วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

สกัดชาติอื่น แต่ไม่ปิดของตัวเอง! ‘น้ำมันอิหร่าน’ ไหลสู่ ‘จีน’ ไม่หยุด

สกัดชาติอื่น แต่ไม่ปิดของตัวเอง! ‘น้ำมันอิหร่าน’ ไหลสู่ ‘จีน’ ไม่หยุด

แม้ช่องแคบฮอร์มุซของหลายประเทศ ‘แทบหยุดชะงัก’ แต่อิหร่านกลับยังคงส่งออกน้ำมันได้ ‘เกือบตามปกติ’ โดยข้อมูลติดตามเรือบรรทุกน้ำมันพบว่า นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตี อิหร่านส่งออกน้ำมันแล้วหลายสิบล้านบาร์เรล ส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ ‘จีน’

จากกรณีล่าสุดที่อิหร่านโจมตี “เรือสินค้าไทย” ทั้งที่ไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและไม่ได้มีฐานทัพสหรัฐ โดยแม้มีการโจมตีเรือต่าง  ๆ ในช่องแคบฮอร์มุซ จนการขนส่งของชาติต่าง ๆ แทบหยุดชะงัก

ทว่า การส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน “กลับยังคงดำเนินต่อไปเกือบตามปกติ” ผ่านช่องแคบนี้ ตามการวิเคราะห์ข้อมูลติดตามเรือบรรทุกน้ำมันของสำนักข่าวรอยเตอร์ส

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์การเดินเรือ TankerTrackers ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่อิสราเอลและสหรัฐเริ่มโจมตีอิหร่าน อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้แล้ว “ประมาณ 13.7 ล้านบาร์เรล” บริษัทดังกล่าวเชี่ยวชาญในการติดตาม “กองเรือเงา” ซึ่งเป็นเครือข่ายเรือที่ใช้ขนส่งน้ำมันและก๊าซจากประเทศที่ถูกคว่ำบาตรโดยชาติตะวันตก

ขณะที่บริษัทติดตามเรือ Kpler ประเมินว่า ในช่วง 11 วันแรกของเดือนมีนาคม การส่งออกน้ำมันของอิหร่าน อาจสูงถึง “ประมาณ 16.5 ล้านบาร์เรล”

แม้การตอบโต้ของอิหร่าน จะทำให้เรือของประเทศอื่น ๆ แทบไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ และทำให้ผู้ผลิตน้ำมันหลายประเทศต้องลดการผลิตลง

แต่อิหร่านเอง กลับยังสามารถ “ส่งออกน้ำมันได้ต่อเนื่อง” โดยแทบไม่มีรายงานว่าถูกสกัดกั้น
ทั้งนี้ อิหร่านได้ส่งออกน้ำมันดิบอย่างน้อย “11.7 ล้านบาร์เรล” ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และน้ำมันทั้งหมดถูกส่งไปยัง “ประเทศจีน”

ข้อมูลนี้เปิดเผยโดยซามีร์ มาดานี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทติดตามเรือ TankerTrackers ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC

สถานการณ์นี้แตกต่างอย่างมากจากกรณี “เวเนซุเอลา” ในอดีต ซึ่งตอนนั้นสหรัฐใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล และยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่พยายามเข้าออกน่านน้ำเวเนซุเอลา ทำให้การส่งออกน้ำมันของประเทศนั้นถูกขัดขวางอย่างหนัก

เดวิด แทนนินบอม ผู้อำนวยการของบริษัทที่ปรึกษา Blackstone Compliance Services กล่าวว่า

เขารู้สึกประหลาดใจที่สหรัฐ “ยังไม่ใช้มาตรการคล้ายกัน” กับอิหร่าน

“เมื่อดูจากความสำเร็จในการยึดเรือที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลาเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผมแปลกใจที่สหรัฐไม่ได้เริ่มมาตรการลักษณะเดียวกันก่อนเริ่มความขัดแย้งครั้งนี้ หรือแม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ทำ”

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านน้ำมันและการขนส่งของบริษัท Next Barrel มาเทียส ท็อกนีเตือนว่า หากสหรัฐพยายามสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน อาจทำให้เกิดการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น

ด้านเจมส์ ไลต์บอร์น นักการเงินด้านการเดินเรือและผู้ก่อตั้งบริษัท Cavalier Shipping ระบุว่า ตราบใดที่อิหร่านยังคงส่งเรือผ่านภูมิภาคนี้ อิหร่านก็มีแรงจูงใจที่จะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดใช้งานได้อย่างน้อยบางส่วน

“หากสหรัฐเริ่มยึดเรือบรรทุกน้ำมัน อิหร่านก็อาจไม่มีอะไรต้องเสียมากนัก หากจะปิดช่องแคบทั้งหมด เช่น การวางทุ่นระเบิด”

ข้อมูลจาก TankerTrackers.com และ Kpler ระบุว่า การส่งออกน้ำมันของอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 11 มีนาคม อยู่ที่ประมาณ 1.1–1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ขณะที่ค่าเฉลี่ยการส่งออกในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 1.69 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแนวโน้มว่าการส่งออกอาจเพิ่มขึ้นในช่วงวันข้างหน้า เนื่องจากมีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษหลายลำ (VLCC) กำลังบรรทุกน้ำมันที่เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน ตามภาพถ่ายดาวเทียมที่ TankerTrackers ตรวจสอบ

ก่อนการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านได้เพิ่มการส่งออกน้ำมันล่วงหน้า โดยในเดือนกุมภาพันธ์ มีการส่งออกถึงประมาณ 2.17 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะเกิดการปฏิบัติการทางทหารจากอิสราเอลและสหรัฐ

ข้อมูลยังระบุว่า สัปดาห์ที่ 16 กุมภาพันธ์ อิหร่านเคยส่งออกน้ำมันสูงถึง 3.79 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุด

อ้างอิง: reuterscnbc