วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

เอเชียแห่ ‘แย่งซื้อ’ น้ำมันรัสเซีย หลังสหรัฐผ่อนคว่ำบาตร

เอเชียแห่ ‘แย่งซื้อ’ น้ำมันรัสเซีย หลังสหรัฐผ่อนคว่ำบาตร

ท่ามกลางไฟสงครามตะวันออกกลาง รัฐบาลเอเชียกำลังเร่ง ‘หาน้ำมันรัสเซีย’ ทดแทนอุปทานที่หายไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งแรง และเปิดฉากศึกแย่งซื้อน้ำมันระหว่างจีนกับอินเดีย

เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า ในขณะนี้ รัฐบาลหลายประเทศในเอเชียกำลังเร่งหา “น้ำมันรัสเซีย” หลังสหรัฐผ่อนปรนคว่ำบาตรชั่วคราว เพื่อชดเชยน้ำมันที่ขาดหายจากตะวันออกกลาง

เมื่อราคาน้ำมันพุ่ง และเริ่มขาดแคลน อินเดียจึงเพิ่มการซื้อน้ำมันรัสเซียอย่างรวดเร็ว ขณะที่ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ก็ส่งสัญญาณว่า “พร้อมพิจารณาซื้อ” เช่นกัน 

ส่วนจีน ซึ่งเคยเป็นผู้ซื้อน้ำมันรัสเซียรายใหญ่ก่อนสงครามอิหร่าน ก็ยังคงซื้ออย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันอูราล ซึ่งเป็นเกรดส่งออกหลักของรัสเซีย พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาต่อบาร์เรลเคยแตะ 100 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนมีนาคม จาก 58.16 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ (ก่อนสหรัฐโจมตีอิหร่าน) ตามข้อมูลของ Trading Economics 

ล่าสุด ณ วันพุธ (18 มี.ค.69) เวลา 15.00 น.ตามเวลาไทย ราคาอูราลอยู่เหนือ 90 ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับน้ำมันมาตรฐานโลกเบรนต์ 

ขณะที่อินเดียได้เพิ่มการนำเข้าน้ำมันรัสเซียเป็นประมาณ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน (เกือบเพิ่มเป็นสองเท่า) ตามข้อมูลของ Kpler โดย Kpler ระบุเพิ่มเติมก่อนการผ่อนผันของสหรัฐว่า แม้น้ำมันรัสเซียจะช่วยบรรเทาอุปทานในระยะยาว แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยการขาดแคลนจากตะวันออกกลาง ซึ่งอินเดียเคยนำเข้าประมาณ 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวันได้ทั้งหมด

เอริกา ดาวน์ส นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์นโยบายพลังงานโลกของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ระบุว่า “จีน และอินเดีย จะต้องแข่งขันกันแย่งน้ำมันรัสเซียล็อตเดียวกัน ที่ยังค้างอยู่ในทะเล”

ด้าน คอสซิโม ไรซ์ นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษา Trivium China ในกรุงปักกิ่งกล่าวว่า แม้จีนจะมีสำรองพลังงานจำนวนมาก ทำให้ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานน้อยกว่าประเทศอื่น แต่หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ จะ “สร้างแรงกระทบอย่างรุนแรง” ต่อเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

ในตอนนี้ ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้เริ่มส่งผลให้ราคาน้ำมันภายในประเทศจีนเพิ่มขึ้นแล้ว และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอีกในสัปดาห์หน้า

“จีนไม่สามารถป้องกันตัวเองจากผลกระทบได้ทั้งหมด แม้อุปทานจะไม่ได้หยุดชะงักรุนแรง” ไรซ์ กล่าว

“ราคาตลาดโลกจะกระทบจีนอยู่ดี ไม่ว่าจีนจะยังสามารถเข้าถึงน้ำมันจากอิหร่านได้หรือไม่ก็ตาม”

ในฟิลิปปินส์ บริษัทน้ำมันแห่งชาติ Philippine National Oil Company ได้ติดต่อผู้ขายจากรัสเซียแล้ว โดย ชารอน การิน รัฐมนตรีพลังงานเผยว่า ฟิลิปปินส์ได้ติดต่อซัพพลายเออร์เชื้อเพลิงรายเดิมที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนาน เช่น จีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย และญี่ปุ่น 

ขณะเดียวกัน อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันสุทธิ ก็ส่งสัญญาณเปิดกว้างต่อการซื้อน้ำมันรัสเซียเช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งให้ความเห็นกับนิกเคอิ เอเชียว่า “ผมไม่คิดว่าน้ำมันรัสเซียจะทำให้ราคาลดลง นี่อาจแค่ช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคาเล็กน้อย”

“แต่สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นมากกว่าคือ ‘การแย่งซื้อน้ำมันในเอเชีย’ โดยเฉพาะเมื่อมีจีน และอินเดีย เข้ามาร่วมแข่งขัน และน้ำมันส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงการเปลี่ยนเส้นทางการส่งออก ไม่ใช่อุปทานใหม่”

ในด้านบวก แหล่งข่าวระบุว่า โรงกลั่นน้ำมันจำนวนมากในภูมิภาคเอเชีย สามารถรองรับน้ำมันดิบจากรัสเซียได้

“โรงกลั่นในเอเชียจำนวนมากถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันดิบประเภทมีเดียม ซาวร์ อยู่แล้ว ดังนั้นในทางเทคนิคจึงสามารถใช้ได้” แหล่งข่าวอธิบาย

“แต่ก็ยังมีอุปสรรคด้านการผสม การขนส่ง และข้อจำกัดจากมาตรการคว่ำบาตร ที่ทำให้กระบวนการดำเนินไปได้ช้าลง”

 

 

อ้างอิง: nikkei

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์