วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

สายการบินเอเชียแห่ 'ขึ้นค่าตั๋ว' เวียดนามเตือนอาจพุ่งถึง 70%

สายการบินเอเชียแห่ 'ขึ้นค่าตั๋ว' เวียดนามเตือนอาจพุ่งถึง 70%

สายการบินเอเชียแห่ขึ้นค่าตั๋วเครื่องบิน พร้อมเตรียมแผนรับมือฉุกเฉินรับมือน้ำมันแพง เล็งจอดแช่เครื่องบินหากวิกฤติน้ำมันรุนแรง เวียดนามเตือนอาจขึ้นราคาสูงสุดถึง 70%

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บรรดาสายการบินในเอเชียเริ่ม "ปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสาร" และเตรียมแผนรับมือฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงการจอดเครื่องบินบางส่วน หลังความรุนแรงในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันโลก เมื่อวันจันทร์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี และอาจก่อให้เกิดวิกฤติราคาน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 แม้ว่าล่าสุดวันนี้ราคาน้ำมันจะลดลงมาแล้วก็ตาม

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า สายการบินหลายแห่งใน "อินเดีย" ได้ปรับขึ้นราคาตั๋วเที่ยวบินระยะไกลประมาณ 15% แล้ว และกำลังพิจารณาปรับขึ้นเพิ่มเติม ขณะที่ใน "เวียดนาม" สื่อของรัฐเตือนว่าราคาตั๋วเครื่องบินอาจพุ่งสูงถึง 70% เนื่องจากประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงอากาศยาน

รายงานระบุว่า สายการบินในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ "ไม่ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน" (hedging) มากเท่ากับบรรดาสายการบินในยุโรปหรือสหรัฐ ทำให้มีความเปราะบางต่อการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้บรรดา "สายการบินต้นทุนต่ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" เริ่มประเมินสถานการณ์ที่อาจต้องจอดเครื่องบินบางลำ หากราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูงจนไม่สามารถรับภาระต้นทุนได้ หรือหากเชื้อเพลิงขาดแคลน

คาร์สเตน ชปอห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินเยอรมัน Deutsche Lufthansa AG กล่าวว่า กลุ่มสายการบินเยอรมนีอาจมีความได้เปรียบเชิงสัมพัทธ์ หากคู่แข่งต้องปรับขึ้นราคาตั๋ว เนื่องจากบริษัทได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันไว้แล้ว นอกจากนี้ ลุฟท์ฮันซายังเพิ่มความจุเที่ยวบินในเส้นทางเอเชียและแอฟริกา เนื่องจากสายการบินในตะวันออกกลางยังไม่สามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเข้าใกล้ระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบหลายปี ก่อนที่ราคาน้ำมันจะปรับลดลงแรงในวันนี้ หลังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าสงครามอาจยุติลงในไม่ช้า ทำให้ราคาน้ำมันโลกในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียวันอังคารนี้ ลดลงแรงถึง 10% 

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลงเกือบ 11% อยู่ที่ 88.36 ดอลลาร์ต่ออบาร์เรล และน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) สหรัฐ ลดลงกว่า 10% อยู่ที่ 85.17 ดอลลาร์ต่ออบาร์เรล ในการซื้อขายเมื่อเวลา 09:25 น. 

ทรัมป์ ยังระบุว่าเขามีแผน ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน และให้กองทัพเรือสหรัฐคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญที่รองรับ ประมาณ 1 ใน 5 ของการขนส่งน้ำมันดิบทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม หุ้นสายการบินในเอเชียมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์

หุ้นกลุ่มสายการบินปรับตัวร่วงลงในวันจันทร์ โดย Asiana Airlines ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 21 ปี ขณะที่ดัชนี BI Asia Pacific Airlines Index ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี ส่วน InterGlobe Aviation Ltd. ผู้ดำเนินการสายการบิน IndiGo ซึ่งเป็นสายการบินใหญ่ที่สุดของอินเดีย ร่วงลงมากถึง 8.4% ในการซื้อขายที่มุมไบ ก่อนจะลดช่วงการดิ่งลงบางส่วนในเวลาต่อมา

ด้านผู้เล่นบางรายในอุตสาหกรรมยังคงมองสถานการณ์ด้วยความคาดหวังว่า ความขัดแย้งอาจจบลงภายในไม่กี่เดือน ไม่ใช่ยืดเยื้อนานหลายปี

จอห์น พลูเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Air Lease Corp. กล่าวว่า “ในมุมมองส่วนตัวของผม เหตุการณ์นี้น่าจะจบลงไม่นานนัก ประเด็นสำคัญคือโลกไม่ได้หยุดหมุน เพียงแต่อาจถูกชะลอไว้ชั่วคราว”