มาเลเซียกลายเป็น ‘ชาติแรก’ ที่ประกาศ ‘ล้มข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ’ หลังศาลสูงสุดสหรัฐตีตกภาษีทรัมป์ ท่ามกลางความเสี่ยงที่อาจลุกลามเป็นความตึงเครียดใหม่ ขณะที่หลายประเทศยังลังเล และจับตาท่าทีทรัมป์ต่อจากนี้อย่างใกล้ชิด
หลังจากศาลสูงสุดสหรัฐตัดสินยกเลิกภาษีทรัมป์ได้ไม่นาน “มาเลเซีย” ได้ยืนยันกับสหรัฐว่า ข้อตกลงการค้าตอบโต้ (Agreement on Reciprocal Trade: ART) ที่ทำไว้กับสหรัฐ “ถือเป็นโมฆะแล้ว” และไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป
เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า การประกาศครั้งนี้ทำให้มาเลเซียกลายเป็น “ประเทศแรก” ที่เคยทำข้อตกลงกับรัฐบาลทรัมป์ แล้ว “ถอนตัว” หลังมีคำตัดสินของศาลเมื่อเดือนที่แล้ว
ขณะที่หลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย กัมพูชา ฯลฯ ยังไม่ได้ให้สัตยาบันข้อตกลงลักษณะเดียวกัน และกำลังอยู่ระหว่างทบทวน แม้สหรัฐจะเรียกร้องให้ประเทศที่เซ็นไปแล้วปฏิบัติตามข้อตกลงก็ตาม
รัฐมนตรีการค้าโจฮารี อับดุล กานี กล่าวชัดว่า “ไม่ใช่แค่ระงับ แต่ข้อตกลงนี้ไม่มีอยู่แล้ว ถือเป็นโมฆะ”
เขาอธิบายว่า ศาลสูงสุดสหรัฐตัดสินว่า การเก็บภาษีต้องมีเหตุผลรองรับ ไม่สามารถเก็บแบบเหมารวมได้
ก่อนหน้านี้ ตามข้อตกลงเดือนตุลาคม มาเลเซียถูกเก็บ “ภาษี 19%” สำหรับสินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งออกไปสหรัฐ
“สหรัฐต้องระบุให้ชัดว่า เก็บภาษีเพราะอะไร และเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมใด” รัฐมนตรีการค้าแห่งมาเลเซีย
อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษารัฐบาลมาเลเซียรายหนึ่ง (ไม่เปิดเผยชื่อ) เตือนว่า ท่าทีนี้มี “ความเสี่ยงสูง” หากจัดการไม่ดี
เขาเสริมว่า เรื่องความสัมพันธ์การค้ากับสหรัฐเป็น “เรื่องอ่อนไหว” รัฐมนตรีควรสื่อสารผ่านช่องทางการ ไม่ใช่ตอบสื่อแบบทันที เพราะตอนนี้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันกำลังสร้างความสับสน และยังไม่มีแถลงการณ์ทางการออกมา
“นี่เป็นแนวทางที่มีความเสี่ยงสูง” เขากล่าว พร้อมเตือนว่า แม้อาจได้ “ผลทางการเมืองระยะสั้น” แต่ก็อาจนำไปสู่ “มาตรการตอบโต้” จากสหรัฐ นอกเหนือจากการสอบสวนตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐปี 1974 ซึ่งเปิดทางให้สหรัฐตรวจสอบ และตอบโต้พฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ตามรายงานของ New Straits Times โจฮารี ระบุว่า ปัจจุบันสหรัฐกำลังเก็บภาษี 10% กับมาเลเซียภายใต้มาตรา 122 ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวไม่เกิน 5 เดือน
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ได้ลงนามข้อตกลงกับทรัมป์ ระหว่างการประชุมอาเซียนที่กัวลาลัมเปอร์ รวมถึงความร่วมมือด้านแร่สำคัญ
แหล่งข่าวเผยว่า อันวาร์กำลังหวังจะพบทรัมป์ที่วอชิงตันใน “เดือนเมษายน” เพื่อชี้แจงจุดยืนของมาเลเซีย และลดความตึงเครียดทางการค้า
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์เตือนว่า การส่งสัญญาณที่ไม่สอดคล้องกัน อาจบั่นทอนความเชื่อมั่น ในช่วงที่นโยบายการค้าสหรัฐมีความผันผวนสูง โดย อามีร์ ฟารีด ผู้อำนวยการบริษัทที่ปรึกษา KRA Group กล่าวว่า ประเด็นภาษีทรัมป์ “ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ” โดยชี้ว่า สหรัฐให้ความสำคัญกับความมั่นคงของข้อตกลงที่ได้ทำไว้
เขาเน้นว่า ในสภาพแวดล้อมโลกปัจจุบัน “ความชัดเจน และความสม่ำเสมอ” มีความสำคัญสูงมาก และเหตุการณ์ลักษณะนี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในภาคเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นจุดที่ทั้งสองประเทศมีความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์
อ้างอิง: nikkei
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





