วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิดทุนสำรอง 'เอเชีย' รับมือสงคราม ‘ไทย-อินเดีย-ฟิลิปปินส์’ มีกันชนแกร่ง

เปิดทุนสำรอง 'เอเชีย' รับมือสงคราม  ‘ไทย-อินเดีย-ฟิลิปปินส์’ มีกันชนแกร่ง

เปิดทุนสำรอง 'เอเชีย' รับมือวิกฤติสงคราม-น้ำมันแพง โนมูระมอง 'ไทย-อินเดีย-ฟิลิปปินส์' มีกันชนแน่น สยบความผันผวนค่าเงิน

บลูมเบิร์ก รายงานว่า  เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ของ “เอเชีย” ที่มีมูลค่ารวมกันกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์ กำลังกลายเป็น "อาวุธสำคัญ" ที่ช่วยให้ธนาคารกลางในภูมิภาคมีความพร้อมมากขึ้นในการปกป้องค่าเงิน ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงหลักต่อเศรษฐกิจในเอเชียที่ส่วนใหญ่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน

จับตาเสถียรภาพ 'ค่าเงิน' เอเชีย

ค่าเงินทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในหลายด้าน ทั้งภาระค่าใช้จ่ายในการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ตลอดจนผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และดุลการคลัง 

นอกจากนี้ การที่ค่าเงินอ่อนตัวลงอย่างรุนแรงยังสร้างความเสี่ยงที่จะทำให้เงินทุนไหลออกจากประเทศอีกด้วย

ในขณะนี้ ธนาคารกลางของอินโดนีเซีย อินเดีย และไต้หวัน ได้เริ่มเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินแล้ว ขณะที่จีนใช้วิธีส่งสัญญาณสนับสนุนค่าเงินหยวนผ่านการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงรายวัน 

กลุ่มผู้ค้าเงินในมุมไบระบุว่า ธนาคารกลางอินเดียได้เข้าแทรกแซงด้วยการ เทขายเงินดอลลาร์ เพื่อพยุงค่าเงินรูปีหลังจากร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 

ขณะเดียวกันทางฝั่งไต้หวัน ยูจีน ไช่ หัวหน้าแผนกเงินตราต่างประเทศของธนาคารกลางไต้หวัน ได้แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทางธนาคารกลางได้เข้ามาดูแลตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงสัปดาห์นี้เช่นกัน เนื่องจากมี เงินทุนไหลออกจากประเทศในปริมาณมหาศาล

ในส่วนของประเทศอื่นๆ ทางการเน้นไปที่การส่งสัญญาณเพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ ได้กำชับให้คณะรัฐมนตรีเร่งตอบโต้ และรับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น และค่าเงินอย่างใกล้ชิด 

ในฝั่งของจีน ธนาคารกลางได้ตัดสินใจดำเนินนโยบายสวนทางกับตลาด โดยการประกาศกำหนด อัตราแลกเปลี่ยน  (Daily Reference Rate) ให้แข็งค่าขึ้นในสัปดาห์นี้ เพื่อสกัดกั้นผลกระทบแม้ว่าเงินดอลลาร์จะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ในสัปดาห์นี้ เราได้เห็นผลกระทบที่ชัดเจน โดยค่าเงิน “รูปี” ของอินเดีย ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 

ขณะที่ค่าเงินวอนของเกาหลีใต้ ทรุดตัวลงไปอยู่ในระดับที่เคยเห็นครั้งล่าสุดในช่วงวิกฤติการเงินโลก และค่าเงิน รูเปียห์ของอินโดนีเซีย ก็อ่อนค่าลงที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์เช่นกัน

Madhavi Arora หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Emkay Global Financial Services Ltd. อธิบายว่า "เสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน" คือรากฐานสำคัญที่ช่วยประคองเสถียรภาพทางการเงินในภาพรวมเอาไว้ หากค่าเงินนิ่ง เศรษฐกิจส่วนอื่นๆ ก็จะมั่นคงตามไปด้วย

สรุป ‘ทุนสำรอง’  เอเชีย

ทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางหลักๆ ในภูมิภาคเอเชียพุ่งสูงขึ้นกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปี 2567 ตามการคำนวณของ Bloomberg โดยสาเหตุสำคัญมาจากความพยายามของทางการในแต่ละประเทศที่ทยอยเก็บ หรือสะสมเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ภูมิภาคตลอดปีที่ผ่านมา 

เปิดทุนสำรอง 'เอเชีย' รับมือสงคราม  ‘ไทย-อินเดีย-ฟิลิปปินส์’ มีกันชนแกร่ง

นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงของ ราคาทองคำและการอ่อนค่าของ เงินดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยดันให้มูลค่าทรัพย์สินที่ถือครองอยู่พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ในขณะนี้ ผู้กำหนดนโยบายกำลังนำเงินทุนสำรองที่สะสมไว้มาใช้เป็น "กันชน" เพื่อบริหารจัดการผลกระทบที่เกิดจากสงครามในอิหร่าน เนื่องจากสถานการณ์นี้มีความเสี่ยงสูงต่อเศรษฐกิจในภูมิภาค 

เปิดทุนสำรอง 'เอเชีย' รับมือสงคราม  ‘ไทย-อินเดีย-ฟิลิปปินส์’ มีกันชนแกร่ง

ข้อมูลจาก Nomura Holdings Inc. ระบุว่า ทุกๆ 10% ของราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของเอเชียลดลงเฉลี่ยประมาณ 0.3% ของ GDP  ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าราคาพลังงานที่แพงขึ้นกำลังกัดเซาะความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของภูมิภาคโดยตรง

ความอยู่รอดของแต่ละประเทศ  ขึ้นอยู่กับว่าธนาคารกลางมี "กระสุน" หรือเงินทุนสำรองในมือมากน้อยเพียงใด และเงินสำรองเหล่านั้นเพียงพอที่จะเป็นกันชนได้นานแค่ไหน 

ข้อมูลจาก BNY ระบุว่า จีน ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ คือกลุ่มประเทศที่มีความพร้อมสูงสุดในเอเชีย เมื่อวัดจากสัดส่วนเงินทุนสำรองต่อมูลค่าการนำเข้าสินค้า

ในขณะที่ มาเลเซีย เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีสัดส่วนดังกล่าวต่ำที่สุด ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางที่มากกว่าหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ

 โซนัล วาร์มา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชีย ไม่รวมญี่ปุ่น จาก Nomura ระบุว่า อินโดนีเซียและเกาหลีใต้ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความพร้อมของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับที่ค่อนข้างต่ำ 

“ในขณะที่ ไทย อินเดีย และฟิลิปปินส์ ถือเป็นกลุ่มที่มีเงินทุนสำรองสะสมไว้มากเกินพอ ซึ่งเพียงพอที่จะนำมาใช้บริหารจัดการและรับมือกับความผันผวนของค่าเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

วี คูน ชง นักยุทธศาสตร์จาก BNY ในฮ่องกง ให้ความเห็นว่า ในสภาวะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเช่นนี้ "เงินทุนสำรอง" จะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

อย่างไรก็ตาม เขามองว่าปริมาณเงินทุนสำรองที่มีอยู่นั้นยังถือว่าเพียงพอต่อการเข้าแทรกแซงเพื่อรักษาเสถียรภาพ เนื่องจากสถานการณ์ค่าเงินที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการถูกโจมตีโดยนักเก็งกำไรโดยตรง แต่เป็นผลกระทบสะท้อนจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และความไม่แน่นอนของตลาดโลกเป็นหลัก

 

 

 

อ้างอิง Bloomberg

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์