'ธนาคารกลางญี่ปุ่น' มีมติคงอัตราดอกเบี้ย แต่เริ่มส่งสัญญาณการปรับขึ้น หลังเตือนสงครามอิหร่านอาจดันเงินเฟ้อพุ่ง นักวิเคาะห์จับตาอาจขึ้นดอกเบี้ยเดือนเม.ย. หรือ มิ.ย. นี้
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติ "คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย" เอาไว้ที่ระดับ 0.75% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวันนี้ (19 มี.ค.) ซึ่งแม้จะเป็นไปตามความคาดหมาย แต่บีโอเจก็ส่งสัญญาณเตือนด้วยถึงความเสี่ยงเงินเฟ้อขาขึ้นจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน
มติที่ประชุมในครั้งนี้ "ไม่ได้มีเสียงเป็นเอกฉันท์" โดยคณะกรรมการ 8 จาก 9 คนลงมติให้คงอัตราดอกเบี้ย
บีโอเจระบุในแถลงการณ์ว่า แม้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอลงต่ำกว่า 2% ชั่วคราวในระยะใกล้ แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะก่อให้เกิด “แรงกดดันขาขึ้น” ต่อเงินเฟ้อ จากผลพวงของราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ซึ่งผลักดันให้ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้น และญี่ปุ่นเองก็เป็นประเทศที่นำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางถึงราว 95%
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นได้ระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ออกมาแล้วประมาณ 80 ล้านบาร์เรล ขณะที่นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ให้คำมั่นว่าจะควบคุมราคาน้ำมันหน้าปั๊มให้อยู่ที่ระดับเฉลี่ยทั่วประเทศราว 170 เยนต่อลิตร
นักวิเคราะห์จากธนาคาร ING ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ว่า “สิ่งสำคัญคือการติดตามอย่างใกล้ชิดว่า บีโอเจประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และผลของการเจรจาค่าจ้างฤดูใบไม้อย่างไร ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในเดือนเม.ย. หรือมิ.ย.”
ทั้งนี้ บีโอเจให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิดกับการเจรจาค่าจ้างฤดูใบไม้ผลิ หรือ “ชุนโตะ” ซึ่งเป็นการเจรจาระหว่างสหภาพแรงงานกับบริษัทขนาดใหญ่ของประเทศ หลังจากค่าจ้างแทบไม่ขยับมาหลายปี การเจรจานี้จึงมีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% อย่างยั่งยืน
ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นอยู่ที่ 1.5% ในเดือนม.ค. นับเป็นครั้งแรกที่เงินเฟ้อทั่วไปลดลงต่ำกว่าเป้าหมาย 2% หลังจากอยู่เหนือระดับดังกล่าวต่อเนื่องถึง 45 เดือน
ก่อนหน้านี้สื่อญี่ปุ่นรายงานเมื่อวันพุธว่า บริษัทขนาดใหญ่จำนวนมากยอมรับข้อเรียกร้องการขึ้นค่าจ้างของสหภาพแรงงานทั้งหมด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะนับเป็น "ปีที่สามติดต่อกัน" ที่การปรับขึ้นค่าจ้างเกิน 5%
นิกเคอิรายงานว่านี่จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงปี 1989-1991 ที่เกิดแนวโน้มเช่นนี้ และผลเบื้องต้นของการเจรจาชุนโตะจะถูกเผยแพร่ในวันที่ 23 มี.ค. โดยสมาพันธ์สหภาพแรงงานญี่ปุ่น (เร็งโกะ)
การปรับขึ้นค่าจ้างดังกล่าวจะช่วยบรรเทาภาระให้กับแรงงานญี่ปุ่น ซึ่งเผชิญค่าจ้างที่แท้จริงลดลงต่อเนื่องทุกเดือนในปี 2025 อย่างไรก็ตาม ในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ค่าจ้างที่แท้จริงกลับเพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบรายปี





