วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม 2569

Login
Login

รู้จัก ‘ทังสเตน’ โลหะอาวุธยุคใหม่ ราคาพุ่งแรง ‘ชนะ’ ทองคำ

รู้จัก ‘ทังสเตน’ โลหะอาวุธยุคใหม่ ราคาพุ่งแรง ‘ชนะ’ ทองคำ

‘ทังสเตน’ โลหะสำคัญที่ใช้ผลิตอาวุธสงคราม ตั้งแต่กระสุนเจาะเกราะไปจนถึงขีปนาวุธ กำลังกลายเป็น ‘ทรัพยากรยุทธศาสตร์ล้ำค่า’ หลังจีนจำกัดการส่งออก ประกอบกับดีมานด์อาวุธในสงครามอิหร่าน ทำให้โลหะนี้ปรับขึ้นร้อนแรง และทำผลงาน ‘เหนือกว่า’ สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

นอกจากแร่หายากแล้ว “ทังสเตน” (Tungsten) โลหะสำคัญที่ใช้ทั้งในอุตสาหกรรมอาวุธและเซมิคอนดักเตอร์ กำลังกลายเป็น “จุดตึงเครียดใหม่” ในภูมิรัฐศาสตร์โลก หลังจีน “จำกัดการส่งออก” ขณะเดียวกัน ความต้องการจาก “ภาคการทหาร” ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้อุปทานโลหะนี้ตึงตัว และผลักดันราคาพุ่งทำสถิติสูงสุด

สำหรับทังสเตน มี “จุดหลอมเหลวสูงที่สุด” ในบรรดาโลหะทั้งหมด อยู่ที่ประมาณ 3,422 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังมีความแข็งสูงมาก จึงทำให้การตัด เจาะ หรือขึ้นรูปโลหะชนิดนี้ทำได้ยาก และต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง

ตัวโลหะความหนาแน่นสูงชนิดนี้ เป็นส่วนสำคัญในอุปกรณ์เจาะและอาวุธเจาะเกราะ โดยปีนี้ ราคาทังสเตนพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่า ตามดัชนี APT ของยุโรปจาก Fastmarkets

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 2,250 ดอลลาร์ต่อหน่วยเมตริกตัน เพิ่มขึ้น “สูงถึง 557%” นับตั้งแต่จีนเพิ่มผลิตภัณฑ์ทังสเตนบางประเภทเข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ของปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคายิ่งพุ่งแรงขึ้น เมื่อผู้ซื้อเริ่มใช้สต็อกที่มีอยู่จนใกล้หมด ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ก็ทำให้ความต้องการโลหะสำหรับอุตสาหกรรมทหาร ถูกจับตามองมากขึ้น

จอร์จ เฮปเพล รองประธานฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของ BMO Capital Markets กล่าวว่า
ในช่วง 12 ปีที่เขาทำงานในตลาดโลหะ เขาไม่เคยเห็นตลาดที่ตึงตัวเท่าทังสเตนมาก่อน ยกเว้นอาจจะเป็นลิเทียมในปี 2021

เขาเสริมว่า สถานการณ์นี้ไม่เหมือนกับลิเทียม เพราะตอนนั้นยังมีโครงการเหมืองจำนวนมากที่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ในอนาคต

ในขณะนี้ ผู้ผลิตทั่วโลกพยายามแย่งกันหา “แหล่งทังสเตน” จากที่อื่น หลังจาก “จีน” ซึ่งเป็นผู้ผลิตหลักของโลกจำกัดการส่งออก โดยข้อมูลจากบริษัทวิจัย Project Blue ระบุว่า ปริมาณส่งออกทังสเตนที่ถูกควบคุมจากจีน ลดลงประมาณ 40% ในปีที่แล้ว

แม้ทังสเตนมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ แต่ตลาดของโลหะนี้ยังถือว่าค่อนข้างเล็ก โดย Project Blue ประเมินว่า มูลค่าตลาดปีนี้อยู่ที่ประมาณ 16,000 ล้านดอลลาร์ หรือเพียงราว 5% ของตลาดทองแดง

นอกจากนี้ ตลาดทังสเตนยังมีความโปร่งใสน้อยและสภาพคล่องต่ำ เพราะไม่ได้ซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์หลัก อย่างไรก็ตาม ราคาที่พุ่งขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา “เพิ่มขึ้นมากกว่า” สินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำและน้ำมัน

เจนีน เลอ รูซ์ นักวิจัยของ Project Blue ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ราคาพุ่งขึ้นล่าสุด โดยการใช้ทังสเตนในอุตสาหกรรมทหาร เช่น เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินรบ และกระสุน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 12% ในปีนี้

สำหรับโลหะผสมทังสเตน มักถูกใช้ในชิ้นส่วนขีปนาวุธ และเป็นตุ้มน้ำหนักถ่วงในเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์ เพราะมีความหนาแน่นสูง ทำให้กระสุนรักษาแรงพุ่งและเจาะเกราะได้ดี อีกทั้งยังถูกใช้ในกระสุนปืนใหญ่ ระเบิดมือ และยานเกราะกันกระสุนด้วย

ตัว “ทังสเตน” จีนไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรายใหญ่เท่านั้น ยังครอง “แหล่งสำรองมากที่สุดของโลก” ด้วย โดยข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) ระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว จีนผลิตทังสเตนจากเหมืองได้ คิดเป็นสัดส่วนถึง 79% ของผลผลิตทั่วโลกที่อยู่ที่ประมาณ 85,000 ตัน

ในปัญหาอุปทานที่ตึงตัวนี้ไม่สามารถแก้ได้ในระยะสั้น แม้การทำเหมืองอาจขยายตัวในประเทศอย่างสเปน บราซิล ออสเตรเลีย และสหรัฐ แต่การเพิ่มกำลังผลิตใหม่ในฝั่งตะวันตก อาจต้อง “ใช้เวลาราว 2 ปี” และยังขึ้นอยู่กับว่าผู้ลงทุนเชื่อหรือไม่ว่าราคาที่สูงในปัจจุบัน จะคงอยู่ต่อไป

จอร์จ เฮปเพล จาก BMO กล่าวว่า “สงครามในอิหร่านเป็นเครื่องเตือนอย่างชัดเจนว่า สงครามในศตวรรษที่ 21 ใช้โลหะจำนวนมหาศาลเพียงใด

มีโดรนหลายแสนลำ มีขีปนาวุธจำนวนมหาศาล รวมถึงอาวุธที่ใช้สกัดโดรนและขีปนาวุธเหล่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ ‘ทังสเตน’ มีบทบาทสำคัญอย่างมากในสงครามยุคใหม่”


อ้างอิง: bloombergmisu