กาตาร์ปิดโรงงานส่งออก LNG ใหญ่สุดในโลก หลังถูกโดรน 'อิหร่าน' โจมตี ดันราคาก๊าซยุโรปพุ่งทันทีกว่า 50% สะเทือนตลาดพลังงานโลก
"กาตาร์" ประกาศหยุดการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่โรงงาน Ras Laffan ซึ่งเป็นโรงงานส่งออก LNG ที่ใหญ่ที่สุดของโลกแล้วในวันนี้ (2 มี.ค.) หลังถูกโดรนจาก "อิหร่าน" โจมตี ส่งผลให้ราคาก๊าซในยุโรปพุ่งขึ้นมากกว่า 50% และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงานโลก
โรงงาน Ras Laffan ของบริษัท QatarEnergy มีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 5 ของอุปทาน LNG โลก และการหยุดผลิตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ กำลังคุกคามความมั่นคงด้านพลังงานทั่วโลก
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าก๊าซธรรมชาติของยุโรป ปรับตัวขึ้นแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติพลังงานปี 2022 ช่วงเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน หลังบริษัท QatarEnergy ยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่าได้ระงับการผลิต ขณะเดียวกัน เรือบรรทุกพลังงานส่วนใหญ่ได้หยุดการเดินเรือผ่าน "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งพลังงานโลกไปแล้วก่อนหน้านี้
“ภัยคุกคามต่อความมั่นคงของอุปทานกำลังเกิดขึ้นจริงในขณะนี้ ขนาดของผลกระทบจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่การหยุดผลิตยืดเยื้อ แต่ตอนนี้เราได้เข้าสู่สถานการณ์ใหม่แล้ว” ไซมอน ทาเกลียเพียตรา นักวิเคราะห์จาก Bruegel กล่าว
ปัจจุบันประเทศใน "เอเชีย" เป็นผู้ซื้อ LNG จากตะวันออกกลางเป็นหลัก ซึ่งการหยุดชะงักของอุปทานครั้งนี้จะทำให้การแข่งขันเพื่อแย่งซื้อแหล่งพลังงานจากแหล่งอื่นๆ เพิ่มขึ้น และจะผลักดันราคาให้สูงขึ้นทั่วโลก รวมถึงในยุโรปด้วย
บลูมเบิร์กระบุว่า ราคาก๊าซในยุโรปปรับตัวขึ้นแรง เนื่องจากระดับก๊าซสำรองอยู่ในระดับต่ำผิดปกติ และภูมิภาคจำเป็นต้องนำเข้า LNG ปริมาณมากในช่วงฤดูร้อนนี้เพื่อเติมคลังสำรองก่อนฤดูหนาวครั้งถัดไป
แม้การปรับขึ้นระหว่างวันจะสูงขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อ 4 ปีก่อน แต่ราคาก๊าซอ้างอิงยังอยู่ในระดับสูงสุดรอบ 1 ปีเท่านั้น เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง และนักลงทุนยังคงประเมินว่าความขัดแย้งจะ "ยืดเยื้อ" นานเพียงใด
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ โดยรองรับการขนส่ง LNG ประมาณ 20% ของโลก การชะลอตัวอย่างรุนแรงของการเดินเรือผ่านช่องแคบได้สร้างคอขวดด้านโลจิสติกส์ และอาจทำให้แหล่งเก็บแอลเอ็นจีของ QatarEnergy เต็มเร็วขึ้น
แหล่งข่าวระบุว่า QatarEnergy ได้ประกาศเหตุสุดวิสัย (force majeure) ต่อสัญญาการส่งมอบ LNG ให้กับลูกค้าแล้ว อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อโรงงาน
คำถามสำคัญของตลาดคือ "การหยุดชะงักจะยาวนานเพียงใด" เบื้องต้นธนาคาร Goldman Sachs Group Inc. ประเมินว่า หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเป็นเวลา 1 เดือน ราคาก๊าซในยุโรปอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า
แม้สหรัฐจะเพิ่มการผลิต LNG ก็ไม่น่าจะเพียงพอชดเชยอุปทานจากกาตาร์ในระยะใกล้ โดย QatarEnergy มีกำหนดเริ่มโครงการขยายกำลังผลิตในสหรัฐในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่โรงงานดังกล่าวจะยังไม่สามารถเดินเครื่องเต็มกำลังได้จนกว่าจะถึงปีหน้า
ขณะเดียวกัน อิสราเอลได้สั่งปิดกำลังการผลิตก๊าซบางส่วนเป็นการชั่วคราว รวมถึงแหล่งก๊าซ Leviathan ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุด ส่งผลให้อียิปต์ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ต้องเร่งจัดหาก๊าซ LNG เพิ่มเติม





