ค่าขนส่งน้ำมัน จากสหรัฐมา ‘เอเชีย‘ พุ่ง 2 เท่า หลังช่องแคบฮอร์มุซปิด สงครามดันต้นทุนเพิ่ม 20% ค่าระวางเรือแพง จนดีล PTT ยักษ์พลังงานไทยล่ม
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับการขนส่งน้ำมันจาก “สหรัฐ” มายัง “เอเชีย” เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางสถานการความตรึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ขณะเดียวกันการเจรจาในบางดีลก็กำลังล้มเหลวเนื่องจากราคาที่สูงเกินจริง
ข้อมูลูลจาก Baltic exchange ในลอนดอนรายงานว่าวานนี้ (4มี.ค.) ราคาค่าขนส่งน้ำมัน จำนวน 2 ล้านบาร์เรลจากสหรัฐไปจีน เพิ่มสูงขึ้นกว่า 29 ล้านดอลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน
ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นนี้ ทำให้ราคาค่าขนส่งน้ำมันมีต้นทุนอยู่ที่ 14.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถ้าเทียบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลของวานนี้ เท่ากับว่าเฉพาะ 'ค่าขนส่ง' อย่างเดียว ก็กินส่วนต่างไปเกือบ 20% ของราคาน้ำมันแล้ว
ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 ก.พ. และขยายวงกว้างไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันมายังเอเชีย
สถานการณ์นี้ทำให้เอเชียจะต้องหันไปพิจารณาซื้อน้ำมันจากสหรัฐแทน โดยความต้องการน้ำมันจากสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเกรดต่าง ๆ ของสหรัฐ เช่น Mars Blend พุ่งสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังไม่แน่ใจว่ากระแสการพุ่งขึ้นของราคานี้จะยืนระยะได้นานแค่ไหน เพราะในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณว่าดีลการจองเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ หลายดีลในแถบชายฝั่งอ่าวสหรัฐเริ่มถูกยกเลิกหรือล้มเหลว
ดีล PTT ล่ม หลังค่าระวางเรือแพงเกิน
มีรายงานจากโบรกเกอร์เดินเรือ ระบุว่า ปตท. (PTT) โรงกลั่นยักษ์ใหญ่ของไทย ได้ทำดีลจองเรือล่วงหน้าในราคาสูงถึง 29 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท
แต่ข้อมูลล่าสุดจาก Tankers International ชี้ว่าดีลดังกล่าวได้ล่มลงในภายหลัง ซึ่งเหตุการณ์ "ดีลล่ม" เช่นนี้มักเกิดขึ้นเป็นปกติเมื่อราคาค่าเช่าเรือขยับขึ้นเร็วเกินไปจนผู้เช่ารับต้นทุนไม่ไหว
ค่าเช่าเรือพุ่งเท่าตัว
ขณะเดียวกัน ค่าระวางเรือสำหรับเส้นทางขนส่งหลักจากตะวันออกกลางไปจีน ก็พุ่งสูงขึ้นถึง 475,000 ดอลลาร์ต่อวัน หรือราว 17 ล้านบาทต่อวัน แต่จำนวนการจองจริงกลับมีน้อยมากเพราะช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดอยู่
ในขณะนี้ เรือบรรทุกน้ำมันที่พร้อมใช้งานนั้นหายากมาก จนผู้เช่าต้องจ่ายค่าเช่ารายวันในราคาที่สูงพอ ๆ กับการเช่าแท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง
อ้างอิง Bloomberg





