วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม 2569

Login
Login

ปากีสถานไม่สะดุด! แม้ฮอร์มุซปิด ‘เรือน้ำมันปากีฯ’ ยังขับฝ่าออกได้

ปากีสถานไม่สะดุด! แม้ฮอร์มุซปิด ‘เรือน้ำมันปากีฯ’ ยังขับฝ่าออกได้

ท่ามกลางวิกฤติช่องแคบฮอร์มุซ ปากีสถานอาจไม่ใช่เพียง ‘ผู้รับผลกระทบ’ แต่กำลังเล่นเกมการทูตเงียบ เพื่อรักษาเส้นเลือดพลังงานของตน เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันปากีสถาน สามารถฝ่าคอขวดฮอร์มุซได้ ภายใต้ความสัมพันธ์กับอิหร่าน

ท่ามกลางเปลวไฟสงครามที่ลุกลามในตะวันออกกลาง “เรือบรรทุกน้ำมัน” ที่มุ่งหน้าสู่ “ปากีสถาน” ได้ทยอย “ข้ามช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ” เพิ่มขึ้น ตามที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลเปิดเผยกับนิกเกอิ เอเชีย

ในจังหวะเดียวกัน การโจมตีของสหรัฐ–อิสราเอลต่ออิหร่าน และการปิดช่องแคบโดยเตหะราน กำลังบีบคั้นอุปทานน้ำมันโลกให้ตึงตัว พร้อมซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าพลังงานให้เปราะบางยิ่งขึ้น

“มีเรือบรรทุกน้ำมันของปากีสถาน ‘มากกว่าหนึ่งลำ’ ที่สามารถข้ามช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ ระหว่างวันที่ 10 มีนาคม ถึงวันพฤหัสบดี” เจ้าหน้าที่รัฐบาลปากีสถานรายหนึ่งจากสองรายที่ให้สัมภาษณ์ โดยขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าว

เรือลำแรก ซึ่งเป็นเรือขนาดกลางประเภท Aframax ได้เข้าเทียบท่าที่คลังน้ำมันการาจีเมื่อวันพฤหัสบดี โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเรือ MarineTraffic ยืนยันว่า เรือชื่อ Karachi ได้ข้ามช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอาทิตย์ หลังบรรทุกน้ำมันดิบจากอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

คำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีเรือหลายลำที่มุ่งหน้าสู่ “ปากีสถาน” ได้ผ่านจุดคอขวดทางทะเลแห่งนี้ และออกจากอ่าวเปอร์เซียแล้ว

“ปากีสถานใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถผ่านไปได้ และเราคาดว่า จะมีเรือผ่านได้เพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุ

สำหรับ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางนำเข้าน้ำมันดิบของปากีสถานราว 80% ถูกอิหร่านปิดตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม เนื่องจากสงครามที่ดำเนินอยู่กับสหรัฐและอิสราเอล ส่งผลให้ “เส้นเลือดพลังงาน” ของปากีสถานถูกบีบอย่างหนัก

อูเมอ คาริม นักวิจัยประจำศูนย์วิจัยและอิสลามศึกษา King Faisal กล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันสามารถผ่านจุดยุทธศาสตร์นี้ได้ โดยได้รับ “การยินยอมโดยนัย” จากทางการอิหร่าน

“ในขณะนี้ ปากีสถานกำลังพึ่งพากลไกนี้กับอิหร่าน เพื่อให้มั่นใจว่า เรือบรรทุกน้ำมันสามารถเคลื่อนผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย” เขากล่าวกับนิกเกอิ เอเชีย พร้อมเสริมว่า กลไกนี้จะดำเนินต่อไปหรือไม่ “ขึ้นอยู่กับท่าทีของปากีสถานต่อความขัดแย้ง”

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การที่เรือสามารถผ่านได้เป็นครั้งคราวนั้น ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการพลังงานของประเทศ

อัฟตาบ ซาฟาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และประธานสมาคม Association of International Energy Negotiators สาขาปากีสถาน ระบุว่า ประเทศมีการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าสูงเกือบ 80%

“การที่เรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เพียงเป็นครั้งคราว หรือถูกขัดจังหวะ ไม่ใช่สิ่งที่ปากีสถานจะรับมือได้ในระยะยาว” เขากล่าว

ทั้งนี้ ปากีสถานนำเข้าน้ำมันประมาณ 450,000 บาร์เรลต่อวัน โดยเรือประเภท Aframax หนึ่งลำสามารถขนส่งน้ำมันได้ราว 600,000–800,000 บาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการเกือบ 2 วัน

ราชิด ฮูเซน ซัยยิด นักวิเคราะห์พลังงานที่ประจำอยู่ในโตรอนโต เห็นพ้องกัน โดยระบุว่า “ปากีสถานไม่สามารถรองรับความต้องการพลังงานได้ หากการเคลื่อนย้ายเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซทำได้อย่างจำกัดหรือเป็นครั้งคราวเท่านั้น” พร้อมเสริมว่า “ประเทศยังขาดทั้งโครงสร้างพื้นฐานในการกักเก็บสำรองขนาดใหญ่ และความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในการรับแรงกระแทกเช่นนี้”

ในขณะนี้ คณะกรรมการระดับคณะรัฐมนตรีที่ติดตามสถานการณ์น้ำมัน เปิดเผยว่า ปากีสถานมีสำรองเชื้อเพลิงเพียงพอรองรับความต้องการของประเทศได้ถึง “กลางเดือนเมษายน”

ด้านคาลิด วาลีด นักวิจัยจาก Sustainable Development Policy Institute กล่าวว่า “ปากีสถานจำเป็นต้องเร่งพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านพลังงานในอนาคต”

อ้างอิง: nikkei