วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิดพอร์ตลับผู้นำใหม่อิหร่าน เศรษฐีอสังหาฯ แห่งลอนดอน

เปิดพอร์ตลับผู้นำใหม่อิหร่าน เศรษฐีอสังหาฯ แห่งลอนดอน

สื่อเผย “มอจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน สั่งสมความมั่งคั่งผ่านอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ดูไบ ไปจนถึงแฟรงก์เฟิร์ต ปารีส และถนนสาย Billionaires’ Row ในลอนดอน

บนถนนสายหนึ่งในย่านตอนเหนือของกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อว่า “Billionaire’s Row” บ้านในย่านนี้เต็มไปด้วยคฤหาสน์หรูขนาดใหญ่ที่หลายหลังแทบไม่มีผู้อยู่อาศัย ตัวบ้านตั้งอยู่หลังแนวพุ่มไม้สูงและประตูสีดำทึบ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยส่วนตัวในรถเอสยูวีสีเข้มคอยลาดตระเวนอยู่ด้านนอก

เบื้องหลังคฤหาสน์หรูเหล่านี้บนถนน The Bishops Avenue มีเครือข่ายทรัพย์สินที่เชื่อมโยงจาก "เตหะราน" ไปยัง "ดูไบและแฟรงก์เฟิร์ต" โดยความเป็นเจ้าของสุดท้ายของอสังหาริมทรัพย์จำนวนหนึ่งสามารถสืบย้อนกลับผ่านบริษัทเปลือกหอยหลายชั้น ไปถึงหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตะวันออกกลางขณะนี้ นั่นคือ "มอจตาบา คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเชิงสืบสวนเกี่ยวกับเส้นทางสินทรัพย์ของผู้นำอิหร่านรายนี้ ซึ่งใช้เวลาติดตามข้อมูลนานเกือบหนึ่งปี โดยอาศัยทั้งเอกสารอสังหาริมทรัพย์ เอกสารธุรกิจ และการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลจากองค์กรด้านความโปร่งใสอย่าง Transparency International UK

เปิดพอร์ตลับผู้นำใหม่อิหร่าน เศรษฐีอสังหาฯ แห่งลอนดอน

รายงานดังกล่าวพบว่า แม้บรรดาชนชั้นนำของอิหร่านจะถูกสหรัฐและชาติตะวันตกใช้ "มาตรการคว่ำบาตร" มาอย่างต่อเนื่อง แต่ช่องโหว่ของระบบการเงินโลก ตั้งแต่โครงสร้างบริษัทนอกอาณาเขต ไปจนถึงการตรวจสอบผู้ถือผลประโยชน์ที่แท้จริงของบริษัทที่ยังไม่เข้มงวดนัก ยังคงเปิดทางให้เครือข่ายทุนเหล่านี้สามารถเคลื่อนย้ายเงินออกนอกประเทศและนำไปลงทุนในตลาดตะวันตกได้

นอมินีนักธุรกิจอิหร่าน ตัวเชื่อมสำคัญ

จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องอ้างว่า มอจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี ดูแลเครือข่ายการลงทุนขนาดใหญ่ผ่านบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศซึ่งรวมภึงในยุโรปและตะวันออกกลาง เพื่อเคลื่อนย้ายเงินทุนและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม แม้จะไม่ได้ถือครองทรัพย์สินในชื่อของตนเองโดยตรง แต่เขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมเหล่านั้น โดยข้อตกลงบางรายการมีมาตั้งแต่ปี 2011

อำนาจทางการเงินของเขาครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจขนส่งในอ่าวเปอร์เซีย บัญชีธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์ ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์หรูในสหราชอาณาจักร รวมมูลค่ามากกว่า 100 ล้านปอนด์ (เกือบ 4,500 ล้านบาท) เครือข่ายบริษัทดังกล่าวช่วยให้สามารถนำเงินทุนจำนวนมหาศาล ซึ่งบางการประเมินระบุว่ามีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เข้าสู่ตลาดตะวันตกได้ แม้เขาจะถูกสหรัฐคว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2019

กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้เครือข่ายการลงทุนนี้อยู่มาได้นานก็คือ การไม่ใส่ชื่อเป็นเจ้าของในเอกสาร แต่อาศัยนายหน้าและบริษัทหน้าฉากหลายชั้นแทน โดยหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดในเครือข่ายนี้ก็คือ "อาลี อันซารี" นักธุรกิจอิหร่านวัย 57 ปี ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีด้านอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างที่มีบทบาทเป็น "ท่อน้ำเลี้ยง" ในต่างประเทศ

