วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ถอดบทเรียน 'หุ้นเกาหลีใต้' เปราะบาง สงครามย้ำ ‘3 จุดอ่อน’ เศรษฐกิจ

ถอดบทเรียน 'หุ้นเกาหลีใต้'  เปราะบาง สงครามย้ำ  ‘3 จุดอ่อน’ เศรษฐกิจ

เว็บไซต์นิกเกอิเอเชียรายงานว่า ท่ามกลางภาวะช็อกทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้”  ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในบรรดาตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกและพึ่งพาน้ำมันนำเข้าของประเทศ 

ถอดบทเรียน 'หุ้นเกาหลีใต้'  เปราะบาง สงครามย้ำ  ‘3 จุดอ่อน’ เศรษฐกิจ นับตั้งแต่เกิดการโจมตีระหว่างสหรัฐ อิหร่านและอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมากดดันให้ดัชนีหุ้น KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลงมากกว่า 12% ภายในวันเดียว ซึ่งเป็นการร่วงลงที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีต้องใช้กลไกหยุดการซื้อขายชั่วคราวเป็นเวลา 20 นาที

‘3 จุดอ่อน’ เศรษฐกิจเกาหลีใต้

ธนาคารทั่วโลกและหน่วยงานจัดอันดับเครดิตมองว่า การดิ่งลงอย่างรวดเร็วราวกับรถไฟเหาะตีลังกา สะท้อนให้เห็นถึง “ความเปราะบาง” เชิงโครงสร้าง 

ถอดบทเรียน 'หุ้นเกาหลีใต้'  เปราะบาง สงครามย้ำ  ‘3 จุดอ่อน’ เศรษฐกิจ

พลังงานคือ "ความเปราะบาง" ข้อแรก เนื่องจากเกาหลีใต้ต้องนำเข้าเชื้อเพลิงสูงถึง 22% ของยอดการนำเข้าทั้งหมดในปี 2025 และพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลักถึง 70% 

ข้อมูลจาก BNP Paribas ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างเช่นนี้กระทบต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้เป็นลูกโซ่ เมื่อใดก็ตามที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นจะกระตุ้นเงินเฟ้อ ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ และลามไปจนถึงการสร้างความปั่นป่วนในตลาดหุ้นและตลาดเงิน 

ธนาคารแห่งยุโรปประเมินว่า การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันโลก 10% อาจส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ลดลงประมาณ 0.1 ถึง 0.2 % ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นประมาณ 0.2 ถึง 0.3 %

ถัดมาคือ โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เน้นการผลิตและส่งออกของกลุ่มบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่   ยิ่งซ้ำเติมให้เกาหลีใต้สะเทือนหนักเมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เนื่องจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้ถูกครอบงำโดยอุตสาหกรรมที่เป็น "ขาขึ้นลงตามวัฏจักร"   เช่น เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ และการต่อเรือ ซึ่งสินค้าเหล่านี้จะมียอดขายพุ่งสูงหรือดิ่งลงเหวได้ทันทีตามความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนไป

มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ระบุว่า หุ้นเกาหลีใต้มักจะร่วงแรงกว่าตลาดอื่นเสมอเมื่อนักลงทุนเริ่มกังวลเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจโลก เห็นได้ชัดจากดัชนี KOSPI ที่ดิ่งลงเกือบ 20% จากจุดสูงสุดเมื่อต้นปี 2026   เพราะนักลงทุนแห่กันขายหุ้นทิ้งเพื่อทำกำไรจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์

 ปัจจัยสุดท้ายที่ทำให้ภาวะขาลงรุนแรงขึ้น คือ  บทบาทที่สำคัญของนักลงทุนต่างชาติ กองทุนต่างประเทศถือหุ้นจำนวนมากในบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งสองแห่งนี้มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันมากกว่า 1 ใน 3 ของดัชนี KOSPI

ถอดบทเรียน 'หุ้นเกาหลีใต้'  เปราะบาง สงครามย้ำ  ‘3 จุดอ่อน’ เศรษฐกิจ

 เมื่อเกิดภาวะที่นักลงทุนทั่วโลกพากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยงหรือถอนทุนออกจากตลาดเกิดใหม่ ตลาดหุ้นโซลมักจะเป็นด่านแรกที่ได้รับแรงกระแทกทันที 

การเทขายรอบล่าสุดนี้ส่งผลให้มูลค่าหุ้นเกาหลีใต้ถูกลงจนใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในช่วงวิกฤติครั้งก่อนๆ โดยปัจจุบันดัชนี KOSPI มีค่า  P/E   อัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้าอยู่ที่ประมาณ 9.2 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปีที่มักจะอยู่ที่ 10.3 เท่า  อย่างไรก็ดี เหล่านักวิเคราะห์ยังคงออกโรงเตือนว่า ตลาดยังไม่ได้อยู่ในภาวะต่ำสุด ทำให้ความผันผวนยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้อีกในระยะสั้น

‘ตลาดหุ้น’ ผันผวนตามสถาการณ์

CreditSights ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยในเครือ Fitch Group กล่าวในรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า "เกาหลีใต้มีภาคอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงหลายแห่ง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ การขนส่งและโลจิสติกส์ สารเคมีหนัก ปิโตรเคมี เหล็ก และการต่อเรือ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น  รวมทั้งยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับวัตถุดิบ เช่น อะลูมิเนียม ในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์"

รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี “ลี แจ-มยอง” กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเศรษฐกิจด้วยการประชุมด่วนเพื่อวางแนวทาง "สร้างเสถียรภาพและฟื้นฟูตลาดทุนให้กลับสู่ภาวะปกติ" พร้อมทั้งประเมินความเสียหายที่เกิดจากไฟสงครามที่มีต่อระบบการเงินอย่างใกล้ชิด

ในส่วนของมาตรการเชิงรุก รัฐบาลได้เร่งบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติพลังงานด้วยการประกาศแผนคุมเพดานราคาน้ำมัน ทั้งเบนซินและดีเซลเป็นการชั่วคราว ควบคู่ไปกับการกวาดล้างการกักตุนสินค้าและการปั่นราคาน้ำมันในตลาดเชื้อเพลิงอย่างจริงจัง 

ในขณะนี้ ทิศทางของตลาดหุ้นเกาหลีใต้จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นอย่างมาก หากสงครามยุติลงและราคาน้ำมันทรงตัว นักวิเคราะห์กล่าวว่าตลาดอาจฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากประเทศมีความเชื่อมโยงอย่างมากกับความต้องการด้านเทคโนโลยีทั่วโลก

 

อ้างอิง NikkeiAsia