วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม 2569

Login
Login

‘จีน’ คลั่งไคล้เลี้ยง AI กุ้งมังกร รู้จัก OpenClaw ฉลาดจนลบข้อมูลเกลี้ยง

‘จีน’ คลั่งไคล้เลี้ยง AI กุ้งมังกร รู้จัก OpenClaw ฉลาดจนลบข้อมูลเกลี้ยง

กว่าที่ "กัว ชั้นชั้น"  โปรแกรมเมอร์ซอฟต์แวร์ชาวจีนจะรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติร้ายแรงเกิดขึ้นกับ OpenClaw ซึ่งเป็นเอไออัจฉริยะที่กำลังเป็นกระแสฟีเวอร์ทั่วจีน  ความเสียหายก็เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว

ในระหว่างวันหยุดตรุษจีน กัวได้ลองปรับแต่งโปรแกรมโอเพนซอร์สตัวนี้ดู แต่เมื่อเขาพยายามจะแก้ไขข้อผิดพลาดที่เอไอทำไว้ OpenClaw กลับตอบโต้ด้วยการ ลบข้อมูลเกือบทั้งหมดในไดรฟ์ของเขา ซึ่งเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลหลัก ส่งผลให้ภาพถ่ายและข้อมูลส่วนตัวที่สะสมมาหลายปีหายวับไปกับตา

เหตุการณ์นี้ทำให้กัว ซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีนถึงกับตั้งตัวไม่ติด หลังจากที่ไม่ได้เฉลียวใจ และติดตั้งเอไอตัวนี้ตามคู่มือสอนออนไลน์เพื่อเอามาช่วยโพสต์โซเชียลมีเดียโดยอัตโนมัติ  

การสูญเสียข้อมูลของกัวเป็นเพียงหนึ่งในหลายกรณีที่ผู้ใช้ OpenClaw นำมาแชร์กัน ท่ามกลางกระแสการแห่ใช้งานเอไอตัวนี้ไปทั่วประเทศจีน ผู้คนเรียกเทรนด์นี้ว่า "การเลี้ยงกุ้งมังกร"  ตามรูปมาสคอตของตัวโปรแกรมที่เป็นรูปกุ้ง

OpenClaw คืออะไร ต่างจาก ChatGPT อย่างไร?

‘จีน’ คลั่งไคล้เลี้ยง AI กุ้งมังกร รู้จัก OpenClaw ฉลาดจนลบข้อมูลเกลี้ยง ‘จีน’ คลั่งไคล้เลี้ยง AI กุ้งมังกร รู้จัก OpenClaw ฉลาดจนลบข้อมูลเกลี้ยง

OpenClaw ถูกปล่อยออกมาเมื่อปลายปีที่แล้วโดยนักพัฒนาชาวออสเตรียชื่อ ปีเตอร์ สไตน์เบอร์เกอร์ (Peter Steinberger ) ซึ่งได้รับความสนใจจากทั่วโลก ต่างจากแชตบอตอย่าง ChatGPT หรือ Gemini ที่เน้นการ "พูดคุย" แต่ AI Agent อย่าง OpenClaw สามารถ "ลงมือทำ" งานในคอมพิวเตอร์ได้จริง เช่น เขียนโค้ด จัดการไฟล์ หรือจองตั๋วเครื่องบิน

แม้ OpenClaw จะสัญญาว่าจะช่วยทำงานแทนผู้ใช้ได้สารพัด แต่ตัวมันจำเป็นต้องเข้าถึงสิทธิ์ในระบบคอมพิวเตอร์ระดับลึก ทำให้มันเป็นทั้งเครื่องมือที่ทรงพลังและเป็นภัยคุกคามต่อข้อมูลความเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน

ทำไม 'จีน' คลั่งไคล้หนักกว่าชาติอื่น

แม้การติดตั้งจะยากและมีค่าบริการเสริมสูงถึงหลักหลายร้อยหยวน แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า OpenClaw ได้รับความนิยมในจีนสูงกว่าตลาดอื่นๆ มาก รวมถึงในสหรัฐอเมริกาด้วย

ปัจจัยที่ทำให้จีนต่างออกไปคือ จีนมีฐานนักพัฒนาจำนวนมาก, ทั้งผู้บริโภคและบริษัทต่างตื่นตัวที่จะกระโดดเข้าหาเทรนด์เอไอ และที่สำคัญคือ "ค่า Token" หรือหน่วยประมวลผลของเอไอในจีนมีราคาถูกมาก เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานและกำลังการประมวลผลที่มหาศาล ทำให้การรันเอไอที่ซับซ้อนมีต้นทุนต่ำลงมาก

