วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

หมดยุคเชื่อนักวิเคราะห์ ‘เสี่ยวเติ้ง’ นักลงทุนจีนรุ่นใหม่ ใช้ AI ทำกำไรจากตลาดหุ้น

หมดยุคเชื่อนักวิเคราะห์ ‘เสี่ยวเติ้ง’ นักลงทุนจีนรุ่นใหม่ ใช้ AI  ทำกำไรจากตลาดหุ้น

หมดยุคเชื่อนักวิเคราะห์! ‘เสี่ยวเติ้ง’ นักลงทุนจีนรุ่นใหม่ ที่กำลังกลายเป็นฟันเฟืองหลักหุ้นจีน หันใช้แชทบอท-AI ทำกำไรจากหุ้นเทค เน้นเข้าเร็วออกเร็ว หลังขาดทุนจากคำแนะนำ

คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้กำลังกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่กระตุ้นการเติบโตของการลงทุนในประเทศ “จีน”

Lito Chen เริ่มก้าวเข้าสู่โลกการเทรดในปี 2020 เขาเป็นคนหนึ่งที่เชื่อในคำแนะนำของนักวิเคราะห์ โดยนำเงินเก็บสมัยเรียนมหาวิทยาลัยไปลงทุนในหุ้นกลุ่ม "Blue Chip" อย่างบริษัทผลิตสุรา ซึ่งในตอนนั้นใครๆ ก็บอกว่าเป็นหุ้นที่ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนมั่นคง

แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม หุ้นเหล่านั้นทำให้เงินเก็บเขามลายหายไปและทำลายความเชื่อมั่นที่เขามีต่อการวิเคราะห์ทางการเงินกระแสหลัก 

พอถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2024 เมื่อต้องหาหุ้นตัวใหม่ Chen จึงหันไปหาเทคโนโลยีที่คนรุ่นใหม่คุ้นเคย นั่นคือแชทบอท AI และความเห็นจากกลุ่มเพื่อนในโซเชียล เขาเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, กลาโหม และเหมืองแร่ ตามคำแนะนำของเพื่อนในเน็ตและ AI อย่าง Kimi และ Zhipu จนสามารถถอนทุนคืนและเริ่มทำ ”กำไร“ ได้

หมดยุคเชื่อนักวิเคราะห์ ‘เสี่ยวเติ้ง’ นักลงทุนจีนรุ่นใหม่ ใช้ AI  ทำกำไรจากตลาดหุ้น

"ในอนาคตผมจะพึ่ง AI เลือกหุ้นให้มากขึ้น เพราะหุ้นบางตัวที่มันแนะนำพุ่งทะยานไม่หยุดเลยจริงๆ"

เซี่ยวเติง คนรุ่นใหม่บุก ‘ตลาดหุ้นจีน’

Chen คือตัวแทนของนักลงทุนรายย่อยรุ่นใหม่ในจีนที่เก่งเทคโนโลยีและมีความมั่นใจในตัวเองสูง นักเทรด Gen Z กลุ่มนี้ได้รับฉายาในจีนว่า "เซี่ยวเติง" (Xiao Dengs) หรือแปลว่า "เจ้าหนู" ซึ่งจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของพวกเขากำลังส่งผลกระทบมหาศาลต่อตลาดหุ้นจีนที่มีมูลค่ากว่า 14 ล้านล้านดอลลาร์

ผลการศึกษาพบว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 ถึงมกราคม 2025 จำนวนนักลงทุนที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปีในจีนเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า คิดเป็น 1 ใน 3 ของนักลงทุนรายย่อยทั้งหมด 240 ล้านคน 

หมดยุคเชื่อนักวิเคราะห์ ‘เสี่ยวเติ้ง’ นักลงทุนจีนรุ่นใหม่ ใช้ AI  ทำกำไรจากตลาดหุ้น

นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นรายงานว่านักลงทุนอายุต่ำกว่า 35 ปี เปิดบัญชีเทรดใหม่กว่า 45% ในปีที่ผ่านมา จนนักเศรษฐศาสตร์เผยว่า ปี 2025 คือปีที่การเทรดของกลุ่ม "เซี่ยวเติง" ครองตลาดด้วยสไตล์ที่โดดเด่นและไม่มีใครเทียบได้

กลุ่มเซี่ยวเติงนิยมหุ้นที่เติบโตสูงและมีสไตล์การเทรดที่รวดเร็ว แบบเข้าไวออกไว ซึ่งกระตุ้นให้เกิดกระแสการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น พวกเขาพร้อมรับความเสี่ยง ซึ่งต่างจากรุ่นพ่อแม่ที่เน้นการออมเงิน ทำให้เหล่าโบรกเกอร์ต่างๆ ต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อเอาใจคนรุ่นนี้ เช่น การใช้มาสคอตตัวการ์ตูน, ทำพอดแคสต์ หรือแม้แต่สร้างหนังสั้นแนวดราม่าเพื่อดึงดูดใจนักลงทุนวัยรุ่น

ผู้จัดการกองทุนรายหนึ่งให้ความเห็นว่า ปัจจุบันการเทรดกลายเป็นเรื่องระยะสั้นและขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้นตามอิทธิพลของนักลงทุนรุ่นใหม่ 

ในขณะที่นักลงทุนรุ่นเก่ากลัว "การขาดทุน" แต่นักลงทุนรุ่นใหม่กลับกลัว "การตกขบวน" หรือ FOMO ทัศนคติที่ต่างกันนี้กำลังเปลี่ยนโครงสร้างและกลไกของตลาดหุ้นจีนไปอย่างสิ้นเชิง

ในต่างประเทศ นักเทรด Gen Z เป็นกำลังหลักมาหลายปีแล้วผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Robinhood หรือการปั่นหุ้น Meme และคริปโท

 แต่ในจีนนั้นกระแสนี้มาถึงช้ากว่า เพราะคนส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดอสังหาฯ ซบเซาลงตั้งแตช่วงหลังโควิด พร้อมกับ “ดอกเบี้ยต่ำ” และการสนับสนุนจากรัฐบาล ทำให้คนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาสูงแต่หางานยากในปัจจุบัน หันมาหาโอกาสในตลาดหุ้นแทน

ด้วยพลังของนักลงทุนรุ่นใหม่เหล่านี้ ทำให้ตลาดหุ้นจีนในปี 2025 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยดัชนี CSI 300 พุ่งขึ้นถึง 18% ถือเป็นปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเริ่มการระบาดของโควิด-19

อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินลงทุนของกลุ่ม "เซี่ยวเติง" ส่วนใหญ่ยังไม่สูงนัก เนื่องจากวัยเริ่มทำงานในจีนออมเงินได้ยาก เพราะค่าแรงโตไม่ทันค่าครองชีพและความมั่นคงในงานต่ำ พ่อแม่มักต้องเข้ามาช่วยเหลือทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อลูกๆ เริ่มมีหนี้สิน ซึ่งปัจจัยนี้ก็กลายเป็นตัวจำกัดว่าคนรุ่นใหม่จะกล้ารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน

แม้เงินทุนต่อคนจะน้อย แต่ด้วยจำนวนมหาศาลของคนรุ่นนี้ ทำให้พวกเขามีอำนาจในการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินในตลาด ความนิยมในหุ้นเทคโนโลยีและ AI ของพวกเขาได้ช่วยอัดฉีดเงินเข้าสู่ภาคส่วนที่รัฐบาลจีนพยายามส่งเสริมเพื่อแข่งกับสหรัฐ และยังช่วยให้บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ในกลุ่มเทคโนโลยีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น