หมดยุคเชื่อนักวิเคราะห์!
‘เสี่ยวเติ้ง’ นักลงทุนจีนรุ่นใหม่ ที่กำลังกลายเป็นฟันเฟืองหลักหุ้นจีน หันใช้แชทบอท-AI ทำกำไรจากหุ้นเทค เน้นเข้าเร็วออกเร็ว หลังขาดทุนจากคำแนะนำ
คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้กำลังกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่กระตุ้นการเติบโตของการลงทุนในประเทศ “จีน”
Lito Chen เริ่มก้าวเข้าสู่โลกการเทรดในปี 2020 เขาเป็นคนหนึ่งที่เชื่อในคำแนะนำของนักวิเคราะห์ โดยนำเงินเก็บสมัยเรียนมหาวิทยาลัยไปลงทุนในหุ้นกลุ่ม "Blue Chip" อย่างบริษัทผลิตสุรา ซึ่งในตอนนั้นใครๆ ก็บอกว่าเป็นหุ้นที่ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนมั่นคง
แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม หุ้นเหล่านั้นทำให้เงินเก็บเขามลายหายไปและทำลายความเชื่อมั่นที่เขามีต่อการวิเคราะห์ทางการเงินกระแสหลัก
พอถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2024 เมื่อต้องหาหุ้นตัวใหม่ Chen จึงหันไปหาเทคโนโลยีที่คนรุ่นใหม่คุ้นเคย นั่นคือแชทบอท AI และความเห็นจากกลุ่มเพื่อนในโซเชียล เขาเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, กลาโหม และเหมืองแร่ ตามคำแนะนำของเพื่อนในเน็ตและ AI อย่าง Kimi และ Zhipu จนสามารถถอนทุนคืนและเริ่มทำ ”กำไร“ ได้
"ในอนาคตผมจะพึ่ง AI เลือกหุ้นให้มากขึ้น เพราะหุ้นบางตัวที่มันแนะนำพุ่งทะยานไม่หยุดเลยจริงๆ"
เซี่ยวเติง คนรุ่นใหม่บุก ‘ตลาดหุ้นจีน’
Chen คือตัวแทนของนักลงทุนรายย่อยรุ่นใหม่ในจีนที่เก่งเทคโนโลยีและมีความมั่นใจในตัวเองสูง นักเทรด Gen Z กลุ่มนี้ได้รับฉายาในจีนว่า "เซี่ยวเติง" (Xiao Dengs) หรือแปลว่า "เจ้าหนู" ซึ่งจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของพวกเขากำลังส่งผลกระทบมหาศาลต่อตลาดหุ้นจีนที่มีมูลค่ากว่า 14 ล้านล้านดอลลาร์
ผลการศึกษาพบว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 ถึงมกราคม 2025 จำนวนนักลงทุนที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปีในจีนเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า คิดเป็น 1 ใน 3 ของนักลงทุนรายย่อยทั้งหมด 240 ล้านคน
นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นรายงานว่านักลงทุนอายุต่ำกว่า 35 ปี เปิดบัญชีเทรดใหม่กว่า 45% ในปีที่ผ่านมา จนนักเศรษฐศาสตร์เผยว่า ปี 2025 คือปีที่การเทรดของกลุ่ม "เซี่ยวเติง" ครองตลาดด้วยสไตล์ที่โดดเด่นและไม่มีใครเทียบได้
กลุ่มเซี่ยวเติงนิยมหุ้นที่เติบโตสูงและมีสไตล์การเทรดที่รวดเร็ว แบบเข้าไวออกไว ซึ่งกระตุ้นให้เกิดกระแสการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น พวกเขาพร้อมรับความเสี่ยง ซึ่งต่างจากรุ่นพ่อแม่ที่เน้นการออมเงิน ทำให้เหล่าโบรกเกอร์ต่างๆ ต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อเอาใจคนรุ่นนี้ เช่น การใช้มาสคอตตัวการ์ตูน, ทำพอดแคสต์ หรือแม้แต่สร้างหนังสั้นแนวดราม่าเพื่อดึงดูดใจนักลงทุนวัยรุ่น
ผู้จัดการกองทุนรายหนึ่งให้ความเห็นว่า ปัจจุบันการเทรดกลายเป็นเรื่องระยะสั้นและขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้นตามอิทธิพลของนักลงทุนรุ่นใหม่
ในขณะที่นักลงทุนรุ่นเก่ากลัว "การขาดทุน" แต่นักลงทุนรุ่นใหม่กลับกลัว "การตกขบวน" หรือ FOMO ทัศนคติที่ต่างกันนี้กำลังเปลี่ยนโครงสร้างและกลไกของตลาดหุ้นจีนไปอย่างสิ้นเชิง
ในต่างประเทศ นักเทรด Gen Z เป็นกำลังหลักมาหลายปีแล้วผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Robinhood หรือการปั่นหุ้น Meme และคริปโท
แต่ในจีนนั้นกระแสนี้มาถึงช้ากว่า เพราะคนส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดอสังหาฯ ซบเซาลงตั้งแตช่วงหลังโควิด พร้อมกับ “ดอกเบี้ยต่ำ” และการสนับสนุนจากรัฐบาล ทำให้คนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาสูงแต่หางานยากในปัจจุบัน หันมาหาโอกาสในตลาดหุ้นแทน
ด้วยพลังของนักลงทุนรุ่นใหม่เหล่านี้ ทำให้ตลาดหุ้นจีนในปี 2025 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยดัชนี CSI 300 พุ่งขึ้นถึง 18% ถือเป็นปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเริ่มการระบาดของโควิด-19
อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินลงทุนของกลุ่ม "เซี่ยวเติง" ส่วนใหญ่ยังไม่สูงนัก เนื่องจากวัยเริ่มทำงานในจีนออมเงินได้ยาก เพราะค่าแรงโตไม่ทันค่าครองชีพและความมั่นคงในงานต่ำ พ่อแม่มักต้องเข้ามาช่วยเหลือทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อลูกๆ เริ่มมีหนี้สิน ซึ่งปัจจัยนี้ก็กลายเป็นตัวจำกัดว่าคนรุ่นใหม่จะกล้ารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน
แม้เงินทุนต่อคนจะน้อย แต่ด้วยจำนวนมหาศาลของคนรุ่นนี้ ทำให้พวกเขามีอำนาจในการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินในตลาด ความนิยมในหุ้นเทคโนโลยีและ AI ของพวกเขาได้ช่วยอัดฉีดเงินเข้าสู่ภาคส่วนที่รัฐบาลจีนพยายามส่งเสริมเพื่อแข่งกับสหรัฐ และยังช่วยให้บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ในกลุ่มเทคโนโลยีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น