 จาง อี้ (Zhang Yi) นักวิเคราะห์จาก iiMedia ระบุว่า ชุมชนนักพัฒนาที่กว้างขวางของจีนคือฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ OpenClaw แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในช่วงเริ่มต้น

‘จีน’ คลั่งไคล้เลี้ยง AI กุ้งมังกร รู้จัก OpenClaw ฉลาดจนลบข้อมูลเกลี้ยง

 จากข้อมูลกระทรวงอุตสาหกรรมฯ จีนมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์มากกว่า 9.4 ล้านคน ณ สิ้นปี 2024 ซึ่งคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของนักพัฒนาทั่วโลก นอกจากนี้ กัวยังเชื่อมั่นว่าความก้าวหน้าของเอไอจะช่วยลดภาระงานประจำวันของเขาได้ เขาจึงเริ่มทดลองใช้อย่างจริงจังในช่วงหยุดยาวตรุษจีนที่ผ่านมา

 หลี่ จื้อ (Li Zhi) จาก Analysys International กล่าวว่า การที่เอไอทำงานแทนผู้ใช้ได้จริงๆ เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นกว่าแค่การนั่งคุยกับบอตแบบเดิมๆ

 เสน่ห์ของการ "เลี้ยงกุ้งมังกร" ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในกลุ่มคนไอที แต่มันระบาดไปถึงพนักงานออฟฟิศ นักเรียนมัธยม ไปจนถึงผู้สูงอายุที่เกษียณแล้ว นอกจากนี้ความนิยมที่พุ่งสูงในกลุ่มคนทั่วไปเกิดจากการที่ OpenClaw ถูกนำเสนอในฐานะ "พนักงานดิจิทัล" ที่ทำงานแทนเราได้ตลอดเวลา ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคนในสังคมจีน

‘รัฐ-บิ้กเทค’ จีนร่วมวง 

นอกจากผู้ใช้ทั่วไปแล้ว บริษัทไอทีรายใหญ่อย่าง ByteDance, Tencent, Baidu และ Alibaba ต่างก็เร่งเปิดตัวบริการ "ติดตั้งในคลิกเดียว" บนระบบคลาวด์ของตน เพื่อเปลี่ยนขั้นตอนการติดตั้งที่ยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

 ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่อย่าง Xiaomi, Huawei และ Honor ได้ประกาศแผนที่จะรวมฟีเจอร์แบบ OpenClaw เข้าไปในอุปกรณ์ของตน เพื่อให้ผู้ใช้สั่งงานที่ซับซ้อนผ่านเสียงได้โดยไม่ต้องเข้าออกหลายแอปฯ ขณะที่ Tencent ถึงขั้นเปิดสำนักงานใหญ่ให้คนเกือบพันคนเข้ามาติดตั้งโปรแกรมฟรี

 สตาร์ทอัพด้านเอไออย่าง MiniMax และ Moonshot AI ก็รีบเปิดตัวเวอร์ชันของตัวเองในชื่อ MaxClaw และ Kimi Claw ซึ่งเป็นการนำความสามารถของ OpenClaw มาผสมกับโมเดลเอไอขั้นสูงของพวกเขาและเปิดให้ใช้งานแบบมีค่าใช้จ่าย

รายงานการทำงานของรัฐบาลจีนในปีนี้ระบุถึง "AI Agent" เป็นครั้งแรก โดยนายกฯ หลี่ เฉียง กล่าวว่าจีนจะส่งเสริมการใช้เอไอในภาคส่วนสำคัญๆ อย่างเป็นรูปธรรมและในวงกว้าง

 มีรัฐบาลท้องถิ่นอย่างน้อย 7 แห่งที่ประกาศนโยบายสนับสนุนหรือให้เงินอุดหนุนนักพัฒนา เช่น ในเมืองเหอเฟย มีการเสนอเงินอุดหนุนสูงถึง 10 ล้านหยวน เพื่อสนับสนุนโมเดลธุรกิจ "บริษัทคนเดียว" ที่มีมนุษย์เป็นผู้ก่อตั้งเพียงคนเดียวและใช้เอไอทำงานที่เหลือทั้งหมด

เมืองใหญ่หลายแห่ง เช่น เซินเจิ้น ซูโจว และหนานจิง ต่างเร่งคลอดโครงการอุดหนุนเพื่อบ่มเพาะการนำ OpenClaw ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมด้วย

 นักวิเคราะห์ชี้ว่าจีนมีความพร้อมในการแข่งขันทักษะเอไอมากกว่าตลาดอื่น เนื่องจากราคาค่า Token ที่ถูกกว่า รวมถึงมีทรัพยากรไฟฟ้าและกำลังการประมวลผลที่เพียงพอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์

