วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

สงครามอิหร่านทำ 'ไทย' เสี่ยงสุดในเอเชีย นำเข้าน้ำมัน-ก๊าซมากที่สุด

สงครามอิหร่านทำ 'ไทย' เสี่ยงสุดในเอเชีย นำเข้าน้ำมัน-ก๊าซมากที่สุด

เปิดตัวเลข ‘ไทย’ ขาดดุลพลังงานหนักสุดในเอเชีย นำเข้าพลังงานสุทธิ 6% ต่อจีดีพี สูงที่สุดในเอเชีย เสี่ยงรับแรงกระแทกมากสุดในสงครามอิหร่าน

ข้อมูลจากงานวิจัยของ Bank of America Global Research ระบุว่า "ประเทศไทย" เป็นประเทศที่มีดุลการค้าพลังงานติดลบมากที่สุดในเอเชีย สะท้อนการพึ่งพาการนำเข้า "น้ำมันและก๊าซ" ในระดับสูง ซึ่งเพิ่มความเปราะบางต่อความผันผวนของตลาดพลังงานโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอลกำลังทวีความตึงเครียดขึ้นในตะวันออกกลาง

แม้ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จีนและญี่ปุ่น จะมีการนำเข้าพลังงานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่ามหาศาลต่อปี แต่หากเทียบเป็นสัดส่วนต่อมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) แล้วพบว่า ประเทศไทยแซงหน้าทุกประเทศในเอเชีย 

ข้อมูลจาก BofA Global Research ระบุว่าในปี 2025 ประเทศไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจสำคัญในเอเชียและโอเชเนีย โดยอยู่ที่ประมาณ 6% ต่อจีดีพี ทิ้งห่างอันดับสอง "เกาหลีใต้" ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4% และ "สิงคโปร์" อันดับสามในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ขณะที่ "จีน" อยู่ในอันดับที่ 11 ของการนำเข้าเมื่อเทียบจีดีพีประเทศ 

สงครามอิหร่านทำ 'ไทย' เสี่ยงสุดในเอเชีย นำเข้าน้ำมัน-ก๊าซมากที่สุด

ขณะที่ในภูมิภาคมีเพียง "ออสเตรเลีย" และ "มาเลเซีย" เท่านั้นที่ยังคงเป็นประเทศผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) เมื่อคืนวันอังคารที่ 3 มี.ค. เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 4.68% หรือ 3.33 ดอลลาร์ ปิดที่ 74.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้น 4.71% หรือ 3.66 ดอลลาร์ ปิดที่ 81.40 ดอลลาร์ โดยระหว่างการซื้อขายช่วงต้นวันราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 9% เนื่องจากความกังวลว่าสงครามที่ขยายวงกว้างในตะวันออกกลางจะส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันและก๊าซในภูมิภาคเป็นเวลานาน

ขณะที่ล่าสุดวันนี้ (4 มี.ค.) ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในเอเชีย พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยราคาแอลอ็นจีตลาดสปอตพุ่งแตะระดับ 25.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู ในการซื้อขายฝั่งเอเชีย ซึ่ง "เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า" จากราคาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และคาดว่าจะมีแรงกดดันให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นอีก ตราบใดที่การผลิตของกาตาร์ยังคงหยุดชะงักและเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น


ญี่ปุ่น-เวียดนาม พึ่งน้ำมันตอ.กลางมากที่สุด

อย่างไรก็ดี ข้อมูลจาก BofA Global Research ระบุด้วยว่า แม้ไทยจะนำเข้าพลังงานสุทธิมากที่สุด ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างหนักในแง่ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงสงคราม แต่ไทยก็ยังไม่ใช่ประเทศที่นำเข้าจากแหล่งในตะวันออกลางมากที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบสองเด้งทั้งจากราคาและโลจิสติกส์การขนส่งพลังงานในช่วงนี้ด้วย

สงครามอิหร่านทำ 'ไทย' เสี่ยงสุดในเอเชีย นำเข้าน้ำมัน-ก๊าซมากที่สุด

จากข้อมูลพบว่า "ฟิลิปปินส์" และ  "ญี่ปุ่น" เป็นสองประเทศในเอเชียที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% โดยอยู่ที่ 95% และ 94% ตามลำดับ และมี "เวียดนาม" ตามมาเป็นอันดับ 3 ที่ 88%

ขณะที่ไทยอยู่ในระดับกลางๆ โดยมีสัดส่วนการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางประมาณ 58% โดยไทยนำเข้าน้ำมันจากตลาดโลกประมาณ 29,000 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้กว่า 17,000 ล้านดอลลาร์ มาจากตะวันออกกลาง 

นักวิเคราะห์มองว่า หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อและกระทบการขนส่งน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ อาจทำให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลต่อประเทศผู้นำเข้าพลังงานในเอเชียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะประเทศที่มีดุลพลังงานติดลบสูงอย่างไทย ซึ่งอาจเผชิญแรงกดดันต่อ ต้นทุนพลังงาน เงินเฟ้อ และดุลการค้า ในระยะต่อไป

โนมูระย้ำ 'ไทย' อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง

ด้านธนาคารโนมูระรายงานในทิศทางที่คล้ายกัน โดยระบุในบันทึกถึงลูกค้าเมื่อวันจันทร์ว่า ในกลุ่มประเทศเอเชีย "ไทย อินเดีย เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์" มีความเปราะบางต่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมากที่สุด เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าในระดับสูง ขณะที่มาเลเซียจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ในเชิงเปรียบเทียบ เพราะเป็นผู้ส่งออกพลังงาน

โนมูระมองว่า "ประเทศไทย" เป็นกรณีตัวอย่างโดยถือเป็น "ผู้แพ้" ที่ชัดเจนที่สุดจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน เนื่องจากผลกระทบจากภายนอกมีขนาดใหญ่และเกิดขึ้นทันที โดยไทยมีการนำเข้าน้ำมันสุทธิสูงที่สุดในเอเชีย คิดเป็น 4.7% ของ GDP และทุกครั้งที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 10% จะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดแย่ลงประมาณ 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ของ GDP

ขณะที่ โก คาตายามะ นักวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของ Kpler ระบุว่า สำหรับหลายประเทศใน "เอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ผลกระทบอันดับแรกจะเป็นเรื่องของ "เงินเฟ้อ" จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น มากกว่าผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำมันและก๊าซในทันที 

ผู้ซื้อ LNG ที่พึ่งพาตลาดสปอตจะต้องเผชิญต้นทุนการจัดหาที่แพงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเอเชียต้องแข่งขันกับยุโรปในการซื้อ LNG จากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก