องค์กรพลังงานระหว่างประเทศลั่น มี ‘น้ำมันสำรอง’ พร้อมใช้อีก 1.4 พันล้านบาร์เรลหากสงครามยืดเยื้อ เพิ่งปล่อยน้ำมันฉุกเฉินแค่ 20% ย้ำแค่ยาบรรเทา ต้องแก้ปัญหาด้วยการเปิดฮอร์มุซ
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) หรือ IEA เผยว่ายังมีน้ำมันสำรองที่สามารถนำมาใช้ได้หากจำเป็น หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาทาง IEA ได้ประกาศปล่อยน้ำมันสำรองในปริมาณมากเป็นประวัติการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงคราม
ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารของ IEA กล่าวในแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ว่าการปล่อยน้ำมันฉุกเฉินที่กำลังดำเนินการอยู่นี้จะทำให้ปริมาณสำรองของ IEA ลงเพียง 20% เท่านั้น และ IEA ยังคงมีน้ำมันเหลืออยู่กว่า 1.4 พันล้านบาร์เรล ซึ่งหมายความว่าเราสามารถดำเนินการเพิ่มเติมได้ในภายหลังหากจำเป็น
สงครามทำให้การขนส่งผ่านช่องแคปฮอร์มุซเข้าสู่ภาวะหยุดชะงัก บังคับให้ผู้ผลิตน้ำมัน รายใหญ่ที่สุดของโลกบางรายต้องลดปริมาณการผลิต และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 40% ในสองสัปดาห์ ไปอยู่ที่มากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว IEA มองว่านี้เป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดน้ำมันที่อุปทานหยุดชะงัก
บิโรลกล่าวว่า “แม้ว่าการปล่อยน้ำจากคลังสำรองของเราจะช่วยบรรเทาปัญหาได้ในตอนนี้ แต่มันไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน” โดยเน้นย้ำว่าขั้นตอนที่ “สำคัญที่สุด” คือการเปิดช่องแคบอีกครั้ง
เติมน้ำมันเข้าตลาดเอเชีย
บิโรล ระบุว่าขณะนี้กำลังมีการส่งน้ำมันดิบจำนวนมหาศาลเข้าสู่ตลาดเอเชีย เนื่องจากเอเชียเป็นภูมิภาคที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงที่สุด และได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภาวะน้ำมันขาดแคลน ในขณะเดียวกัน ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่าง "อิรัก" กลับต้องสูญเสียรายได้หลักของประเทศไปเป็นจำนวนมากจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น
ภายใต้แผนการประสานงานของ IEA ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียได้ตกลงที่จะระบายน้ำมันสำรองออกมามากกว่า 100 ล้านบาร์เรล เช่นเดียวกับในยุโรปที่มีการปล่อยในจำนวนใกล้เคียงกัน ส่วนในภูมิภาคอเมริกาจะมีการระบายออกมามากกว่า 170 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ยังมีน้ำมันส่วนเพิ่มอีกกว่า 20 ล้านบาร์เรลที่มาจากการเร่งกำลังการผลิตใหม่เพื่อเข้ามาเติมเต็มระบบ
ยังมีประเทศอื่น ๆ ที่พร้อมสนับสนุนความพยายามของ IEA ในครั้งนี้ด้วย เช่น อินเดีย, โคลอมเบีย, สิงคโปร์, ไทย และเวียดนาม
ทาง IEA กำลังเริ่มทบทวนและเตรียมข้อเสนอแนะในการจัดการความต้องการใช้พลังงาน ช่น การรณรงค์ประหยัดหรือปรับพฤติกรรมการใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทั่วโลกจะมีพลังงานใช้เพียงพอและมั่นคง
อ้างอิง Bloomberg





