วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์บุกอิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจ ‘สหรัฐ’ ซ้ำเติม ‘สงครามการค้า’ ทุบเชื่อมั่นโลก

ทรัมป์บุกอิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจ ‘สหรัฐ’  ซ้ำเติม ‘สงครามการค้า’ ทุบเชื่อมั่นโลก

ทรัมป์บุกอิหร่าน! เขย่าเศรษฐกิจสหรัฐ เมื่อ ‘สงคราม-ราคาน้ำมัน’ ซ้ำเติมสงครามการค้า-เงินเฟ้อ จับตาการขึ้นดอกเบี้ยของ ’เฟด’ เหล่านักวิเคราะห์ประเมินผลกระทบที่อาจทุบความเชื่อมั่นโลก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า “เศรษฐกิจสหรัฐ” เผชิญความเสี่ยงใหม่ที่อาจเพิ่มความไม่แน่นอนยิ่งขึ้นไปอีก หลังจากที่ประธานาธิบดี “โดนัล ทรัมป์” ได้ตัดสินใจเข้ามาร่วมในสงครามระหว่าง “อิหร่าน-อิสราเอล” และเปิดฉากโจมตี ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังตรึงเครียด โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน ในการโค่นล่มรัฐบาลอิสลาม

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ทรัมป์ เผยว่า ความขัดแย้งอาจจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยหลายสัปดาห์  

จับตา ‘2 ความเสี่ยง’ กระทบเศรษฐกิจสหรัฐ

ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ต่างจับตาไปที่สถานกาณณ์ “ราคาน้ำมัน” แม้ว่าสหรัฐจะสามารถรับความเสี่ยงเรื่องพลังงานได้ดีว่าอีกหลายประเทศ จากการที่สามารถผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติได้เองในประเทศ  แต่ทว่าผลกระทบระดับโลกที่มีต่อการค้า ราคาและการลงทุน อาจส่งผลสะท้อนกลับมาสั่นคลอนภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตในปีนี้

ผลการสำรวจล่าสุดจาก Conference Board สะท้อนว่า บรรดาซีอีโอกว่า 60% มองว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นความเสี่ยงสูงและอาจเป็นอุปสรรคสำคัญ

ขณะที่ธนาคารโลก (World Bank) เคยประเมินเศรษฐกิจสหรัฐไว้ว่ากำลัง “สดใส” แต่ตัวเลขนี้กำลังถูกท้าทายจากความขัดแย้งที่คาดเดาไม่ได้ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงการขนส่งสินค้าทั่วโลก ห่วงโซ่อุปทาน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์

โจเซฟ ลัปตัน นักเศรษฐศาสตร์จากเจพีมอร์แกนรายงานในบันทึกหลังสหรัฐเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านว่า การฟื้นตัวของภาคธุรกิจกำลังอยู่ใน “ความเสี่ยง”  โดยเกิดสงครามทางทหารที่ควบคู่ไปกับ “สงครามการค้า” ที่สหรัฐเป็นคนเดินเกม ซึ่งอาจจุดกระแสความกังวลเรื่องสเถียรภาพโลกอีกครั้ง

ในเรื่องระดับผลกระทบ รวมถึงคำถามที่ว่ามันจะส่งผลต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดด้วยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยสำคัญ คือ

 1.ความขัดแย้งจะดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้นแค่ไหน 

 2. สงครามจะขยายวงกว้างและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในทิศทางไหน หรือจะเปลี่ยนไปเป็นการชิงอำนาจกันเองภายในอิหร่าน หลังจากที่ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศ

บันทึกฉบับหนึ่งของ ซัสซาน กาห์รามานี (Sassan Ghahramani) ประธานและ CEO ของ SGH ซึ่งเกิดที่กรุงเตหะราน และบิดาของเขาเคยเป็นนักการทูตอิหร่านก่อนการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ได้ชี้ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนอย่างรุนแรงในขณะนี้

ซัสซาน กาห์รามานีมองว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิด “สงครามกลางเมืองในอิหร่าน” รวมไปถึงความเป็นไปได้ที่รัฐบาลเตหะรานอาจใช้กลยุทธ์ “เผาทำลายทุกสิ่ง” (Scorched-earth) เพื่อยกระดับการโจมตีไปยังศูนย์กลางพลเรือนในพื้นที่อื่นๆ อาจจงใจถล่มเศรษฐกิจโลกให้พังพินาศ และใช้เป็นแรงกดดันให้สงครามครั้งนี้ยุติลง

นักวิเคราะห์ประเมิน 'สงคราม'

นักวิเคราะห์จาก Citi ประเมินในบันทึกเมื่อวันจันทร์ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด เนื่องจากความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้นนั้นถูกชดเชยด้วยนโยบายทางการเงินที่ตึงตัวขึ้นอยู่แล้ว

เจเน็ต เยลเลน อดีตประธาน Fed ได้ให้ความเห็นที่แตกต่างออกไปในการประชุมด้านการขนส่งสินค้าของ S&P Global โดยระบุว่าสงครามครั้งนี้มีความเสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นพร้อมกับฉุดให้เศรษฐกิจเติบโตช้าลง ซึ่งจะส่งผลให้เฟดตกอยู่ในสภาวะ "ชะลอการตัดสินใจ"  และมีความลังเลที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าในช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์นี้

ในขณะเดียวกัน คริสโตเฟอร์ ฮอดจ์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Natixis CIB Americas ได้ชี้ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมองว่ามีความเสี่ยงในกรณีเลวร้าย  เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งสถานการณ์อาจเป็นไปได้ตั้งแต่ออกมาในแง่ดี คือความขัดแย้งจบลงอย่างรวดเร็วและมีรัฐบาลใหม่ในอิหร่านที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้ภูมิภาค ไปจนถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สงครามยืดเยื้อจนกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างรุนแรง

เจมส์ สตาฟริดิส และ เจฟฟ์ เคอร์รี นักวิเคราห์ด้านพลังงานของคาร์ไลล์ ได้ระบุในบันทึกว่า สถานการณ์ปัจจุบันเต็มไปด้วยความยากลำบากในการคาดเดาตอนจบ โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือ โอกาสที่ความพยายามของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการล้มล้างรัฐบาลอิหร่านชุดปัจจุบันจะสำเร็จนั้นมีเพียง 30% 

ถัดมาคือการโต้กลับที่คาดไม่ถึง (Asymmetric Response): โดยมองว่าการตอบโต้อาจไม่หยุดอยู่แค่การปิดช่องแคบฮอร์มุซแต่อาจขยายวงกว้างไปยังพื้นที่หรือเป้าหมายอื่นๆ  เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การก่อการร้าย หรือสงครามนี้อาจลามไปถึง อิรัก ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของ OPEC

 

อ้างอิง  Reuters