(อัปเดตราคา) ราคาทองคำโลกร่วงแรงในตลาดเอเชียวันนี้ หลังเพิ่งปิดตลาดรอบสัปดาห์แย่ที่สุดในรอบ 15 ปี จ่อทำสถิติปิดสิ้นเดือนมีนาคม เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติซับไพรม์ 2008
(อัปเดต) เมื่อเวลาประมาณ 13.33 น. วันจันทร์นี้ตามเวลาในไทย ราคาทองคำโลกร่วงแรงถึงเกือบ 6% "ขยายช่วงขาลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 4 เดือน" เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ และยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ต่อการ "ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก"
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot gold) ปรับตัวลดลง 5.8% อยู่ที่ อยู่ที่ 4,226.16 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่อง "9 วันทำการติดต่อกัน" แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2025
ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ งวดส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 7.5% อยู่ที่ 4,231.80 ดอลลาร์
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ราคาทองคำดิ่งลงถึง 9.6% ซึ่งถือเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 15 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2011 ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่าน โดยสัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ลดลง 0.7% อยู่ที่ 4,574.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ล่าสุดจะลดลงต่อเนื่องจนหลุด 4,400 ดอลลาร์ในการซื้อขายฝั่งเอเชียวันนี้
ราคาทองคำ กำลังมุ่งหน้าสู่ "เดือนที่เลวร้ายที่สุด" นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2008 อย่างไรก็ตามในปี 2026 นี้ ราคาทองยังคงเป็นบวกโดยปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในปีนี้ สะท้อนถึงการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย
“เมื่อความขัดแย้งกับอิหร่านลากเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 และราคาน้ำมันยังเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ ความคาดหวังได้เปลี่ยนจากการลดดอกเบี้ยไปเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งบั่นทอนความน่าสนใจของทองคำในมุมของผลตอบแทน” ทิม วอเทอเรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดจากบริษัท KCM Trade กล่าว
อิหร่านประกาศเมื่อวันอาทิตย์ ว่า จะโจมตีระบบพลังงาน และน้ำของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เดินหน้าตามคำขู่ที่ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่านภายใน 48 ชั่วโมง
“สภาพคล่องที่สูงของทองคำ กลับกลายเป็นปัจจัยกดดันในช่วงที่ตลาดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเช่นนี้ การปรับตัวลงอย่างหนักของตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้กำลังนำไปสู่การ 'ปิดสถานะซื้อทองคำ' เพิ่มเติม” วอเทอเรอร์ กล่าว
ด้านตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลง ส่วนราคาน้ำมันยังคงยืนเหนือระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังนักลงทุนประเมินคำขู่ของสหรัฐ และอิหร่านในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย CME FedWatch สะท้อนความน่าจะเป็นราว 27% ที่จะมีการ "ขึ้นดอกเบี้ย" ภายในเดือนธ.ค.นี้
ด้านราคาเงินตลาดสปอต (spot silver) ลดลง 3.2% อยู่ที่ 65.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลทินัมลดลง 2.9% อยู่ที่ 1,866.65 ดอลลาร์ และแพลเลเดียมลดลง 0.5% อยู่ที่ 1,397.25 ดอลลาร์
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





