วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

อิหร่านไฟเขียว ‘เรือน้ำมันปากีสถาน’ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซฉลุย

ท่ามกลางวิกฤติช่องแคบฮอร์มุซ ปากีสถานอาจไม่ใช่เพียงผู้รับผลกระทบ แต่กำลังเล่นเกมการทูตเงียบ เพื่อรักษาเส้นเลือดพลังงานของตน เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันปากีสถาน สามารถ 'ผ่านช่องแคบฮอร์มุซฉลุย' ภายใต้ความสัมพันธ์กับอิหร่าน

ท่ามกลางเปลวไฟสงครามที่ลุกลามในตะวันออกกลาง “เรือบรรทุกน้ำมัน” ที่มุ่งหน้าสู่ “ปากีสถาน” ได้ทยอย “ข้ามช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ” เพิ่มขึ้น ตามที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลเปิดเผยกับนิกเกอิ เอเชีย

ในจังหวะเดียวกัน การโจมตีของสหรัฐ–อิสราเอลต่ออิหร่าน และการปิดช่องแคบโดยเตหะราน กำลังบีบคั้นอุปทานน้ำมันโลกให้ตึงตัว พร้อมซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าพลังงานให้เปราะบางยิ่งขึ้น

“มีเรือบรรทุกน้ำมันของปากีสถาน ‘มากกว่าหนึ่งลำ’ ที่สามารถข้ามช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ ระหว่างวันที่ 10 มีนาคม ถึงวันพฤหัสบดี” เจ้าหน้าที่รัฐบาลปากีสถานรายหนึ่งจากสองรายที่ให้สัมภาษณ์ โดยขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าว

เรือลำแรก ซึ่งเป็นเรือขนาดกลางประเภท Aframax ได้เข้าเทียบท่าที่คลังน้ำมันการาจีเมื่อวันพฤหัสบดี โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเรือ MarineTraffic ยืนยันว่า เรือชื่อ Karachi ได้ข้ามช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอาทิตย์ หลังบรรทุกน้ำมันดิบจากอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

คำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีเรือหลายลำที่มุ่งหน้าสู่ “ปากีสถาน” ได้ผ่านจุดคอขวดทางทะเลแห่งนี้ และออกจากอ่าวเปอร์เซียแล้ว

“ปากีสถานใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถผ่านไปได้ และเราคาดว่า จะมีเรือผ่านได้เพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุ

สำหรับ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางนำเข้าน้ำมันดิบของปากีสถานราว 80% ถูกอิหร่านปิดตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม เนื่องจากสงครามที่ดำเนินอยู่กับสหรัฐและอิสราเอล ส่งผลให้ “เส้นเลือดพลังงาน” ของปากีสถานถูกบีบอย่างหนัก

อูเมอ คาริม นักวิจัยประจำศูนย์วิจัยและอิสลามศึกษา King Faisal กล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันสามารถผ่านจุดยุทธศาสตร์นี้ได้ โดยได้รับ “การยินยอมโดยนัย” จากทางการอิหร่าน

“ในขณะนี้ ปากีสถานกำลังพึ่งพากลไกนี้กับอิหร่าน เพื่อให้มั่นใจว่า เรือบรรทุกน้ำมันสามารถเคลื่อนผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย” เขากล่าวกับนิกเกอิ เอเชีย พร้อมเสริมว่า กลไกนี้จะดำเนินต่อไปหรือไม่ “ขึ้นอยู่กับท่าทีของปากีสถานต่อความขัดแย้ง”

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การที่เรือสามารถผ่านได้เป็นครั้งคราวนั้น ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการพลังงานของประเทศ

อัฟตาบ ซาฟาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และประธานสมาคม Association of International Energy Negotiators สาขาปากีสถาน ระบุว่า ประเทศมีการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าสูงเกือบ 80%

“การที่เรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เพียงเป็นครั้งคราว หรือถูกขัดจังหวะ ไม่ใช่สิ่งที่ปากีสถานจะรับมือได้ในระยะยาว” เขากล่าว

ทั้งนี้ ปากีสถานนำเข้าน้ำมันประมาณ 450,000 บาร์เรลต่อวัน โดยเรือประเภท Aframax หนึ่งลำสามารถขนส่งน้ำมันได้ราว 600,000–800,000 บาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการเกือบ 2 วัน

ราชิด ฮูเซน ซัยยิด นักวิเคราะห์พลังงานที่ประจำอยู่ในโตรอนโต เห็นพ้องกัน โดยระบุว่า “ปากีสถานไม่สามารถรองรับความต้องการพลังงานได้ หากการเคลื่อนย้ายเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซทำได้อย่างจำกัดหรือเป็นครั้งคราวเท่านั้น” พร้อมเสริมว่า “ประเทศยังขาดทั้งโครงสร้างพื้นฐานในการกักเก็บสำรองขนาดใหญ่ และความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในการรับแรงกระแทกเช่นนี้”

ในขณะนี้ คณะกรรมการระดับคณะรัฐมนตรีที่ติดตามสถานการณ์น้ำมัน เปิดเผยว่า ปากีสถานมีสำรองเชื้อเพลิงเพียงพอรองรับความต้องการของประเทศได้ถึง “กลางเดือนเมษายน”

ด้านคาลิด วาลีด นักวิจัยจาก Sustainable Development Policy Institute กล่าวว่า “ปากีสถานจำเป็นต้องเร่งพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านพลังงานในอนาคต”

อ้างอิง: nikkei