ทางการสหราชอาณาจักรได้ประกาศคว่ำบาตรอันซารี เมื่อเดือนต.ค. 2025 โดยระบุว่าเขาเป็น "นักธุรกิจและนายธนาคารอิหร่านที่มีพฤติกรรมทุจริต" และให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน อันซารีปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดผ่านทนายความ โดยยืนยันว่า "ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางการเงินหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวใดๆ กับมอจตาบา คาเมเนอี" และแสดงเจตนาที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาล

อาณาจักรอสังหาฯ กระจายทั่วยุโรป

รายงานอ้างว่ามอจตาบาได้สั่งสมอาณาจักรการลงทุนระหว่างประเทศมูลค่ารวมกว่า 138 ล้านดอลลาร์ ครอบคลุมตั้งแต่บัญชีธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์ อสังหาริมทรัพย์หรูในลอนดอน ไปจนถึงโรงแรมระดับห้าดาวในยุโรป

หนึ่งในทรัพย์สินที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ บ้านหรูราคา 33.7 ล้านปอนด์บนถนน The Bishops Avenue ซึ่งเป็นย่านที่มีคฤหาสน์มูลค่าหลายสิบล้านปอนด์และเป็นที่อยู่อาศัยหรือลงทุนของมหาเศรษฐีจากทั่วโลก รวมถึงวิลลาหรูในดูไบที่ถูกเรียกว่า "เบเวอร์ลีฮิลส์แห่งดูไบ"

เปิดพอร์ตลับผู้นำใหม่อิหร่าน เศรษฐีอสังหาฯ แห่งลอนดอน

รายงานยังระบุว่าเครือข่ายเดียวกันมีความเชื่อมโยงกับโรงแรมระดับ 5 ดาวในเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ของเยอรมนี รวมถึงรีสอร์ตและอสังหาริมทรัพย์ในยุโรปตอนใต้ เช่น มายอร์กา ในสเปน

ทรัพย์สินบางส่วนยังรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ในกรุงปารีส และเพนต์เฮาส์ในโตรอนโต โดยเงินลงทุนซื้อขายอสังหาฯ เหล่านี้ถูกโอนผ่านบัญชีธนาคารในสหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทรัพย์สินบางส่วนปรากฏในนามของอันซารี และบางส่วนอยู่ภายใต้บริษัทที่จดทะเบียนใน Isle of Man โดยมีอันซารีเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงเพียงคนเดียว

มรดกอำนาจของผู้นำสูงสุด

การขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของคาเมเนอีไม่ได้หมายถึงเพียงการสืบทอดอำนาจทางการเมือง แต่ยังหมายถึงการควบคุมอาณาจักรเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของอิหร่านด้วย เช่น องค์กรขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Execution of Imam Khomeini’s Order (SETAD) ซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 และทำหน้าที่บริหารทรัพย์สินและกิจการเชิงพาณิชย์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดยังมีอำนาจเหนือ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงกองกำลังกึ่งทหาร แต่ยังขยายตัวกลายเป็นจักรวรรดิทางธุรกิจขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมน้ำมัน คมนาคม ธนาคาร เกษตรกรรม การแพทย์ และอสังหาริมทรัพย์ บริษัทวิศวกรรมคาทัม อัล อันบิยา ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ IRGC ได้สร้างทั้งโรงกลั่นน้ำมัน เส้นทางรถไฟ เขื่อน และท่อส่งก๊าซธรรมชาติ และยังเป็นผู้บริหารสนามบินนานาชาติเตหะราน

สถาบันวิจัย Clingendael ระบุในรายงานเมื่อเดือนต.ค. ว่า แม้ "มูลนิธิ" ต่างๆ ในเครือ IRGC จะก่อตั้งขึ้นด้วยเป้าหมายทางศาสนาและการปฏิวัติในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป การสะสมความมั่งคั่งได้กลายเป็นเป้าหมายในตัวเอง กลายเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในรูปแบบบรรษัทที่หลุดพ้นจากการตรวจสอบ แต่กลับอยู่ใจกลางฐานอำนาจของรัฐปฏิวัติ

ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กระทรวงการคลังสหรัฐ และสหภาพยุโรป ไม่ได้ตอบคำถามในการขอความคิดเห็นต่อบทความนี่ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรระบุว่าไม่เปิดเผยข้อมูลในคดีเฉพาะราย
 

ที่มา: Bloomberg