เนื่องจากเอไอประเภท Agent ต้องใช้ Token ปริมาณมหาศาลในการทำงาน ราคาโมเดลในจีนที่ถูกกว่ามากจึงช่วยหนุนกระแสนี้ ตัวอย่างเช่น โมเดล Kimi K2.5 ของจีน มีราคาเพียงประมาณ 3 ดอลลาร์ต่อล้าน Token ในขณะที่โมเดลของ OpenAI หรือ Anthropic ในตะวันตกมีราคาสูงถึง 15-25 ดอลลาร์

รัฐออกกฎ '6 ข้อควรทำ 6 ข้อห้าม'

วงการความปลอดภัยไซเบอร์ของจีนเริ่มยกระดับการตรวจสอบเทคโนโลยีโอเพนซอร์สนี้ โดยศูนย์ประสานงานการตอบโต้เหตุฉุกเฉินทางคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (CNCERT) ระบุว่า OpenClaw อาจตกเป็นเหยื่อของการโจมตีแบบ "Prompt Injection" การฝังคำสั่งอันตรายไว้ในหน้าเว็บเพื่อหลอกให้เอไอคายรหัสสำคัญของระบบออกมา 

เมื่อความนิยมพุ่งสูง คำเตือนเรื่องความปลอดภัยก็ดังตามมา   คำแนะนำนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการเอไอ, ผู้ดูแลแพลตฟอร์มตรวจสอบช่องโหว่ และบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่มักเกิดจากการใช้งาน "เจ้ากุ้งมังกร"  ตามแถลงการณ์ของฐานข้อมูลช่องโหว่แห่งชาติ 

  • 6 ข้อปฏิบัติที่แนะนำ  
  1. ใช้เวอร์ชันทางการและเป็นปัจจุบันที่สุด
  2. จำกัดการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตให้เหลือน้อยที่สุด
  3. ให้สิทธิ์การเข้าถึงระบบเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
  4. ระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อใช้ "ตลาดสกิล"   ที่เต็มไปด้วยเครื่องมือจากบุคคลที่สาม
  5. เฝ้าระวังการถูกจี้เบราว์เซอร์  
  6. ตรวจสอบและอัปเดตช่องโหว่ของซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ

 

  • 6 ข้อห้ามและคำเตือน 
  1. ห้ามใช้เวอร์ชันเก่าหรือเวอร์ชันเลียนแบบ  จากบุคคลที่สาม
  2. ห้ามเปิดระบบเอไอทิ้งไว้บนอินเทอร์เน็ตสาธารณะ
  3. ห้ามเปิดใช้งานบัญชีผู้ดูแลระบบ   ในขณะติดตั้ง
  4. ห้ามติดตั้งแพ็กเกจสกิลที่บังคับให้กรอกรหัสผ่าน
  5. ห้ามเข้าเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับการยืนยันตัวตน
  6. ห้ามปิดฟังก์ชันการตรวจสอบบันทึกการใช้งาน  

หน่วยงานรัฐของจีนได้แนะนำแนวทางปฏิบัติ เช่น ให้ดาวน์โหลดจากแหล่งที่เป็นทางการเท่านั้น, จำกัดการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตสาธารณะ และให้สิทธิ์เข้าถึงระบบเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อปกป้องข้อมูลของผู้ใช้และบริษัท นอกจากนี้ NVDB ยังได้ให้คำแนะนำทางเทคนิคเกี่ยวกับการจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การสแกนไฟล์ และวิธีการถอนการติดตั้งซอฟต์แวร์อย่างถูกวิธีด้วย

 สมาคมเอไอในเมืองซูโจวเรียกร้องให้มีการใช้งานอย่าง "มีสติและสร้างสรรค์" ขณะที่ธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์บางแห่งได้สั่งห้ามพนักงานติดตั้ง OpenClaw ลงในคอมพิวเตอร์ของบริษัทอย่างเด็ดขาด

หวัง เหอ (Wang He) ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ Xlearnity กล่าวว่า ใครก็ตามที่สามารถนำเอไอไปใช้ในอุตสาหกรรมและสถานการณ์จริงได้สำเร็จ จะเป็นผู้นำในการปฏิวัติเทคโนโลยีรอบนี้ โดยย้ำว่าผู้ชนะในอดีตไม่ใช่คนที่ "ประดิษฐ์" เสมอไป แต่เป็นคนที่สามารถทำให้เทคโนโลยีนั้นใช้งานได้แพร่หลายและสร้างระบบนิเวศล้อมรอบมันได้ต่างหาก ซึ่งใครที่ทำได้ก่อนจะเป็นผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกไปอีก 10-20 ปีข้างหน้า

 

อ้างอิง SCMP1 SCMP2