รัฐบาลทรัมป์เตรียมผ่อนคลายการคว่ำบาตรเวเนซุเอลา หวังสกัดราคาพุ่งจากสงครามอิหร่าน แต่นักวิเคราะห์คาดไม่ได้ช่วยอะไรมาก เหตุเวเนซุเอลา ไม่มีศักยภาพปล่อยน้ำมันได้มากพอในขณะนี้
บลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กำลังเร่งหาทางเพิ่มอุปทานน้ำมันโลกด้วยการเตรียม "ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลา" เปิดทางต่างชาติเข้าลงทุน และเร่งการผลิตน้ำมันดิบ หลังสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่งแรงกว่า 40%
มาตรการดังกล่าวซึ่งอาจประกาศได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ จะรวมถึงการออกใบอนุญาตเฉพาะรายเพิ่มเติม เพื่อให้บริษัทต่างชาติสามารถดำเนินธุรกิจในเวเนซุเอลาได้โดยไม่ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมกลไกที่กว้างขึ้นเพื่อเปิดทางให้บริษัทจำนวนมากสามารถเข้าสู่ภาคน้ำมันของเวเนซุเอลาได้ง่ายขึ้น แต่รูปแบบของมาตรการยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นใบอนุญาตทั่วไปหรือไม่
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 40% หลังสหรัฐ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.69 ส่งผลให้ตลาดพลังงานทั่วโลกตึงตัว และราคาน้ำมันเบนซินแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023
บริษัทที่คาดว่าจะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปดำเนินงานในเวเนซุเอลา ได้แก่ บริษัทลูกของ ONGC Videsh จากอินเดีย, Maha Capital จากสวีเดน และ J&F Investimentos จากบราซิล ขณะที่บริษัทพลังงานรายใหญ่ เช่น Chevron, BP, Shell, Repsol และ Eni เคยได้รับใบอนุญาตไปแล้วก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร "อาจไม่สามารถเพิ่มอุปทานได้ในทันที" เนื่องจากอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาเสื่อมโทรมอย่างหนัก ปัจจุบันผลิตได้เพียงราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณหนึ่งในสามของช่วงสูงสุดในทศวรรษ 1990
นักวิเคราะห์ประเมินว่า "แม้ในกรณีที่ดีที่สุด" เวเนซุเอลาอาจเพิ่มกำลังผลิตได้เพียงประมาณ 300,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2026 ซึ่งยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการน้ำมันทั่วโลก
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนความพยายามของสหรัฐในการดึงน้ำมันเข้าสู่ตลาดจากทุกแหล่งที่เป็นไปได้ หลังวิกฤติตะวันออกกลางทำให้สมดุลพลังงานโลกตึงตัวมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้สหรัฐยังผ่อนคลายข้อจำกัดบางส่วนต่อ "รัสเซีย" เพื่อบรรเทาปัญหาอุปทานเช่นกัน
ที่มา: Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





