นักลงทุนแห่กำเงินสด ดันยอดกองทุนตลาดเงินสหรัฐ Money-market มองเป็น Safe Haven พุ่งทำลายสถิติ แตะ 8.27 ล้านล้านดอลล์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากสงครามตะวันออกกลาง-อานิสงส์คืนภาษี
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนพากันเทเงินลงทุนเข้าสู่ “กองทุนรวมตลาดเงิน” (Money-market funds) ของสหรัฐสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ระดับ 8.271 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามอิหร่านตรึงเครียดจนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อ “สินทรัพย์ปลอดภัย”
เงินไหลเข้า Safe Haven
ข้อมูลจาก บริษัท เครน ดาต้า แอลแอลซีเผยว่าในวันที่ 49 ล้านดอลลาร์มีเงินไหลเข้าสู่ตลาดในสัปดาห์ก่อนหน้าที่สิ้นสุดวันที่ 3 มี.ค. และในวันอังคารที่ 5 มี.ค. มีเงินไหลเข้ามาถึง 18.5 ล้านดอลลาร์ ททำให้ในปีนี้มีเงินไหลเข้ากองทุน 162 ล้านดอลลาร์
เสน่ห์ของสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างกองทุนรวมตลาดเงินจะเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงที่เกิดความปั่นป่วน
มาร์ติน โทเบียส นักยุทธศาสตร์จากมอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่ากองทุนรวมมีความผันผวนต่ำ ช่วยรักษาเงินต้นไว้ได้ มีสภาพคล่องสูงมาก และช่วยกระจายความเสี่ยงจากสินทรัพย์อื่นในพอร์ตที่มีความเสี่ยงสูงกว่า
ยาน เนฟรูซี นักยุทธศาสตร์จากทีดี ซีเคียวริตี้ส์ กล่าวว่า “มันคือปรากฏการณ์การแห่เข้าหาเงินสดอย่างชัดเจน” โดยเขาตั้งข้อสังเกตจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ลดลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมเสริมว่า “เราคงต้องรอดูทิศทางของกระแสเงินไหลเข้าออกในช่วงอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้”
ความขัดแย้งที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในตะวันออกกลาง กำลังเพิ่มความวิตกกังวลให้กับเหล่านักลงทุน และกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ผลักดันให้คนหันไปหา "สินทรัพย์ปลอดภัย" โดยเฉพาะการถือเงินสด ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้นเรื่อยๆ
เดโบราห์ คันนิงแฮม หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนจากเฟเดอเรเต็ด เฮอร์เมสอธิบายถึงบรรยากาศในตลาดว่า เราต้องไม่ลืมความไม่แน่นอนที่ปกคลุมทั้งทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐ สภาพเศรษฐกิจสหรัฐ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งปัจจัยลบเหล่านี้มักจะบีบให้นักลงทุนต้องหนีไปพึ่งพิง “ที่พักเงิน” ที่ปลอดภัยกว่าเสมอ
สตีเวน เซง นักยุทธศาสตร์จากธนาคารดอยช์แบงก์กล่าวว่าเม็ดเงินที่ไหลเข้า ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง และการแห่เข้าหาทรัพย์สินที่มีคุณภาพและการแห่เข้าหาทรัพย์สินที่มีคุณภาพ ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูภาษีพอดี ซึ่งสินทรัพย์ในกองทุนตลาดเงินมักจะได้รับอานิสงส์จากเงินคืนภาษีเหล่านี้
อ้างอิง Bloomberg





