'ดีเซล' ในสหรัฐพุ่งทะลุ 5 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2022 จ่อส่งผ่านต้นทุนไปยังเงินเฟ้อทั้งระบบเศรษฐกิจ
ราคาน้ำมันดีเซลสหรัฐ พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เมื่อวันอังคาร ที่ 17 มี.ค.69 แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2022 เป็นต้นมา สะท้อนแรงกดดันในตลาดพลังงานโลกจากสงครามอิหร่านที่กระทบมาถึงเศรษฐกิจสหรัฐ
ข้อมูลจากสมาคม AAA ระบุว่า ราคาดีเซล อยู่ที่ 5.04 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้นจาก 4.78 ดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อน และจาก 3.65 ดอลลาร์เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ท่ามกลางสงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม
“จนกว่าจะได้เห็นช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดการส่งออกน้ำมันอีกครั้งอย่างมีนัยสำคัญ แรงกดดันขาขึ้นของราคาพลังงานมีแนวโน้มจะยังคงอยู่ต่อไป” แพทริก เดอ ฮาน ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันจากบริษัท GasBuddy ระบุ
ครั้งล่าสุดที่ ราคาน้ำมันดีเซล ทะลุ 5 ดอลลาร์ต่อแกลลอน คือเดือนธ.ค.2022 ซึ่งเป็นปีที่ ราคาดีเซล เคยขึ้นไปสูงสุดทำสถิติใหม่ถึง 5.81 ดอลลาร์ ในเดือนมิถุนายน ปีเดียวกัน จากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน
น้ำมันดีเซล 5 ดอลลาร์ ภาระหนักคนใช้รถ
สหรัฐเป็นประเทศขนาดใหญ่ที่นิยมการใช้รถยนต์ขนาดใหญ่ ทั้งรถเอสยูวี และรถกระบะ ซึ่งซีเอ็นบีซีเคยรายงานข้อมูลว่า มีครัวเรือนชาวอเมริกันมากถึงราว 50 ล้านคนที่ขับรถกระบะ และอีกประมาณ 10 ล้านครัวเรือนที่ใช้รถเอสยูวีขนาดใหญ่
หากใช้รถกระบะดีเซลขนาดใหญ่ เช่น Chevrolet Silverado เครื่องดีเซล 3,000 ซีซี จะเติมน้ำมันเต็มถังอยู่ที่ประมาณครั้งละ 3,000 บาท หรือประมาณ 18.49 แกลลอน (ราว 70 ลิตร)
แต่ถ้าหากใช้รถเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งราคาน้ำมันเบนซินหน้าปั๊มก็พุ่งขึ้นเช่นกันไปแตะ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน การเติมน้ำมันเต็มถังจะตกอยู่ที่ประมาณครั้งละ 2,400 บาท สำหรับรถเครื่องยนต์ 3,000 ซีซี
ขนส่งกระอัก ความเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง
บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกันอาจเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาดีเซลที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากระบบขนส่งหลักของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุก รถไฟ และเรือบรรทุกสินค้า ล้วนใช้เชื้อเพลิงชนิดนี้
ไดแอน สวองก์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ KPMG กล่าวว่า ต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นมีแนวโน้มส่งผ่านไปยังภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ในรูปของเงินเฟ้อ
“นี่คือ กลไกที่ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นในวงกว้าง ไม่ใช่แค่ที่ปั๊มน้ำมัน แต่รวมถึงสินค้าอย่างอาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย”
ราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นยังมีผลต่อ "ภาคก่อสร้าง และเกษตรกรรม" เนื่องจากเครื่องจักรส่วนใหญ่ใช้เชื้อเพลิงชนิดนี้
เดอ ฮาน ระบุว่าการพุ่งขึ้นของราคาดีเซล “ส่งผลกระทบอย่างมาก” ต่อบริษัทขนส่ง เกษตรกร ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และบริษัทก่อสร้าง เพราะไม่สามารถปรับงบได้ทันกับค่าน้ำมันที่พุ่งขึ้นมาก
ดีเซลขึ้นแรงกว่าน้ำมันเบนซิน
ราคาดีเซลปรับตัวขึ้นเร็วกว่าน้ำมันเบนซิน โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.69 ราคาดีเซลเพิ่มขึ้น 34% เทียบกับเบนซินที่เพิ่มขึ้น 27% ตามข้อมูล AAA
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำมันดีเซลมีอุปทานตึงตัวอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้น โดยสภาพอากาศหนาวเย็นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเพิ่มความต้องการน้ำมันทำความร้อน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับดีเซล
“น้ำมันทั้งสองชนิดเป็นเชื้อเพลิงกำมะถันต่ำ จึงสามารถใช้ทดแทนกันได้บางส่วน เมื่อการใช้น้ำมันทำความร้อนเพิ่มขึ้น ก็เท่ากับว่าความต้องการดีเซลเพิ่มขึ้นด้วย” เดอฮาน กล่าว
ที่มา: CBS News
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





