานการณ์
ความเคลื่อนไหวของตลาดล่าสุดนี้เกิดขึ้น หลังจากรายงานของนิวยอร์กไทมส์ระบุว่า สหรัฐได้ส่งข้อเสนอ 15 ข้อให้กับอิหร่าน และทีวีช่อง 12 ของอิสราเอลรายงานว่าสหรัฐกำลังผลักดันให้มีการหยุดยิงเป็นเวลา 1 เดือน ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ปรับขึ้น 0.7% หลังจากดัชนีฯ ลดช่วงลบลงและปิดตลาดต่ำกว่าระดับเดิม 0.4% ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มเปิดบวก ขณะที่ตลาดหุ้นออสเตรเลียเปิดสูงขึ้นแล้ว
“น้ำมันดิบยังคงเป็นสินทรัพย์แนวหน้าในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยพาดหัวข่าวแบบนี้” รีเบคกา บาบิน เทรดเดอร์อาวุโสด้านพลังงานจาก CIBC Private Wealth Group กล่าว “รายงานว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการหยุดยิง 30 วันอยู่ระหว่างการหารือ ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับกรณีเลวร้ายสุดขั้วในด้านราคา และความเสี่ยงต่อการทำลายอุปสงค์ รายละเอียดต่าง ๆ ยังมีจำกัด และข่าวก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่สัญญาณว่าทุกฝ่ายอาจมีทางลงจากความตึงเครียดครั้งนี้ กำลังทำให้ส่วนเพิ่มความเสี่ยง (risk premium) ในตลาดลดลง”
ราคาสัญญาฟิวเจอร์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวขึ้น บ่งชี้ว่า ราคาพันธบัตรอ้างอิงปรับเพิ่ม เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ทองคำยุติสถิติปรับตัวลดลงติดต่อกัน 9 วันเมื่อวันอังคาร และยังคงรักษากำไรนั้นไว้ได้ในการซื้อขายช่วงต้นของเอเชีย ขณะที่โลหะเงินและบิตคอยน์ก็ขยับปรับขึ้นเช่นกัน
ตลาดการเงินผันผวนรุนแรงนับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยความเคลื่อนไหวที่ผูกโยงกับกระแสข่าวทำให้เทรดเดอร์จำนวนมากถูก “ตัดขาดทุน” ออกจากสถานะที่ถืออยู่ ความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดน้ำมันดิบยิ่งทำให้การประเมินความเสี่ยงยากขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ทะยานขึ้นเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ และทำให้มีโอกาสที่ผู้กำหนดนโยบายจะตรึงต้นทุนการกู้ยืมไว้ในระดับสูงต่อไป หรืออาจเข้มงวดนโยบายการเงินมากขึ้น
สหรัฐมองว่า “ยังมีความเป็นไปได้ทางการทูต” และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าอิหร่านได้ยื่น “ของขวัญ” เพื่อแสดงความจริงใจในการเจรจา โดยระบุว่ามีความเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งสหรัฐและคนกลางในภูมิภาคกำลังหารือถึงความเป็นไปได้ในการจัดการเจรจาสันติภาพระดับสูงให้เร็วที่สุดภายในวันพฤหัสบดี แต่ยังรอคำตอบจากเตหะราน ตามรายงานของสำนักข่าว Axios
ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงลุกลามและเขย่าตลาดการเงิน ทรัมป์ระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ และรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ รวมถึงผู้แทนพิเศษ กำลังมีส่วนร่วมในการเจรจา ถึงกระนั้น สหรัฐยังมีแผนจะส่งทหารราว 3,000 นายจากกองพลร่มที่ 82 ไปยังตะวันออกกลาง ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล
ขณะเดียวกัน มีรายงานจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่าอิหร่านเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางจากเรือพาณิชย์บางส่วนที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นสัญญาณล่าสุดของอิทธิพลที่อิหร่านมีต่อเส้นทางลำเลียงพลังงานทางทะเลที่สำคัญที่สุดของโลก
