วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ดอลลาร์’ อ่อนค่า ร่วงตามราคาน้ำมัน ลุ้นเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

‘ดอลลาร์’ อ่อนค่า ร่วงตามราคาน้ำมัน  ลุ้นเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

‘น้ำมัน’ เป็นตัวกำหนดค่าเงินดอลลาร์ ดัชนีดิ่ง 0.7% ตามราคาร่วงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ ตลาดลุ้นเปิดช่องแคบฮอร์มุซ จับตาแบงก์ชาติทั่วโลกกำหนดดอกเบี้บนโยบายสัปดาห์นี้

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนีดอลลาร์ของบลูมเบิร์กปรับตัวลดลงกว่า 0.7%  จากระดับที่แข็งค่ามากที่สุดในรอบปี ร่วงลงตามราคาน้ำมันดิบที่ปิดตลาดต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบารร์เรล หลังประธานาธิบดี “โดนัล ทรัมป์”  กดดันให้นานาชาติช่วยกันเรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

อเล็กซ์ โคเฮน นักวิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศประจำธนาคาร Bank of America ระบุว่า ตลาดน้ำมันยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และราคาน้ำมันเบรนท์อ่อนตัวลงเล็กน้อยหลังจากผ่านพ้นช่วงสุดสัปดาห์มาด้วยความหวังเกี่ยวกับแนวโน้มการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 

นับตั้งแต่เกิดสงครามในวันที่ 28 ก.พ. ราคาน้ำมันและดอลลาร์ เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ดอลลาร์กลายเป็น “สกุลเงินปิโตรเลียม” นักวิเคราะห์บางคนมองว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสหรัฐ เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก และดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลักในการค้าขายน้ำมันดิบทั่วโลก

 จับตาทิศทาง 'ดอกเบี้ย' ทั่วโลก

ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในเดือนก.พ. โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ของภาคการผลิตและภาคเหมืองแร่ 

ขณะเดียวกัน คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดจะประกาศ “คงดอกเบี้ย”  ในวันพุธนี้ เนื่องจากยังมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นหลังจากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ไม่ใช่แค่สหรัฐเท่านั้น แต่สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์สำคัญของนโยบายการเงินโลก เพราะธนาคารกลางของอังกฤษ (BoE), ยุโรป (ECB), ญี่ปุ่น (BoJ) รวมถึงออสเตรเลีย ต่างก็มีกำหนดการที่จะตัดสินใจเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน

‘น้ำมัน’  กำหนดค่าเงินดอลลาร์

เบรนแดน เฟแกน  นักยุทธศาสตร์ด้านมหภาคได้ให้ความเห็นว่า  “ปัจจัยหลักที่จะกำหนดทิศทางค่าเงินในตอนนี้คือ 'ความเสี่ยงในระดับโลก' หากราคาน้ำมันดิบเริ่มนิ่งและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ค่อยๆ คลี่คลายลง กระแสเงินที่ไหลเข้าสู่สกุลเงินดอลลาร์จากกำไรค่าน้ำมัน ที่เคยรุนแรงในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนก็จะเริ่มแผ่วลง สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดเมื่อวันจันทร์คือสัญญาณแรกของการปรับฐานเมื่อสถานการณ์เริ่มดูตึงเครียดน้อยลง"

บ็อบ ซาเวจ  หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ตลาดของ BNY ระบุว่า "ในขณะที่สงครามกับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป 'ราคาน้ำมัน' กลายเป็นตัวกำหนดบรรยากาศของตลาด และข่าวช่องแคบฮอร์มุซก็คือปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความเคลื่อนไหวต่าง ๆ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในสัปดาห์นี้คือ เหล่าธนาคารกลางทั่วโลกจะมีมุมมองและวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร"

นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้น สกุลเงินหลักทั้งหมดในกลุ่มประเทศ G10 ต่างก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์  โดยเฉพาะ "เงินเยน" ของญี่ปุ่นที่อ่อนค่าลงมากกว่าสกุลเงินคู่แข่งอื่น ๆ จนทางการญี่ปุ่นต้องออกมาพูดย้ำอีกครั้งว่า พวกเขาพร้อมจะเข้าแทรกแซงเพื่อช่วยพยุงค่าเงินเยนทันทีหากมีความจำเป็น

 

อ้างอิง Bloomberg