วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ผอ. IMF เตือนเงินเฟ้อโลกพุ่ง หลังราคาน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ ในรอบ 4 ปี

ผอ. IMF เตือนเงินเฟ้อโลกพุ่ง หลังราคาน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ ในรอบ 4 ปี

IMF เตือนความขัดแย้งตะวันออกกลางอาจดันเงินเฟ้อโลกพุ่ง หากราคาน้ำมันยังปรับขึ้นต่อเนื่อง หลังทะยานแตะ 100 ดอลลาร์ ครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปีวันนี้

คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกโรงเตือนในวันจันทร์ นี้ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจสร้างความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อโลก โดยระบุว่า "หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 10% และคงอยู่ในระดับดังกล่าวเกือบตลอดทั้งปี จะทำให้เงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 40 จุดเปอร์เซ็นต์"

“เรากำลังเห็นความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโลกถูกทดสอบอีกครั้ง จากความขัดแย้งครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง” กอร์เกียวา กล่าว ระหว่างงานสัมมนาที่จัดโดยกระทรวงการคลังญี่ปุ่น

“คำแนะนำของฉันต่อผู้กำหนดนโยบายในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกใหม่นี้คือ จงคิดถึงสิ่งที่คาดไม่ถึง และเตรียมพร้อมรับมือกับมัน”

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นราว 25% ในวันจันทร์ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2022 โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) มีแนวโน้มทำสถิติการปรับขึ้นรายวันมากที่สุดทั้งในแง่เปอร์เซ็นต์ และราคา หลังสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านขยายวงกว้าง ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่หลายประเทศในตะวันออกกลาง ลดการส่งมอบน้ำมัน และเกิดความกังวลว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกรบกวนเป็นเวลานาน

ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นแตะ 119.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐเวสต์เท็กซัส  (WTI) แตะ 119.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

“สถานการณ์ดูเหมือนกำลังเลวร้ายลงต่อเนื่อง” นักวิเคราะห์จาก ING ระบุในบทวิเคราะห์ และเสริมว่า “การผลิตน้ำมันต้นน้ำเริ่มถูกปิดลงบางส่วนแล้ว เนื่องจากผู้ผลิตเผชิญข้อจำกัดด้านคลังเก็บ โดยอิรัก คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เริ่มลดการผลิตน้ำมัน”

รัฐบาลต้องตั้งรับ New Normal

กอร์เกียวา กล่าวว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินและเศรษฐกิจ พร้อมทั้งก่อให้เกิดความท้าทายที่ไม่คาดคิด ซึ่งทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องเตรียมพร้อมสำหรับ “สภาวะปกติใหม่”

“หากความขัดแย้งครั้งใหม่นี้ยืดเยื้อ ก็มีความเป็นไปได้อย่างชัดเจนที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด การเติบโต และเงินเฟ้อ ซึ่งจะสร้างภาระใหม่ให้กับผู้กำหนดนโยบาย” กอร์เกียวากล่าวในงานสัมมนาที่กรุงโตเกียวและเสริมว่า แม้หลังจากความขัดแย้งสิ้นสุดลง ก็อาจเกิดแรงกระแทกใหม่ๆ ตามมา ซึ่งสะท้อนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะยังคงเผชิญความไม่แน่นอนต่อไป

ท่ามกลางแรงกระแทกดังกล่าว ผอ.IMF เรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายลงทุนในระบบและกรอบนโยบายที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและการเติบโตที่ขับเคลื่อนโดยภาคเอกชนในประเทศ และยังเสนอให้ใช้พื้นที่นโยบายที่มีอยู่ตามความจำเป็น โดยต้องสร้างกันชนทางเศรษฐกิจขึ้นมาใหม่หลังจากนั้น

สำหรับญี่ปุ่น ซึ่งพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางประมาณ 90% การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันรวมกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ "Stagflation" หรือภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง

ภาวะเช่นนี้ทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มการใช้จ่ายทางการคลังมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ความพยายามของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติ ยิ่งซับซ้อนขึ้นเช่นกัน

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์