ตลาดการเงินเอเชียปั่นป่วนหนัก หุ้นดิ่งทั่วภูมิภาค น้ำมันพุ่ง ทองคำทรุดแรง นักลงทุนหนีความเสี่ยงหลังความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านลุกลามและเข้าใกล้เส้นตาย 48 ชั่วโมง กดดันทั้งตลาดโลก
ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิก ปิดตลาดร่วงลงอย่างหนักในวันจันทร์นี้ (23 มี.ค. 69) โดยดัชนีหลักในญี่ปุ่นปิดลบกว่า 1,800 จุด และเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงมากกว่า 6% ขณะที่นักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 และเข้าใกล้เส้นตายใหม่ที่สหรัฐให้ไว้กับอิหร่าน
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียว ปิดลบ 1,857.04 จุด หรือ -3.48% ปิดที่ระดับ 51,515.49 จุด หลังจากดิ่งลงไปก่อนหน้านี้ถึงกว่า 2,600 จุดในการซื้อขายระหว่างวัน ขณะที่ดัชนีโทปิกซ์ ปรับลดลง 3.4% ปิดที่ 3,486.44 จุด
ขณะที่ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดลบ 375.45 จุด หรือ -6.49% ปิดที่ระดับ 5,405.75 จุด และดัชนี Kosdaq ลดลง 5.6% ปิดที่ 1,096.89 จุด โดยแรงเทขายอย่างรุนแรงทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ต้องหยุดใช้มาตรการ "เซอร์กิตเบรกเกอร์" อีกครั้ง หยุดกการซื้อขายชั่วคราวในช่วงต้นวัน
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดลบ 894.85 จุด หรือ -3.54% ปิดที่ระดับ 24,382.47 จุด และดัชนี CSI 300 ของจีน ปรับลดลง 3.3% ปิดที่ 4,418 จุด
นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านต่างก็ขู่ว่าจะยกระดับการเผชิญหน้าทางทหาร ในขณะที่สงครามล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐโพสต์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐจะถล่มโรงไฟฟ้าของอิหร่านให้สิ้นซาก หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งจะถึงเส้นตายในเวลา 23.44 น. วันจันทร์ตามเวลาสากล หรือประมาณ 06.44 น. วันอังคารที่ 24 มี.ค. นี้ตามเวลาในไทย
หลังจากนั้นกองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา ของอิหร่าน ได้ออกโรงตอบโต้กลับโดยเตือนว่า จะพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบผลิตน้ำจืดทั้งหมดของสหรัฐและพันธมิตรในภูมิภาค หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านถูกโจมตี
การยกระดับความรุนแรงนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้น โดยระหว่างการซื้อขายช่วงบ่ายวานนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์งวดส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 0.8% ไปอยู่ที่ 113.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยปรับเพิ่มขึ้นไปแล้วถึง 55% ในเดือนนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส สหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.9% ไปอยู่ที่ 99.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาทองร่วงหนัก 10%
ระหว่างการซื้อขายช่วงบ่ายวานนี้ ราคาทองคำตลาดสปอต (spot gold) ปรับตัวลดลงอย่างหนักจนไปแตะระดับ 4,097.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 2568 ก่อนจะปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 4,203.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ราคาทองคำสปอตลดลง 6.3% อยู่ที่ 4,203.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 14.57 น. ตามเวลาในไทย โดยเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 ติดต่อกัน ก่อนหน้านั้นในช่วงต้นการซื้อขาย ราคาลดลงมากกว่า 8% มาอยู่ที่ 4,097.99 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน
ราคาทองร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 เดือน" เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ และยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ต่อการ "ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก"
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ราคาทองคำดิ่งลงถึง 9.6% ซึ่งถือเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 15 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2011 ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่าน โดยสัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ลดลง 0.7% อยู่ที่ 4,574.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ล่าสุดจะลดลงต่อเนื่องจนหลุด 4,400 ดอลลาร์ในการซื้อขายฝั่งเอเชียวันนี้
ราคาทองคำ กำลังมุ่งหน้าสู่ "เดือนที่เลวร้ายที่สุด" นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2008 อย่างไรก็ตามในปี 2026 นี้ ราคาทองยังคงเป็นบวกโดยปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในปีนี้ สะท้อนถึงการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย
“เมื่อความขัดแย้งกับอิหร่านลากเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 และราคาน้ำมันยังเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ ความคาดหวังได้เปลี่ยนจากการลดดอกเบี้ยไปเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งบั่นทอนความน่าสนใจของทองคำในมุมของผลตอบแทน” ทิม วอเทอเรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดจากบริษัท KCM Trade กล่าว
อิหร่านประกาศเมื่อวันอาทิตย์ ว่า จะโจมตีระบบพลังงาน และน้ำของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เดินหน้าตามคำขู่ที่ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่านภายใน 48 ชั่วโมง
“สภาพคล่องที่สูงของทองคำ กลับกลายเป็นปัจจัยกดดันในช่วงที่ตลาดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเช่นนี้ การปรับตัวลงอย่างหนักของตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้กำลังนำไปสู่การ 'ปิดสถานะซื้อทองคำ' เพิ่มเติม” วอเทอเรอร์ กล่าว