อย่างไรก็ดี เตหะรานระบุว่าเรือต่างชาติที่ไม่เป็นปฏิปักษ์ยังคงสามารถผ่านน่านน้ำดังกล่าวได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของอิหร่าน “สุดท้ายแล้วเรื่องทั้งหมดก็ผูกอยู่กับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง” แมตต์ มาเลย์ จาก Miller Tabak กล่าว “ดังนั้น ต่อให้เราได้ยินว่าการเจรจามี ‘พัฒนาการที่ดี’ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ก็ยังไม่เพียงพอ หากการสัญจรผ่านช่องแคบยังถูกจำกัดอย่างหนักอยู่เช่นเดิม”
สินเชื่อนอกตลาด (Private Credit)
นอกจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว มาเลย์ยังชี้ว่า ปัญหาที่ตลาดไพรเวทเครดิตกำลังเผชิญไม่ได้ทุเลาลง การมองข้ามปัญหาเหล่านี้ “ไม่ใช่ความคิดที่ดี” สองบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดสินเชื่อทางเลือกอย่าง Ares Management Corp และ Apollo Global Management Inc ได้จำกัดการไถ่ถอนจากนักลงทุน ไม่ให้ถอนเงินออกจากกองทุนได้แม้แต่ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ต้องการ สะท้อนถึงความตึงตัวที่เพิ่มขึ้นในตลาดมูลค่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
เธียร์รี วิซแมน จาก Macquarie Group เห็นว่า ความหวังว่าภาวะสงครามในตะวันออกกลางจะยุติลง โดยที่สหรัฐยังไม่ได้พยายามรักษาและควบคุมช่องแคบฮอร์มุซให้ได้เสียก่อน หรือยังไม่ได้สร้างอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นบนโต๊ะเจรจากับอิหร่าน ถือเป็นมุมมองที่ “มองโลกในแง่ดีเกินจริง”
“ยิ่งราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงนานเท่าไร ธนาคารกลางก็ยิ่งจำเป็นต้องส่งสัญญาณว่าพร้อมจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นนานเท่านั้น” เขากล่าว
กระนั้น วิซแมนระบุด้วยว่า นโยบายการเงินเชิงเข้มงวด (hawkish) ที่ออกมาตอบสนองต่อเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทานนั้น พิสูจน์แล้วว่ามักก่อให้เกิดความตึงเครียดทางการเงินรุนแรงกว่ากรณีที่นโยบายการเงินถูกใช้เพื่อตอบสนองต่อเงินเฟ้อที่มาจากฝั่งอุปสงค์
ความเคลื่อนไหวสำคัญในตลาดการเงินบางส่วน มีดังนี้
หุ้น
- S&P 500 ฟิวเจอร์เพิ่มขึ้น 0.8% ณ เวลา 8:27 น. ตามเวลาโตเกียว
- ฮั่งเส็งฟิวเจอร์แทบไม่เปลี่ยนแปลง
- ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 1.4%
สกุลเงิน
- ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ลดลง 0.2%
- ยูโรแทบไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 1.1617 ดอลลาร์
- เงินเยนของญี่ปุ่นแทบไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 158.66 เยนต่อดอลลาร์
- หยวนจีนนอกประเทศ (offshore yuan) แทบไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 6.8929 หยวนต่อดอลลาร์
- ดอลลาร์ออสเตรเลียแทบไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 0.7001 ดอลลาร์สหรัฐ
คริปโทเคอร์เรนซี
- บิตคอยน์เพิ่มขึ้น 0.9% อยู่ที่ 70,686.68 ดอลลาร์
- อีเธอร์เพิ่มขึ้น 0.5% อยู่ที่ 2,157.74 ดอลลาร์
พันธบัตร
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียอายุ 10 ปีลดลง 4 จุด มาอยู่ที่ 5.00%
สินค้าโภคภัณฑ์
- น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลง 3.9% มาอยู่ที่ 88.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ทองคำสปอตเพิ่มขึ้น 0.7% มาอยู่ที่ 4,507.65 ดอลลาร์ต่อออนซ์





