กระแส ‘AI เอเจนต์อัตโนมัติ’ ที่ฮอตในจีน เริ่มสร้างความกังวลด้านข้อมูล เมื่อปักกิ่งสั่งจำกัดการใช้แอป AI ‘OpenClaw’ ในหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงที่ระบบอาจเข้าถึงข้อมูลสำคัญ และเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอกได้
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ทางการจีนเริ่ม “จำกัดการใช้” แอปพลิเคชัน AI “OpenClaw” ในองค์กรของรัฐและหน่วยงานรัฐบาล โดย “ห้ามติดตั้ง” บนคอมพิวเตอร์สำนักงาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หลังจากช่วงที่ผ่านมา ทั้งบริษัทและประชาชนในจีนเริ่มทดลองใช้ AI ประเภท “เอเจนต์อัตโนมัติ” กันอย่างแพร่หลาย
แหล่งข่าวระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง รวมถึง ธนาคารรัฐขนาดใหญ่ ได้รับหนังสือแจ้งเตือนว่า “ไม่ควรติดตั้งซอฟต์แวร์ OpenClaw” บนอุปกรณ์ของสำนักงาน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
บางหน่วยงานยังถูกสั่งให้รายงานผู้บังคับบัญชา หากมีการติดตั้งแอปฯดังกล่าวไปแล้ว เพื่อให้มีการตรวจสอบและอาจ “ต้องลบออก”
นอกจากนี้ พนักงานบางกลุ่ม เช่น พนักงานธนาคารของรัฐและเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานราชการ ถูกสั่งห้ามติดตั้ง OpenClaw ทั้งในคอมพิวเตอร์สำนักงาน และในโทรศัพท์ส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายขององค์กร
แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า ข้อห้ามยังครอบคลุมถึงครอบครัวของบุคลากรทางทหารด้วย
อย่างไรก็ตาม หนังสือแจ้งเตือนบางฉบับไม่ได้ถึงขั้นห้ามใช้ทั้งหมด แต่ระบุเพียงว่า ต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าก่อน จึงจะใช้งานได้
ด้านกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน รวมถึงคณะกรรมการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (SASAC) ยังไม่ได้ตอบคำถามจากสื่อในทันที
สำหรับคำเตือนของรัฐบาล สะท้อนว่าปักกิ่งเริ่มกังวลกับ OpenClaw มากขึ้น เนื่องจากแพลตฟอร์ม AI แบบ “Agentic AI” นี้ ต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวจำนวนมาก และยังสามารถสื่อสารกับระบบภายนอกได้ ซึ่งอาจเปิดช่องให้คอมพิวเตอร์ถูกโจมตีจากภายนอก
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงมองว่า “ข้อมูล” เป็นเสาหลักของความมั่นคงแห่งชาติ
นอกจากการควบคุมอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวดผ่านระบบที่เรียกว่า Great Firewall แล้ว รัฐบาลจีนยังเคยเตือนถึงความเสี่ยงจากต่างชาติที่อาจเข้าถึงข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลภูมิศาสตร์ ข้อมูลพันธุกรรม และฐานข้อมูลสำคัญของประเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย บริษัทเทคโนโลยีจีนจำนวนมาก เช่น Tencent, JD.com ยังคงเปิดตัวแอปฯที่ใช้ OpenClaw เพื่อหวังใช้กระแสความนิยมของ AI
ทั้งนี้ OpenClaw เป็น AI ที่สามารถทำงานแทนผู้ใช้ได้เอง เช่น เคลียร์อีเมล จองร้านอาหาร เช็กอินเที่ยวบิน และทำงานออนไลน์แทนผู้ใช้ โดยระบบนี้พัฒนาโดยปีเตอร์ สไตน์เบอร์เกอร์ นักพัฒนาชาวออสเตรีย
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เตือนว่า เครื่องมือ AI นี้มีความเสี่ยงสูง เพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวจำนวนมาก ติดต่อกับระบบภายนอกได้ รวมถึงอาจรับข้อมูลจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ ผู้ใช้บางรายรายงานว่า “ควบคุม AI ไม่ได้” หลังจากได้รับสิทธิให้เข้าถึง iMessage แล้วส่งข้อความสแปมออกไปหลายร้อยข้อความ
อ้างอิง: bloomberg





