สัญญาณเทขาย ‘ทองคำ’ จ่อปิดสัปดาห์แย่สุดในรอบ 6 ปี ร่วงลงเกือบ 7% หลังสงครามปะทุ ราคาน้ำมันพุ่ง หวั่นดัน ‘เงินเฟ้อ’ เบรกความหวังเฟดลดดอกเบี้ยริบหรี่
ราคา “ทองคำ” ร่วงลงอย่างรุนแรงในสัปดาห์นี้ เตรียมปิดสัปดาห์ลดลงหนักสุดในรอบ 6 ปี หลังจากร่วงลงเกือบ 7% ในสัปดาห์นี้ โดยขณะนี้ราคาทองคำร่วงลงมาแตะระดับ 4,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางการสงครามตะวันออกกลางที่กระทบต่อราคาพลังงาน และส่งผลกระทบต่อดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด
รายงานระบุว่า กองทุน ETF ทองคำกำลังเผชิญกับภาวะเงินไหลออกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยมีการเทขายทองคำออกไปมากกว่า 60 ตันในช่วงนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะย่อตัวลงมา แต่ภาพรวมปีนี้ทองคำยังบวกอยู่ประมาณ 8% โดยราคาเคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เกือบ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงปลายม.ค. จากแรงหนุนของนักลงทุน การเข้าซื้อของธนาคารกลาง และความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของเฟดภายใต้การนำของ "โดนัลด์ ทรัมป์"
ราคาน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น กำลังกระตุ้นให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ส่งผลให้ธนาคารกลางต่างๆ มีโอกาสน้อยลงที่จะลดอัตราดอกเบี้ย สถานการณ์นี้ส่งผลลบต่อราคาทองคำโดยตรง เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยตอบแทน
ทองคำซึ่งมักถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” กลับมีราคาลดลงทุกสัปดาห์ นับตั้งแต่สหรัฐ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อเดือนที่แล้ว
การร่วงลงของราคาเกิดขึ้นพร้อมกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร และค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น นอกจากนี้นักลงทุนยังพากันขายทองคำเพื่อไปชดเชยผลขาดทุนในสินทรัพย์อื่น ขณะที่กองทุนทองคำ (ETF) ก็มีเงินไหลออก จนทำให้ยอดการถือครองทองคำทั่วโลกที่เคยสะสมมาตั้งแต่ต้นปีถูกล้างจนหมดสิ้น
โรเบิร์ต ก๊อตต์เลียบ อดีตเทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์จาก JPMorgan ให้ความเห็นว่า "อย่าเพิ่งรีบซื้อตอนราคาถูก เพราะตลาดตอนนี้มีความผันผวนสูงเกินไป" เขาเสริมว่า จนกว่าความผันผวนจะลดลง และราคาเริ่มนิ่ง เราอาจจะยังได้เห็นแรงเทขายออกมาอีก
บริษัทจัดการกองทุนจือสุ่ย ( Zhishui) ในจีนมองว่า หลังจากภาวะขายมากเกินไป ทองคำอาจมีการดีดตัวขึ้นสั้นๆ ทางเทคนิค ก่อนจะกลับไปเป็นเทรนด์ขาลงต่อ ตราบใดที่ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันยังไม่คลี่คลาย
จือสุ่ยยังคงแนะนำกลยุทธ์ "การเปิดสถานะขาย" (Short Position) เป็นหลัก ส่วนสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ อย่างเงินมีการดีดตัวขึ้น 1.4% แต่ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังลบมากกว่า 8% เช่นเดียวกับแพลทินัม และพาลาเดียมที่ลดลงเช่นกัน
อ้างอิง Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





