วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (11 มี.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ คาดสงครามกับอิหร่านอาจยุติในเร็ววัน
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(-) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับตัวลดลง หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ได้กล่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้มีการอำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันออกจากช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ คาดการณ์ว่าสงครามในตะวันออกกลาง อาจยุติลงในเร็ววัน
โดยกล่าวกับสำนักข่าว CBS เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา ว่าสงครามกับอิหร่านใกล้สิ้นสุดแล้ว รวมถึงรัฐมนตรีการต่างประเทศอิสราเอลได้กล่าวว่า อิสราเอลไม่ต้องการทำสงครามกับอิหร่านไปตลอด และจะประสานงานกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับกำหนดเวลาที่จะยุติการสู้รบ ซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกที่ยืดเยื้อ
ในขณะที่โฆษกของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือ IRGC ได้กล่าวตอบโต้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 10 มี.ค.69 ที่ผ่านมาว่า อิหร่านจะเป็นผู้กำหนดจุดจบของสงครามและจะยังคงจำกัดการส่งออกน้ำมัน หากสหรัฐฯ และ อิสราเอล ยังคงโจมตีต่อไป
(+/-) ตลาดยังคงจับตาการสนทนาระหว่างประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีมีร์ ปูติน กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวว่า ประธานาธิบดีทั้งสองได้ทำการสนทนาทางโทรศัพท์ และหารือข้อเสนอต่าง ๆ ที่มุ่งเป้าไปที่การยุติสงครามกับอิหร่านโดยเร็ว
นอกจากนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งในยูเครนและสถานการณ์ในเวเนซุเอลาในบริบทของสถานการณ์ตลาดน้ำมันโลก
(+) อย่างไรก็ตามสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน ยังคงดำเนินการต่อไป โดยเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีอิหร่านอย่างหนัก ซึ่งนับเป็นปฏิการทางอากาศที่รุนแรงที่สุดในสงครามครั้งนี้
(+) อุปทานน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตะวันออกกลางยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังกำลังการผลิตในอ่าวเปอร์เซีย 1.9 ล้านบาร์เรลต่อวันต้องปิดตัวลง นอกจากนี้บริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ทำการปิดหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ซึ่งเป็นผลมาจากการโจมตีด้วยโดรน





