วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ฟิลิปปินส์ลดวันทำงาน ‘เหลือ 4 วัน’ เวียดนามหนุน WFH รับมือ ‘น้ำมันแพง’

ฟิลิปปินส์ลดวันทำงาน ‘เหลือ 4 วัน’ เวียดนามหนุน WFH รับมือ ‘น้ำมันแพง’

วิกฤติราคาน้ำมัน กำลังสะเทือนไปทั่วเอเชีย หลายประเทศเริ่มงัดมาตรการประหยัดพลังงาน ตั้งแต่การให้ข้าราชการทำงานเพียงสัปดาห์ละ 4 วันในฟิลิปปินส์ ไปจนถึงการส่งเสริมการทำงานจากบ้านในเวียดนาม ขณะที่บางประเทศเลือกตรึงราคาพลังงานหรือยกเลิกภาษีนำเข้า

ท่ามกลางความเสี่ยง “ราคาน้ำมันแพง” จากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ประเทศในเอเชียเตรียมงัดมาตรการทำงานในบ้านหรือลดวันทำงานลง เพื่อรับมือปัญหาพลังงานสูง เริ่มจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศให้ข้าราชการทำงาน “สัปดาห์ละ 4 วัน” หลังจากประเทศต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด 

รายละเอียดของนโยบายยังไม่ได้ประกาศครบทั้งหมด เช่น ใครจะทำงานวันไหน และจะมีการปรับลดเงินเดือนหรือไม่ 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่า ข้าราชการอาจต้องทำงานนานขึ้นในแต่ละวัน เพื่อชดเชยวันทำงานที่ลดลง และเพื่อไม่ให้โครงการของรัฐหรือการทำงานต่าง ๆ อาจเกิดความล่าช้าได้

การประชุมแบบพบหน้ากันและการเดินทางไปตรวจงานก็จะถูกลดลง ขณะที่เครื่องปรับอากาศในอาคารราชการ จะตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 24 องศาเซลเซียส โดยรัฐบาลตั้งเป้าลดการใช้พลังงานลง 10–20%

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ต้องนำเข้าพลังงานส่วนใหญ่จาก “ต่างประเทศ” โดยในปี 2024 น้ำมันดิบที่นำเข้า 96% มาจากตะวันออกกลาง

โดมินี เวลาสเกซ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Chinabank ในกรุงมะนิลา กล่าวกับนโยบายนี้จะช่วย “ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้” หากไม่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง

ขณะที่กระทรวงการคลังของเวียดนามเสนอเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะ “ยกเลิกภาษีนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง” จนถึงสิ้นเดือนเมษายน แม้จะทำให้รายได้รัฐลดลงราว 1 ล้านล้านดอง แต่ถือว่าเป็นมาตรการจำเป็น เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดหาพลังงานได้ และช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันในประเทศ

ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลอินโดนีเซียและมาเลเซียระบุว่า ยังไม่มีแผนปรับราคาน้ำมันหรือเงินอุดหนุนในทันที

ด้านนักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า “การทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน” ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นได้ เพราะต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ

ขณะที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ รัฐมนตรีคลังกล่าวว่า ประเทศยังอยู่ใน สถานะที่รับมือได้ แม้ราคาน้ำมันจะเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เขากล่าวว่า “ต้องไม่ลืมว่า มาเลเซียเป็นผู้ส่งออกพลังงาน ดังนั้นราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็มีผลดีต่อประเทศด้วย”

ส่วนกระทรวงการค้าของเวียดนามได้ขอให้ภาคธุรกิจ สนับสนุนให้พนักงาน “ทำงานจากที่บ้าน” เพื่อช่วยประหยัดการใช้เชื้อเพลิง หลังจากเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำมันและราคาพุ่งสูงจากสงครามอิหร่าน

รัฐบาลเวียดนาม ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอังคารว่า เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความปั่นป่วนของตลาดพลังงานมากที่สุด นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางอย่างมาก โดยอ้างอิงรายงานของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า

แถลงการณ์ระบุว่า ธุรกิจควรส่งเสริมการทำงานจากบ้านเมื่อเป็นไปได้ เพื่อช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางและการใช้ยานพาหนะ

นอกจากนี้ เวียดนามยังตัดสินใจ “ยกเลิกภาษีนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราว” จนถึงสิ้นเดือนเมษายน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติราคาพลังงาน


อ้างอิง: reutersnikkei