ท่ามกลางไฟสงครามตะวันออกกลาง รัฐบาลเอเชียกำลังเร่ง ‘หาน้ำมันรัสเซีย’ ทดแทนอุปทานที่หายไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งแรง และเปิดฉากศึกแย่งซื้อน้ำมันระหว่างจีนกับอินเดีย
เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า ในขณะนี้ รัฐบาลหลายประเทศในเอเชียกำลังเร่งหา “น้ำมันรัสเซีย” หลังสหรัฐผ่อนปรนคว่ำบาตรชั่วคราว เพื่อชดเชยน้ำมันที่ขาดหายจากตะวันออกกลาง
เมื่อราคาน้ำมันพุ่ง และเริ่มขาดแคลน อินเดียจึงเพิ่มการซื้อน้ำมันรัสเซียอย่างรวดเร็ว ขณะที่ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ก็ส่งสัญญาณว่า “พร้อมพิจารณาซื้อ” เช่นกัน
ส่วนจีน ซึ่งเคยเป็นผู้ซื้อน้ำมันรัสเซียรายใหญ่ก่อนสงครามอิหร่าน ก็ยังคงซื้ออย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันอูราล ซึ่งเป็นเกรดส่งออกหลักของรัสเซีย พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาต่อบาร์เรลเคยแตะ 100 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนมีนาคม จาก 58.16 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ (ก่อนสหรัฐโจมตีอิหร่าน) ตามข้อมูลของ Trading Economics
ล่าสุด ณ วันพุธ (18 มี.ค.69) เวลา 15.00 น.ตามเวลาไทย ราคาอูราลอยู่เหนือ 90 ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับน้ำมันมาตรฐานโลกเบรนต์
ขณะที่อินเดียได้เพิ่มการนำเข้าน้ำมันรัสเซียเป็นประมาณ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน (เกือบเพิ่มเป็นสองเท่า) ตามข้อมูลของ Kpler โดย Kpler ระบุเพิ่มเติมก่อนการผ่อนผันของสหรัฐว่า แม้น้ำมันรัสเซียจะช่วยบรรเทาอุปทานในระยะยาว แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยการขาดแคลนจากตะวันออกกลาง ซึ่งอินเดียเคยนำเข้าประมาณ 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวันได้ทั้งหมด
เอริกา ดาวน์ส นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์นโยบายพลังงานโลกของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ระบุว่า “จีน และอินเดีย จะต้องแข่งขันกันแย่งน้ำมันรัสเซียล็อตเดียวกัน ที่ยังค้างอยู่ในทะเล”
ด้าน คอสซิโม ไรซ์ นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษา Trivium China ในกรุงปักกิ่งกล่าวว่า แม้จีนจะมีสำรองพลังงานจำนวนมาก ทำให้ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานน้อยกว่าประเทศอื่น แต่หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ จะ “สร้างแรงกระทบอย่างรุนแรง” ต่อเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
ในตอนนี้ ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้เริ่มส่งผลให้ราคาน้ำมันภายในประเทศจีนเพิ่มขึ้นแล้ว และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอีกในสัปดาห์หน้า
“จีนไม่สามารถป้องกันตัวเองจากผลกระทบได้ทั้งหมด แม้อุปทานจะไม่ได้หยุดชะงักรุนแรง” ไรซ์ กล่าว
“ราคาตลาดโลกจะกระทบจีนอยู่ดี ไม่ว่าจีนจะยังสามารถเข้าถึงน้ำมันจากอิหร่านได้หรือไม่ก็ตาม”
ในฟิลิปปินส์ บริษัทน้ำมันแห่งชาติ Philippine National Oil Company ได้ติดต่อผู้ขายจากรัสเซียแล้ว โดย ชารอน การิน รัฐมนตรีพลังงานเผยว่า ฟิลิปปินส์ได้ติดต่อซัพพลายเออร์เชื้อเพลิงรายเดิมที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนาน เช่น จีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย และญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันสุทธิ ก็ส่งสัญญาณเปิดกว้างต่อการซื้อน้ำมันรัสเซียเช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งให้ความเห็นกับนิกเคอิ เอเชียว่า “ผมไม่คิดว่าน้ำมันรัสเซียจะทำให้ราคาลดลง นี่อาจแค่ช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคาเล็กน้อย”
“แต่สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นมากกว่าคือ ‘การแย่งซื้อน้ำมันในเอเชีย’ โดยเฉพาะเมื่อมีจีน และอินเดีย เข้ามาร่วมแข่งขัน และน้ำมันส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงการเปลี่ยนเส้นทางการส่งออก ไม่ใช่อุปทานใหม่”
ในด้านบวก แหล่งข่าวระบุว่า โรงกลั่นน้ำมันจำนวนมากในภูมิภาคเอเชีย สามารถรองรับน้ำมันดิบจากรัสเซียได้
“โรงกลั่นในเอเชียจำนวนมากถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันดิบประเภทมีเดียม ซาวร์ อยู่แล้ว ดังนั้นในทางเทคนิคจึงสามารถใช้ได้” แหล่งข่าวอธิบาย
“แต่ก็ยังมีอุปสรรคด้านการผสม การขนส่ง และข้อจำกัดจากมาตรการคว่ำบาตร ที่ทำให้กระบวนการดำเนินไปได้ช้าลง”
อ้างอิง: nikkei
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





