วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

กำไรทรุด ฉุดเลย์ออฟเยอะกว่าที่คาด 'โฟล์คสวาเกน' เลิกจ้าง 50,000 คน

กำไรทรุด ฉุดเลย์ออฟเยอะกว่าที่คาด 'โฟล์คสวาเกน' เลิกจ้าง 50,000 คน

เบอร์หนึ่งเยอรมัน 'Volkswagen' เตรียมปลดพนักงาน 50,000 ตำแหน่ง ภายในปี 2030 เยอะกว่าที่เคยประกาศไว้ หลังกำไรทรุดเกือบครึ่งในปีที่แล้ว

สถานการณ์ของบริษัท "โฟล์คสวาเกน กรุ๊ป" (Volkswagen Group) ค่ายรถยนต์เบอร์ 1 ฝั่งยุโรปจากเยอรมนี ยังคงตึงเครียดหนักหลังผ่านปี 2025 มาอย่างยากลำบาก ด้วยตัวเลขกำไรที่ร่วงลงเกือบครึ่ง และทำให้ต้องประกาศลดจำนวนพนักงานลง(เลิกจ้าง)มากกว่าที่เคยแจ้งไป

ในการรายงานผลประกอบการบริษัทเมื่อวันอังคาร โอลิเวอร์ บลูเม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ประกาศแผนลดจำนวนพนักงานลง 50,000 ตำแหน่งในเยอรมนี ภายในปี 2030 ซึ่งสูงกว่าที่เคยประกาศเอาไว้ 35,000 ตำแหน่ง ตามแผนเดิมที่บริษัทเคยตกลงกับสหภาพแรงงานไว้เมื่อปลายปี 2024

การประกาศมาตรการลดต้นทุนครั้งใหญ่ สอดรับกับตัวเลข "กำไรสุทธิ" ในปี 2025 ที่ลดลง 44% เหลือ 6,900 ล้านยูโร ซึ่งเป็นผลประกอบการที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เกิดเรื่องอื้อฉาวการโกงไอเสียเครื่องยนต์ดีเซล (dieselgate) เมื่อเกือบสิบปีก่อน 

ด้านกำไรจากการดำเนินงานลดลงเกือบครึ่งอยู่ที่ราว 8,900 ล้านยูโร ขณะที่รายได้ของบริษัททรงตัวที่ประมาณ 322,000 ล้านยูโร 

อาร์โน อันท์ลิทซ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ระบุว่า สถานการณ์ธุรกิจกำลังเผชิญสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้าใหม่ และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจาก "จีน"

แม้ยอดขายในยุโรปจะเติบโต แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยยอดขายที่ลดลงในตลาด "จีนและอเมริกาเหนือ" ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 และ 2 ในโลก โดยบริษัทส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกประมาณ 8.98 ล้านคันในปี 2025 ลดลง 0.5%

มาตรการภาษีนำเข้าของ "สหรัฐ" ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อยอดขายรถโฟล์คสวาเกนในตลาดอเมริกา ขณะเดียวกัน การปรับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการยุติเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ยังทำให้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ชะลอตัว ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อแผนการลงทุนใหม่ เช่น โปรเจกต์สร้างโรงงานผลิตรถกระบะไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ Scout Motors

ขณะเดียวกัน "จีน" ซึ่งเป็นตลาดสำคัญที่สุดของโฟล์คสวาเกนมาอย่างยาวนาน กำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่น เช่น BYD, Geely และ Nio ซึ่งกำลังลดช่องว่างด้านเทคโนโลยีและแย่งส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น ทำให้บริษัทต้องเร่งใช้กลยุทธ์ “In China for China” โดยเน้นการพัฒนาและสร้างซัพพลายเชนในจีน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่ออนาคตระยะยาวของบริษัท

นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว บริษัทยังได้รับผลกระทบจากการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ของ "Porsche" หลังจากเคยให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก Porsche กำลังหันกลับมาให้ความสำคัญกับเครื่องยนต์สันดาปอีกครั้ง ท่ามกลางยอดขายที่ลดลงอย่างมากในตลาดจีน

อย่างไรก็ดี แม้ผลประกอบการทั้งปีของโฟล์กสวาเกนจะอ่อนแรงลง แต่ในช่วงหลังสถานการณ์ธุรกิจเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยในไตรมาสสุดท้ายของปีงบ 2025 ธุรกิจมีแนวโน้มดีขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทรายงานการขาดทุนไปมากกว่า 1,000 ล้านยูโรในไตรมาสสาม จากรายการค่าใช้จ่ายพิเศษของ Porsche ทั้งนี้โฟล์คสวาเกนคาดว่าความสามารถในการทำกำไรจะ ฟื้นตัวอีกครั้งในปี 2026 โดยปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานเป็น 4.0–5.5% หลังจากลดลงเหลือ 2.8% ในปี 2025


ที่มา: Euronews