กลุ่มประเทศ G7 ถกด่วนวันนี้ เล็งปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินร่วม หวังสกัดราคาน้ำมันโลกที่พุ่งแรงแตะ 100 ดอลลาร์ในรอบเกือบ 4 ปี
เว็บไซต์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า รัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) จะประชุมด่วนในวันนี้ (9 มี.ค.69) เพื่อหารือกันเกี่ยวกับการ "ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินร่วมกัน" โดยจะประสานงานผ่านสำนักงานพลังงานสากล (IEA) เพื่อสกัดราคาน้ำมันโลกที่พุ่งแรงจากสงครามตะวันออกกลาง
การหารือของรัฐมนตรีคลัง G7 จะเป็นการประชุมทางโทรศัพท์เวลา 08.30 น. ตามเวลานิวยอร์ก หรือประมาณ 19.30 น. วันนี้ตามเวลาในไทย
รายงานระบุว่า มี 3 ประเทศในกลุ่ม G7 รวมถึง "สหรัฐ" ได้แสดงการสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่ามีสองประเทศที่เห็นชอบด้วยคือ ประเทศใด
การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสงครามสหรัฐ และอิสราเอล กับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายประเทศเริ่มพิจารณามาตรการใช้ "คลังน้ำมันสำรอง" เพื่อบรรเทาความตึงตัวของตลาดพลังงานโลก
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นราว 25% ในวันจันทร์ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2022 โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) มีแนวโน้มทำสถิติการปรับขึ้นรายวันมากที่สุดทั้งในแง่เปอร์เซ็นต์ และราคา
ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นแตะ 119.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐเวสต์เท็กซัส (WTI) แตะ 119.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ที่ผ่านมา การปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์แบบประสานกัน "เคยเกิดขึ้นเพียง 5 ครั้ง" เท่านั้น โดยสองครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2022 เพื่อตอบสนองต่อการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันหลังรัสเซียบุกยูเครน ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดที่ราคาน้ำมันโลกขึ้นไปแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ
ก่อนหน้านั้น คลังน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ถูกนำมาใช้เพื่อรับมือกับการหยุดชะงักของอุปทานใน "ลิเบีย" ในเหตุการณ์หลัง พายุเฮอริเคน "แคทรีนา" ถล่มรอบอ่าวเม็กซิโก และในช่วง "สงครามอ่าวเปอร์เซีย" ครั้งแรก
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





