วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (9 มี.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเผชิญกับความเสี่ยงจากการโจมตีของอิหร่าน โดยรายงานล่าสุดบ่งชี้ว่ามีเรือเพียงแค่ 2 ลำเท่านั้นที่เดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าวในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดปรับเพิ่มสูงขึ้น หลังรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC ว่าอิหร่านจะไม่เข้าสู่โต๊ะเจรจากับสหรัฐฯ และอิหร่านพร้อมในการสู้รบกับสหรัฐฯ หากสหรัฐฯ เปิดปฎิบัติการทางทหารภาคพื้นดินกับอิหร่าน สอดคล้องกับท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งส่งสัญญาณให้อิหร่านยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข
(+) ขณะที่รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์ คาดการณ์ว่า หากสงครามมีความยืดเยื้ออาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับ Trader ในตลาดซึ่งคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบอาจปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินอยู่
(+) ขณะที่คูเวตเริ่มลดกำลังการผลิตในบางแหล่งน้ำมัน เนื่องจากไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับเก็บน้ำมันดิบที่ผลิตได้ การปรับลดกำลังการผลิตของคูเวตเกิดขึ้นภายหลังในช่วงสัปดาห์นี้ อิรักได้ปรับลดกำลังการผลิตลงเช่นกัน นอกจากนี้รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์ได้เผยว่า ชาติในอาหรับอาจถูกบังคับให้หยุดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
(-) นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เผยว่า สหรัฐฯ อาจยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่ออุปทานน้ำมันรัสเซีย หลังก่อนหน้านี้ได้อนุญาตให้โรงกลั่นในอินเดียสามารถกลับมาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียได้ชั่วคราวเป็นระยะเวลา 30 วัน





