วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 23 March 2026

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 23 March 2026

ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด ท่ามกลางแนวโน้มของอุปทานน้ำมันดิบที่เริ่มคลายตัว

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 23 March 2026

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (20 - 26 มี.ค. 69)

ราคาน้ำมันดิบผันผวนเนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย หลังจากอิหร่านโจมตีโรงผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในกาตาร์ เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่โจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อเสถียรภาพอุปทานพลังงานโลกและความขัดแย้งที่อาจยืดเยื้อ

ขณะเดียวกัน อุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้มคลายตัว หลังจากอิรักบรรลุข้อตกลงกลับมาส่งออกน้ำมันดิบจากแหล่งเคอร์คุกผ่านตุรกี รวมถึงซาอุดิอาระเบียที่เพิ่มการส่งออกผ่านท่าเรือยานบูเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ สหรัฐฯ อาจพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านในส่วนของน้ำมันที่ลอยลำอยู่บนเรือกลางทะเล รวมถึงพิจารณาการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มเติม เพื่อบรรเทาความตึงตัวของอุปทานในระยะสั้น

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้

•  สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด หลังจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีโรงผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในพื้นที่ราส ลัฟฟาน (Ras Laffan) ประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิต LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงและต้องระงับกระบวนการผลิต

การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากอิหร่านออกคำเตือนที่จะตอบโต้กรณีที่อิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส (South Pars) ของอิหร่าน ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาแสดงคำมั่นว่าอิสราเอลจะไม่โจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สอีก พร้อมขู่อิหร่านว่าหากมีการโจมตีกาตาร์เพิ่มเติม สหรัฐฯ จะตอบโต้ทางทหารและทำลายโครงสร้างการผลิตก๊าซของอิหร่านอย่างเด็ดขาด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพด้านอุปทานพลังงานของโลก และความขัดแย้งที่อาจยืดเยื้อ

•  รัฐบาลอิรักและรัฐบาลภูมิภาคเคอร์ดิสถาน สามารถบรรลุข้อตกลงในการกลับมาส่งออกน้ำมันดิบจากแหล่งน้ำมันเคอร์คุก (Kirkuk) ผ่านท่อส่งน้ำมันไปยังท่าเรือเจย์ฮาน (Ceyhan) ของตุรกี โดยข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้สามารถส่งออกน้ำมันดิบได้ราว 250,000 บาร์เรลต่อวัน

ทั้งนี้ ในระยะแรกอิรักจะเริ่มส่งออกที่ระดับประมาณ 170,000 บาร์เรลต่อวัน ก่อนจะทยอยเพิ่มกำลังการส่งออกจนถึงระดับดังกล่าว ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้อิรักสามารถกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตและการส่งออกน้ำมันดิบได้ หลังจากต้องลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบราว 70% จากผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

•  รายงานการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบียผ่านท่าเรือยานบู (Yanbu) ในทะเลแดง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ   3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน มี.ค. 69 หลังจากอิหร่านเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้ คาดว่าซาอุดิอาระเบียจะสามารถขนส่งน้ำมันดิบไปยังท่าเรือยานบูผ่านท่อส่งน้ำมันจากตะวันออกสู่ตะวันตกได้สูงสุดราว 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดมีแนวโน้มคลายตัวมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงกังวลต่อความเสี่ยงด้านการขนส่งผ่านท่าเรือยานบู   หลังจากอิหร่านได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันในซาอุดิอาระเบียและบริเวณท่าเรือดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ดี รายงานล่าสุดระบุว่าท่าเรือยานบูได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยและสามารถกลับมาดำเนินการได้แล้ว

•  ตลาดจับตาท่าทีของสหรัฐฯ หลังจากนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ 
อาจพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านในส่วนของน้ำมันที่ลอยลำอยู่บนเรือกลางทะเล
ซึ่งมีปริมาณราว 140 ล้านบาร์เรล เพื่อช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทานน้ำมันดิบและกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในช่วง 10-14 วัน หลังจากการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางหยุดชะงักจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ การพิจารณาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อน้ำมันรัสเซียที่ลอยลำอยู่กลางทะเลเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ยังระบุอีกว่าสหรัฐฯ อาจพิจารณาปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองน้ำมันดิบเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (SPR) เพิ่มเติมเพื่อเสริมอุปทานในตลาด

•  ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคการบริการ เดือน มี.ค. 69 จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก และจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคการบริการ เดือน มี.ค.69

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (13 - 19 มี.ค. 69)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 5.76 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 96.18 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 10.18 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 104.56 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเกาะ Kharg ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน พร้อมข่มขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพิ่มเติม หากอิหร่านยังคงแทรกแซงการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกัน อิสราเอลเปิดเผยว่าได้สังหารนายอาลี ลาริจานี ผู้บัญชาการหน่วยบาซิจ (Basij) ของอิหร่าน รวมถึงโจมตีแหล่งก๊าซและน้ำมันในพื้นที่ South Pars และ Asaluyeh ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ในวงกว้าง

โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกคำเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานปิโตรเคมีในหลายพื้นที่ ขณะที่ อิหร่านยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง อย่างท่าเรือฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ถูกโจมตีด้วยโดรน ส่งผลให้ต้องระงับการส่งออกน้ำมันชั่วคราว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันโลก

เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่สามารถหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซได้ ขณะเดียวกัน การโจมตีแหล่งน้ำมัน Majnoon ของอิหร่านส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบของอิรักลดลงราว 70% จากเดือนก่อนหน้า เหลือประมาณ 0.78 ล้านบาร์เรลต่อวัน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ อนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันดิบรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งและติดค้างจากมาตรการคว่ำบาตรได้เป็นการชั่วคราว โดยครอบคลุมเฉพาะน้ำมันที่อยู่บนเรือแล้ว

นอกจากนี้ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่าน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ  ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 13 มีนาคม 2569 เพิ่มขึ้น 6.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 449.3 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