วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม 2569

Login
Login

จับตา 'ดีลยักษ์ความงาม' 'Estee Lauder' เจรจาควบรวมกลุ่ม 'Puig'

จับตา 'ดีลยักษ์ความงาม' 'Estee Lauder' เจรจาควบรวมกลุ่ม 'Puig'

'เอสเต ลอเดอร์' เจรจาควบรวมยักษ์ความงามสเปน 'พุช' รุกตลาดน้ำหอมโลก ท้าชนเบอร์ 1 โลกอย่างลอรีอัล หวังเพิ่มแบรนด์ดังในพอร์ตตั้งแต่ Rabanne, Jean Paul Gaultier ไปจนถึง Byredo

ธุกิจความงามรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐ "เอสเต ลอเดอร์" (Estée Lauder) เตรียมท้าชนเบอร์ 1 ของโลกอย่างกลุ่มลอรีอัล (L'Oreal) ด้วยการเจรจาควบรวมกิจการกับกลุ่มธุรกิจความงามรายใหญ่ฝั่งยุโรปจากสเปนอย่าง "พุช" (Puig) ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะทำให้เกิดอาณาจักรธุรกิจความงามขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าถึงราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.3 ล้านล้านบาท)

Puig Brands SA คือธุรกิจความงามรายใหญ่จากสเปน ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 9 พันล้านยูโร (ราว 3.4 แสนล้านบาท) โดยมีแบรนด์ "เครื่องสำอาง" และ "น้ำหอม" ระดับโลกหลายแบรนด์ อาทิ Rabanne, Jean Paul Gaultier, Carolina Herrera, Byredo, Charlotte Tilbury และ Dr. Barbara Sturm

ดีลนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เอสเต ลอเดอร์ใน "ตลาดน้ำหอมโลก" ซึ่งเริ่มชะลอตัวลงหลังจากที่เคยเติบโตแรงในช่วงหลังโควิด และยังเป็นการวางหมากแข่งขันกับ L'Oréal ที่กำลังขยายพอร์ตน้ำหอมอย่างต่อเนื่อง 

ล่าสุดลอรีอัลเพิ่งเข้าซื้อธุรกิจความงามของ "เคอร์ริง" (Kering) จากฝรั่งเศส ไปในมูลค่า 4.7 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.53 แสนล้านบาท) ทำให้ได้สิทธิ์ในแบรนด์น้ำหอมระดับไอคอนอย่าง "Creed" ที่มีน้ำหอมเรือธงขวดละ 500 ดอลลาร์อย่าง Aventus รวมถึงได้สิทธิ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แบรนด์แฟชั่นอย่าง Bottega Veneta และ Balenciaga เสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตของตนเองที่แบรนด์ดังอย่าง Yves Saint Laurent, Armani, Prada และ Valentino อยู่แล้ว

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า หนึ่งในเหตุผลหลักของการควบรวมครั้งนี้คือ การเพิ่มศักยภาพให้สามารถแข่งขันกับลอรีอัลได้ แต่ก็มี นักวิเคราะห์เตือนเช่นกันว่า ดีลขนาดใหญ่เช่นนี้อาจสร้างความท้าทายให้เอสเต ลอเดอร์มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันจากการใช้จ่ายผู้บริโภคในสหรัฐที่อ่อนแอ และต้องเร่งฟื้นตัวธุรกิจ 

ราคาหุ้นเอสเต ลอเดอร์ ร่วงกว่า 7% หลังมีรายงานข่าวดังกล่าว สวนทางกับหุ้นของพุชที่เพิ่มขึ้นถึง 15% วันนี้ 

ทั้งนี้ ธุรกิจน้ำหอมซึ่งเป็นกลุ่มรายได้ใหญ่อันดับ 3 ของเครือเอสเต ลอเดอร์ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากผู้บริโภครุ่น Gen Z ขณะที่ผลประกอบการไตรมาสล่าสุด ยอดขายกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 9% ท่ามกลางยอดขายรวมที่เพิ่มขึ้น 6%

ก่อนหน้านี้บริษัทเคยเข้าซื้อแบรนด์ Tom Ford ด้วยมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 และวาง “น้ำหอม” ให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักในการพลิกฟื้นธุรกิจความงาม

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทระบุว่ายังไม่มีการบรรลุข้อตกลง และยังไม่มีความแน่นอนเกี่ยวกับเงื่อนไขของดีลดังกล่าว


ที่มา: Reuters