ราคาทองวันนี้ ร่วงแรงเกือบหลุด 4,700 ดอลลาร์ ท่าทีสายเหยี่ยวของ 'เฟด' ต่อแนวโน้มดอกเบี้ย ลดความน่าสนใจของทองคำ ฉุดแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ราคาทองคำวันนี้ (19 มี.ค.) ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน จากแรงกดดันของ ค่าเงินดอลลาร์ ที่แข็งค่าขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับเพิ่ม ขณะที่ท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยิ่งลดความน่าสนใจของทองคำ
ราคาทองคำสปอต (Spot gold) ลดลง 2.2% อยู่ที่ 4,710.88 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลาประมาณ 16:20 น. ตามเวลาในไทย ซึ่งนับเป็นระดับ "ต่ำที่สุด" นับตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.
ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าตลาดโคเม็กซ์ (ราคาทองคำโคเม็กซ์) สหรัฐ งวดส่งมอบเดือนเม.ย. ร่วงลง 3.6% สู่ระดับ 4,721.40 ดอลลาร์
โอเล ฮันเซน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของ Saxo Bank กล่าวว่า “ราคาทองคำปรับตัวลงแรงเป็นวันที่สอง หลังหลุดแนวรับสำคัญต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และทิศทางดอกเบี้ยที่ตึงตัวขึ้นของเจอโรม พาวเวลล์ หลังการประชุมเฟดล่าสุด”
ทั้งนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น และลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำ
ในสัปดาห์นี้ซึ่งมีการประชุมของธนาคารกลางหลักๆ ทั่วโลก ธนาคารกลางจาก "สหรัฐ แคนาดา และญี่ปุ่น" ต่างส่งสัญญาณเข้มงวดในการดำเนินนโยบายการเงินเมื่อวันพุธ จากความกังวลว่าราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจกระตุ้นเงินเฟ้อระลอกใหม่
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ยังเป็นแบงก์ชาติของประเทศเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่รายแรกของโลกที่ประกาศขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 มี.ค. โดยปรับขึ้น 0.25% ขึ้นไปอยู่ที่ 4.1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี นับตั้งแต่เดือนเม.ย.2025 และยังเป็นการขึ้นดอกเบี้ย "สองครั้งติดต่อกัน" จากการประชุมเมื่อเดือนก.พ.
ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ถูกคาดหมายว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้ แต่คาดว่าจะส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต หากสงครามอิหร่านทำให้เงินเฟ้อในเขตยูโรโซนเร่งตัวอย่างต่อเนื่อง
แม้ทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่อัตราดอกเบี้ยในระดับสูงจะลดความน่าสนใจของทองคำ เนื่องจากเพิ่มต้นทุนการถือครอง และทำให้สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนอื่นๆ มีความน่าสนใจมากขึ้นแทน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งขึ้นเหนือ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลวันนี้ และขึ้นไปแตะ 119 ดอลลาร์ในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย หลังอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลต่อแหล่งก๊าซเซาท์ พาส์ ซึ่งงถือเป็นการยกระดับความรุนแรงของสงคราม
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจส่งผ่านไปสู่เงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้เฟดต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน
ไนเทช ชาห์ นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก WisdomTree ระบุว่า “ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่และเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อราคาทองคำ ดังนั้นแม้ระยะสั้นอาจมีการพักฐาน แต่ในระยะยาวยังมีโอกาสเห็นทองคำแตะ 6,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี”
ราคาเงินตลาดสปอต (Spot silver) ร่วงลงแรงเช่นกัน 4.8% อยู่ที่ 71.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ราคาแพลทินัม ลดลง 3.6% สู่ 1,949.45 ดอลลาร์
ราคาแพลเลเดียม ลดลง 1.7% อยู่ที่ 1,451 ดอลลาร์
ที่มา: Reuters





