วันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม 2569

Login
Login

สกัดชาติอื่น แต่ไม่ปิดของตัวเอง! ‘น้ำมันอิหร่าน’ ไหลสู่ ‘จีน’ ไม่หยุด

แม้ช่องแคบฮอร์มุซของหลายประเทศ ‘แทบหยุดชะงัก’ แต่อิหร่านกลับยังคงส่งออกน้ำมันได้ ‘เกือบตามปกติ’ โดยข้อมูลติดตามเรือบรรทุกน้ำมันพบว่า นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตี อิหร่านส่งออกน้ำมันแล้วหลายสิบล้านบาร์เรล ส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ ‘จีน’

จากกรณีล่าสุดที่อิหร่านโจมตี “เรือสินค้าไทย” ทั้งที่ไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและไม่ได้มีฐานทัพสหรัฐ โดยแม้มีการโจมตีเรือต่าง  ๆ ในช่องแคบฮอร์มุซ จนการขนส่งของชาติต่าง ๆ แทบหยุดชะงัก

ทว่า การส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน “กลับยังคงดำเนินต่อไปเกือบตามปกติ” ผ่านช่องแคบนี้ ตามการวิเคราะห์ข้อมูลติดตามเรือบรรทุกน้ำมันของสำนักข่าวรอยเตอร์ส

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์การเดินเรือ TankerTrackers ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่อิสราเอลและสหรัฐเริ่มโจมตีอิหร่าน อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้แล้ว “ประมาณ 13.7 ล้านบาร์เรล” บริษัทดังกล่าวเชี่ยวชาญในการติดตาม “กองเรือเงา” ซึ่งเป็นเครือข่ายเรือที่ใช้ขนส่งน้ำมันและก๊าซจากประเทศที่ถูกคว่ำบาตรโดยชาติตะวันตก

ขณะที่บริษัทติดตามเรือ Kpler ประเมินว่า ในช่วง 11 วันแรกของเดือนมีนาคม การส่งออกน้ำมันของอิหร่าน อาจสูงถึง “ประมาณ 16.5 ล้านบาร์เรล”

แม้การตอบโต้ของอิหร่าน จะทำให้เรือของประเทศอื่น ๆ แทบไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ และทำให้ผู้ผลิตน้ำมันหลายประเทศต้องลดการผลิตลง

แต่อิหร่านเอง กลับยังสามารถ “ส่งออกน้ำมันได้ต่อเนื่อง” โดยแทบไม่มีรายงานว่าถูกสกัดกั้น
ทั้งนี้ อิหร่านได้ส่งออกน้ำมันดิบอย่างน้อย “11.7 ล้านบาร์เรล” ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และน้ำมันทั้งหมดถูกส่งไปยัง “ประเทศจีน”

ข้อมูลนี้เปิดเผยโดยซามีร์ มาดานี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทติดตามเรือ TankerTrackers ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC

สถานการณ์นี้แตกต่างอย่างมากจากกรณี “เวเนซุเอลา” ในอดีต ซึ่งตอนนั้นสหรัฐใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล และยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่พยายามเข้าออกน่านน้ำเวเนซุเอลา ทำให้การส่งออกน้ำมันของประเทศนั้นถูกขัดขวางอย่างหนัก

เดวิด แทนนินบอม ผู้อำนวยการของบริษัทที่ปรึกษา Blackstone Compliance Services กล่าวว่า

เขารู้สึกประหลาดใจที่สหรัฐ “ยังไม่ใช้มาตรการคล้ายกัน” กับอิหร่าน

“เมื่อดูจากความสำเร็จในการยึดเรือที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลาเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผมแปลกใจที่สหรัฐไม่ได้เริ่มมาตรการลักษณะเดียวกันก่อนเริ่มความขัดแย้งครั้งนี้ หรือแม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ทำ”

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านน้ำมันและการขนส่งของบริษัท Next Barrel มาเทียส ท็อกนีเตือนว่า หากสหรัฐพยายามสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน อาจทำให้เกิดการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น

ด้านเจมส์ ไลต์บอร์น นักการเงินด้านการเดินเรือและผู้ก่อตั้งบริษัท Cavalier Shipping ระบุว่า ตราบใดที่อิหร่านยังคงส่งเรือผ่านภูมิภาคนี้ อิหร่านก็มีแรงจูงใจที่จะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดใช้งานได้อย่างน้อยบางส่วน

“หากสหรัฐเริ่มยึดเรือบรรทุกน้ำมัน อิหร่านก็อาจไม่มีอะไรต้องเสียมากนัก หากจะปิดช่องแคบทั้งหมด เช่น การวางทุ่นระเบิด”

ข้อมูลจาก TankerTrackers.com และ Kpler ระบุว่า การส่งออกน้ำมันของอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 11 มีนาคม อยู่ที่ประมาณ 1.1–1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ขณะที่ค่าเฉลี่ยการส่งออกในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 1.69 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแนวโน้มว่าการส่งออกอาจเพิ่มขึ้นในช่วงวันข้างหน้า เนื่องจากมีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษหลายลำ (VLCC) กำลังบรรทุกน้ำมันที่เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน ตามภาพถ่ายดาวเทียมที่ TankerTrackers ตรวจสอบ

ก่อนการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านได้เพิ่มการส่งออกน้ำมันล่วงหน้า โดยในเดือนกุมภาพันธ์ มีการส่งออกถึงประมาณ 2.17 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะเกิดการปฏิบัติการทางทหารจากอิสราเอลและสหรัฐ

ข้อมูลยังระบุว่า สัปดาห์ที่ 16 กุมภาพันธ์ อิหร่านเคยส่งออกน้ำมันสูงถึง 3.79 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุด

อ้างอิง: reuterscnbc