เปิดผลจัดอันดับ 'ประเทศมีความสุขที่สุดในโลก 2026' ฟินแลนด์สุดเจ๋งครองแชมป์ 9 ปีซ้อน 'ไทย' ร่วงมาอยู่อันดับที่ 52 เป็นที่สามในอาเซียน ขณะที่รายงานย้ำ 'โซเชียลมีเดีย' เป็นตัวการใหญ่ทำวัยรุ่นสุขลดลง
การเปิดเผยรายงานการจัดอันดับ "ประเทศมีความสุขที่สุดในโลก 2569" (World Happiness Report 2026) พบว่า "ฟินแลนด์" ยังคงรั้งอันดับ 1 ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกประจำปีนี้ไปได้อีกครั้ง และเป็นการครองแชมป์มา 9 ปีติดต่อกันแล้ว ตามมาด้วย "ไอซ์แลนด์" และ "เดนมาร์ก" โดยมีประเทศในลาตินอเมริกาอย่าง "คอสตาริกา" ขึ้นมาติดท็อปเทนได้เป็นครั้งแรกของโลกในอันดับ 4
เป็นที่น่าสังเกตว่าปีนี้เป็นอีกครั้งที่ "ไม่มีประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก" ติดอันดับท็อป 10 เลยแม้แต่ประเทศเดียว ส่วนใหญ่ล้วนเป็นประเทศในฝั่งยุโรปโดยเฉพาะในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ขณะที่ "อิสราเอล" เป็นเพียงประเทศเดียวในตะวันออกกลางที่ติดท็อปเทนในอันดับ 8
สำหรับประเทศเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก นำโดย "สหรัฐ" ในอันดับที่ 23, ตามมาด้วย "แคนาดา" อันดับที่ 25 และ "สหราชอาณาจักร" อันดับ 29
ทั้งนี้ รายงาน World Happiness Report ปี 2026 ซึ่งจัดทำโดยศูนย์วิจัยสุขภาวะ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ร่วมกับแกลลัพ และเครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDSN) อ้างอิงข้อมูลการสำรวจประชาชนกว่า 1 แสนคนในกว่า 140 ประเทศ
การชี้วัดจะใช้ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี เพื่อประเมิน “ความพึงพอใจในชีวิต” โดยใช้ 6 เกณฑ์ชี้วัดประกอบด้วย รายได้ต่อหัว, อายุขัยที่มีสุขภาพดี, เครือข่ายทางสังคม, เสรีภาพในการตัดสินใจ, ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, และการรับรู้ต่อคอร์รัปชัน
10 ประเทศมีความสุขที่สุดในโลก 2026
- ฟินแลนด์
- ไอซ์แลนด์
- เดนมาร์ก
- คอสตาริกา
- สวีเดน
- นอร์เวย์
- เนเธอร์แลนด์
- อิสราเอล
- ลักเซมเบิร์ก
- สวิตเซอร์แลนด์
“ไทย” อยู่จุดไหนในโลก และอาเซียน
ปีนี้ "ประเทศไทย" อยู่ในอันดับ 52 ของโลก ลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่อันดับ 49 และยังคงรั้งอันดับ 3 ในภูมิภาคอาเซียน รองจากสิงคโปร์ และเวียดนาม
หากนับในภูมิภาคเอเชียจะพบว่า "ไต้หวัน" นำมาเป็นที่หนึ่งในอันดับที่ 26 ของโลก ตามมาด้วยคาซัคสถาน (33), ฟิลิปปินส์ (56), ญี่ปุ่น (61), จีน (65), มาเลเซีย (71), อินโดนีเซีย (87), ลาว (92), อินเดีย (116), กัมพูชา (121) และเมียนมา (129)
ทำไม 'ฟินแลนด์' รั้งที่หนึ่ง 9 ปีซ้อน
“สังคมที่ประสบความสำเร็จ คือ สังคมที่ร่วมมือกันยามเผชิญความยากลำบาก” เฮลลิเวลล์ กล่าว “ชาวฟินแลนด์เข้าใจสิ่งนี้ดี และเมื่อผู้คนรู้สึกว่า ‘เรากำลังเผชิญสิ่งต่างๆ ไปด้วยกัน’ ศักยภาพของสังคมก็แทบไม่มีขีดจำกัด”
เซมิ ซัลมี ชายวัยเกษียณที่ออกไปท้าความหนาวว่ายน้ำทะเลเย็นจัดในกรุงเฮลซิงกิ สะท้อนมุมมองดังกล่าวว่า “คนฟินแลนด์มีความพึงพอใจในชีวิต มีความมั่นใจ และเชื่อมั่นในระบบ ประเทศ และรัฐบาลของตัวเอง”
จุดเด่นอย่างหนึ่งที่เขายกตัวอย่างก็คือ การเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ โดยกล่าวว่า “พ่อของผมอยู่ในสถานดูแลระยะยาว และได้รับการดูแลดีมากจากระบบ”
ทั้งนี้ ความสำเร็จของฟินแลนด์ยังมาจากการผสมผสานระหว่างความมั่งคั่ง การกระจายรายได้อย่างเท่าเทียม ระบบสวัสดิการที่ครอบคลุม และความเชื่อมั่นในสถาบันรัฐ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และสร้างเสถียรภาพในชีวิตประชาชน
คนรุ่นใหม่ 'สุขลดลง' เพราะ 'โซเชียลมีเดีย'
รายงานปีนี้ยังเน้นย้ำว่า "การใช้โซเชียลมีเดียในระดับสูง" มีส่วนทำให้ความสุขของ "คนรุ่นใหม่" ลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการใช้งานในลักษณะ “เลื่อนดูแบบพาสซีฟ” (passive consumption) ผ่านอัลกอริทึม หรือการไถหน้าจอดูไปเรื่อยๆ โดยไม่โพสต์ ไม่คอมเมนต์ ไม่แชต ไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่น
แพลตฟอร์มที่มีปัญหามากที่สุดคือ แพลตฟอร์มที่ใช้อัลกอริทึมในการป้อนคอนเทนต์ เน้นภาพ และมี "อินฟลูเอนเซอร์" จำนวนมาก เนื่องจาก "กระตุ้นให้เกิดการเปรียบเทียบทางสังคม" ขณะที่แพลตฟอร์มที่เน้นการสื่อสารโดยตรงมีผลกระทบเชิงลบน้อยกว่า
ข้อมูลยังสะท้อนว่าในหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ และยุโรปตะวันตก ระดับความพึงพอใจในชีวิตของคนอายุต่ำกว่า 25 ปี "ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ" ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ "การใช้เวลาจำนวนมากไปกับโซเชียลมีเดีย"
อย่างไรก็ดี กลุ่มที่ใช้โซเชียลมีเดียในระดับต่ำกลับมีระดับความเป็นอยู่ดีที่สุด โดยผู้ที่ใช้งานน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน มีคะแนนความพึงพอใจในชีวิตสูงกว่าทั้งกลุ่มที่ใช้งานหนัก และกลุ่มที่ไม่ใช้งานเลย สะท้อนความท้าทายของคุณภาพชีวิตในยุคดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ที่มา: World Happiness Report, CNN, AP
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





