วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

IEA ลั่นมี ‘น้ำมันสำรอง’ พร้อมใช้ อีก 1,400 ล้านบาร์เรล หากสงครามยืดเยื้อ

IEA ลั่นมี ‘น้ำมันสำรอง’ พร้อมใช้ อีก 1,400 ล้านบาร์เรล หากสงครามยืดเยื้อ

องค์กรพลังงานระหว่างประเทศลั่น มี ‘น้ำมันสำรอง’ พร้อมใช้อีก 1.4 พันล้านบาร์เรลหากสงครามยืดเยื้อ เพิ่งปล่อยน้ำมันฉุกเฉินแค่ 20% ย้ำแค่ยาบรรเทา ต้องแก้ปัญหาด้วยการเปิดฮอร์มุซ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency)  หรือ IEA เผยว่ายังมีน้ำมันสำรองที่สามารถนำมาใช้ได้หากจำเป็น หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาทาง IEA ได้ประกาศปล่อยน้ำมันสำรองในปริมาณมากเป็นประวัติการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงคราม

ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารของ IEA กล่าวในแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ว่าการปล่อยน้ำมันฉุกเฉินที่กำลังดำเนินการอยู่นี้จะทำให้ปริมาณสำรองของ IEA ลงเพียง 20% เท่านั้น และ IEA  ยังคงมีน้ำมันเหลืออยู่กว่า 1.4 พันล้านบาร์เรล ซึ่งหมายความว่าเราสามารถดำเนินการเพิ่มเติมได้ในภายหลังหากจำเป็น 

สงครามทำให้การขนส่งผ่านช่องแคปฮอร์มุซเข้าสู่ภาวะหยุดชะงัก บังคับให้ผู้ผลิตน้ำมัน รายใหญ่ที่สุดของโลกบางรายต้องลดปริมาณการผลิต และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 40% ในสองสัปดาห์ ไปอยู่ที่มากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว IEA มองว่านี้เป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดน้ำมันที่อุปทานหยุดชะงัก

บิโรลกล่าวว่า “แม้ว่าการปล่อยน้ำจากคลังสำรองของเราจะช่วยบรรเทาปัญหาได้ในตอนนี้ แต่มันไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน” โดยเน้นย้ำว่าขั้นตอนที่ “สำคัญที่สุด” คือการเปิดช่องแคบอีกครั้ง

เติมน้ำมันเข้าตลาดเอเชีย  

บิโรล ระบุว่าขณะนี้กำลังมีการส่งน้ำมันดิบจำนวนมหาศาลเข้าสู่ตลาดเอเชีย เนื่องจากเอเชียเป็นภูมิภาคที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงที่สุด และได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภาวะน้ำมันขาดแคลน ในขณะเดียวกัน ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่าง "อิรัก" กลับต้องสูญเสียรายได้หลักของประเทศไปเป็นจำนวนมากจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น

ภายใต้แผนการประสานงานของ IEA ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียได้ตกลงที่จะระบายน้ำมันสำรองออกมามากกว่า 100 ล้านบาร์เรล เช่นเดียวกับในยุโรปที่มีการปล่อยในจำนวนใกล้เคียงกัน ส่วนในภูมิภาคอเมริกาจะมีการระบายออกมามากกว่า 170 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ยังมีน้ำมันส่วนเพิ่มอีกกว่า 20 ล้านบาร์เรลที่มาจากการเร่งกำลังการผลิตใหม่เพื่อเข้ามาเติมเต็มระบบ

ยังมีประเทศอื่น ๆ ที่พร้อมสนับสนุนความพยายามของ IEA ในครั้งนี้ด้วย เช่น อินเดีย, โคลอมเบีย, สิงคโปร์, ไทย และเวียดนาม 

ทาง IEA กำลังเริ่มทบทวนและเตรียมข้อเสนอแนะในการจัดการความต้องการใช้พลังงาน ช่น การรณรงค์ประหยัดหรือปรับพฤติกรรมการใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทั่วโลกจะมีพลังงานใช้เพียงพอและมั่นคง

อ้างอิง Bloomberg