จีนรีดกำไร ‘วิสาหกิจ’ เข้าคลัง 574,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นเกือบ 12 เท่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อพยุงงบประมาณชาติ หลังรายได้รวมของภาครัฐลดลง 1.7%
บลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลจีนสั่งดึงกำไรจากรัฐวิสาหกิจเข้าคลังมากขึ้น ท่ามกลางสภาวะตึงเครียดทางงบประมาณ รัฐบาลจีนได้ใช้นโยบายดึงกำไรจากรัฐวิสาหกิจกลับคืนสู่คลังในสัดส่วนที่สูงกว่าที่เคยเป็นมา เพื่อนำมาชดเชยรายได้ของรัฐบาลที่ลดลงอย่างหนักในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักในระบบเศรษฐกิจจีน
ในปี 2025 เงินที่รัฐวิสาหกิจโอนเข้าสู่บัญชีงบประมาณแผ่นดินมีมูลค่าสูงถึง 574,000 ล้านหยวน ซึ่งหากเทียบกับเมื่อ 10 ปีก่อน พบว่ายอดเงินนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 12 เท่า และที่น่าสนใจคือมียอดรวมสูงกว่ารายได้ที่รัฐเก็บได้จากอากรแสตมป์เสียอีก
วิกฤติรายได้รัฐลดลงครั้งแรก
จากการวิเคราะห์ข้อมูลของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก โดยอ้างอิงตัวเลขจากกระทรวงการคลังจีน พบว่าเงินโอนเหล่านี้คิดเป็น 67% ของรายได้ทั้งหมดในงบประมาณพิเศษ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา
จ้าวเผิง ซิง นักยุทธศาสตร์อาวุโสประจำประเทศจีนของธนาคาร ANZ ระบุว่า หากนับรวมเงินที่รัฐวิสาหกิจจ่ายให้รัฐบาลกลางโดยตรงในฐานะเจ้าของด้วย ยอดเงินสมทบทั้งหมดอาจสูงเกิน 1 ล้านล้านหยวนในปีที่ผ่านมา โดยเขาชี้ให้เห็นว่า ยิ่งรัฐบาลมีปัญหาในการจัดเก็บรายได้หลักมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องพึ่งพาเงินจากรัฐวิสาหกิจมากขึ้นเท่านั้น
ตัวเลขงบประมาณในปีที่ผ่านมาน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยรายได้รวมของภาครัฐลดลง 1.7% เหลือ 21.6 ล้านล้านหยวน ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งแรกหากไม่นับช่วงโควิด-19 ตั้งแต่มีการปฏิรูปการคลังในปี 1994 ขณะที่รายได้จากการขายที่ดินของท้องถิ่นดิ่งลงถึง 14.7% และเป็นการลดลงเลขสองหลักติดต่อกันเป็นปีที่ 4
เจเรมี ซูค และทีมวิเคราะห์จาก Fitch Ratings ให้ความเห็นในรายงานล่าสุดว่า "ความอ่อนแอในการจัดเก็บรายได้" ยังคงเป็นข้อจำกัดและอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการดำเนินนโยบายทางการคลังของประเทศจีนในขณะนี้
ย้อนรอยนโยบายตั้งแต่ยุคสี จิ้นผิง
แนวคิดการดึงกำไรจากรัฐวิสาหกิจมาใช้จ่ายเพื่อสาธารณะไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเริ่มชัดเจนมาตั้งแต่ปี 2013
เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้ารับตำแหน่ง ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้วางแนวทางไว้ว่า กำไรส่วนใหญ่ที่เกิดจากทุนของรัฐควรถูกโอนกลับมาใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ได้ย้ำในรายงานการทำงานของรัฐบาล โดยสั่งการให้รัฐวิสาหกิจกระจายผลกำไรให้รัฐมากขึ้นในปีนี้ พร้อมประกาศว่าจะบริหารจัดการทรัพยากรทางการคลังและงบประมาณให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มการจัดเก็บส่วนแบ่งกำไรจากการขายสินทรัพย์ของรัฐ
สาเหตุสำคัญที่รัฐบาลจีนต้องบีบรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจที่เติบโตช้าลงและวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้รายได้หลักของรัฐบาลอย่าง "การขายที่ดิน" ประสบปัญหาอย่างหนัก จนงบประมาณตกอยู่ในภาวะตึงเครียดและต้องหาแหล่งเงินใหม่มาเติม
แม้รัฐบาลจะรีดเงินจากยักษ์ใหญ่ในกลุ่มพลังงาน โทรคมนาคม ยาสูบ และเหล็กกล้าได้มหาศาล แต่นักวิเคราะห์มองว่านี่ไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาวสำหรับเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะเมื่อจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ภาครัฐต้องรัดเข็มขัดและประหยัดงบประมาณอย่างหนัก
อ้างอิง Bloomberg





