วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

‘การ์ตูนญี่ปุ่น’ มูลค่าตลาด 28,350 ล้านดอลลาร์! | กันต์ เอี่ยมอินทรา

‘การ์ตูนญี่ปุ่น’ มูลค่าตลาด 28,350 ล้านดอลลาร์! | กันต์ เอี่ยมอินทรา

รู้จักการตลาด ‘การ์ตูนญี่ปุ่น’ มูลค่าตลาด 28,350 ล้านดอลลาร์! การจะจับตลาดนี้ไม่ง่าย เพราะต้องอาศัยระบบนิเวศ มีไอเดียจากนักเขียน มีความต้องการของผู้บริโภค และที่สำคัญคือ ต้องมีห่วงโซ่อุปทานรองรับ

ถูกใจแฟนการ์ตูน ONE PIECE เมื่อ กทม. ร่วมกับ Netflix แปลงสวนลุมให้เป็นโลกของการ์ตูนมังงะชื่อดัง

หากมองผิวเผิน นี่คือโครงการทางสังคม มุ่งให้คนกทม. มีความสุข แต่หากมองให้ถี่ถ้วน กิจกรรมที่ตอบสนองความชอบเฉพาะกลุ่ม (Niche market) นี้ คือหนึ่งในฟันเฟืองและกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโต จากการส่งออก Soft Power ก่อนที่คำว่า Soft Power จะดังด้วยซ้ำ

‘การ์ตูนญี่ปุ่น’ มูลค่าตลาด 28,350 ล้านดอลลาร์! | กันต์ เอี่ยมอินทรา ภาพโปรโมต ONE PIECE live action จากเพจเฟซบุ๊กกรุงเทพมหานคร

การตลาดการ์ตูน หรือ Anime marketing ที่แรกเริ่มตั้งใจเป็นแค่เพียงสื่อสิ่งบันเทิง โดยเริ่มจากนิยาย แล้วจึงพัฒนามาเป็นหนังสือการ์ตูน หนังการ์ตูนในทีวี และภาพยนตร์ในที่สุด คือโมเดลธุรกิจแบบเดิมเมื่อ 20 ปี++ จากนั้นจึงพัฒนาต่อมาเป็นสวนสนุก พิพิธภัณฑ์ แฟนมีต เป็นสินค้าตั้งแต่ดินสอ ยางลบ จนกระทั่งเสื้อผ้า นี่คือโมเดลธุรกิจที่ญี่ปุ่นใช้ ดิสนีย์ใช้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ใช้

28,350 ล้านดอลลาร์ คือขนาดตลาดของ Anime ทั้งโลก และเชื่อว่าตัวเลขจะพุ่งสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2033 หากแยกเม็ดเงินทั้งหมดจากตลาด Anime จะพบว่าแค่ 1/4 เท่านั้นที่มาจากการสตรีมมิง หมายความว่า อีก 3 ส่วน หรือกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์นี้มาจากสินค้า หรือกิจกรรมอื่นๆ

Netflix ผู้ให้บริหารสตรีมมิง Anime พวกนี้ก็ได้รายรับมหาศาล เคยมีตัวเลขบันทึกไว้ในปี 2023 ว่า Netflix ได้เงินจากการฉาย Anime เหล่านี้ถึง 2,070 ล้านดอลลาร์ และนี่คือเหตุผลว่าทำไม Netflix ถึงมีเงินมากมายมาจัดงานเหล่านี้ทั้งที่สวนลุมตอนนี้ หรืองานที่ถนนทรงวาด ในธีมของหนังซีรีย์ Stranger Things

One Piece โดเรมอน Demon Slayers' ดราก้อนบอล ชื่อการ์ตูนเหล่านี้แทบจะไม่มีความหมายในสังคมส่วนใหญ่ แต่มีความหมายและมีความผูกพันทางใจอย่างยิ่งยวดต่อแฟนคลับ ยกตัวอย่าง One Piece ที่ขณะนี้จัดงานที่สวนลุมนี้ เคยมีบันทึกว่าทั้งปีคนทั่วโลกเปิดดูเรื่องนี้กว่า 479 ล้านชั่วโมง

อีกตัวอย่างในเชิงคุณภาพที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ สถานที่ หรือเมืองต่างๆ ในญี่ปุ่นนั้น มักจะหยิบยืมตัวการ์ตูนเหล่านี้แปลงมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแม่เหล็กดึงดูดทั้งคนท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ เมืองไซตามะมีชินจัง จังหวัดฟุกุชิมะมีโปเกมอน จังหวัดโทยามะบ้านเกิดโดเรมอน โรงแรมในไอสึวากะมัตสึที่ Demon Slayers' ใช้เป็นแรงบันดาลใจวาดฉากในหนัง ทั้งหมดนี้คือแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดเม็ดเงินเข้าท้องถิ่น

การจะจับตลาดมูลค่า 3-5 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ไม่ง่าย เพราะต้องอาศัยระบบนิเวศ (ecosystem) ต้องมีทั้งไอเดียจากนักเขียน ต้องมีความต้องการของผู้บริโภค และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ต้องมีห่วงโซ่อุปทานรองรับ ตั้งแต่กราฟิก ไล่มาจนโรงงานที่ผลิตสินค้าให้ตรงตามแบบ เริ่มต้นตั้งแต่ทรัพยากรมนุษย์ ความชอบส่วนบุคคล มหาวิทยาลัยและบริษัทเอกชนที่บ่มเพาะ และภาครัฐที่สมควรสนับสนุน

เมืองไทย ยังอีกไกลนักกับอุตสาหกรรมนี้ ขนาดประเทศที่เก่งเรื่อง Soft Power อย่างเกาหลีก็ยังห่างไกลกันกับระบบนิเวศที่ญี่ปุ่นมี และก็ใช่ว่านี่คือปรากฏการณ์ชั่วข้ามคืน แต่คือวัฒนธรรมการ์ตูนที่สามารถนับย้อนกลับไปกว่า 50 ปี