สงครามตะวันออกกลางสะเทือนตลาดการบินโลก หุ้นสายการบินเอเชียร่วงแรง ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน ขณะที่สนามบินหลักอย่างดูไบ–โดฮาปิดต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ทำผู้โดยสารนับหมื่นติดค้างทั่วโลก
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า บรรดา หุ้นสายการบิน พากัน “ร่วงหนัก” ในวันจันทร์ (2 มี.ค.) โดยหุ้นของสายการบินใหญ่ในเอเชียอย่าง Cathay Pacific ของฮ่องกง, Qantas Airways ของออสเตรเลีย, Singapore Airlines และ Japan Airlines ปรับตัวลดลงมากกว่า 5%
สาเหตุเกิดจากสหรัฐ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้การเดินทางทางอากาศได้รับผลกระทบ และราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน การเดินทางทางอากาศทั่วโลกยังคงวุ่นวาย เนื่องจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน ทำให้สนามบินสำคัญในตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ และโดฮา ต้องปิดทำการเป็น “วันที่สามติดต่อกัน” ส่งผลให้ผู้โดยสาร “นับหมื่นคนทั่วโลก” ติดค้าง ไม่สามารถเดินทางต่อได้
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 7% แตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน หลังอิหร่านและอิสราเอลยกระดับการโจมตีกันในตะวันออกกลาง ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันได้รับความเสียหาย และกระทบการขนส่งน้ำมันจากภูมิภาคผู้ผลิตหลักของโลก
หุ้น Qantas Airways ร่วงลงทันที 10.4% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือนทันทีที่ตลาดออสเตรเลียเปิดทำการ ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ยังคงติดลบราว 6%
ส่วนหุ้นสายการบินเอเชียรายอื่นก็ปรับตัวลดลงแรงเช่นกัน ได้แก่ ANA Holdings ของญี่ปุ่น, Air China, China Southern Airlines, China Eastern Airlines, AirAsia X ของมาเลเซีย, China Airlines และ EVA Airways
ทั้งหมดต่างปรับตัวลดลงอย่างน้อย 4% นักวิเคราะห์หุ้นของ Morningstar นิโคล ลิมระบุว่า “แรงเทขายหุ้นสายการบินในเอเชีย สะท้อนความกังวลของตลาดเรื่องต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น การยกเลิกเที่ยวบิน และค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการต้องเปลี่ยนเส้นทางบิน หลังน่านฟ้าและสนามบินบางแห่งถูกปิด”
อย่างไรก็ตาม เธอเสริมว่า สายการบินเอเชียส่วนใหญ่ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงช่วยลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นระยะสั้นได้บ้าง และบางสายการบินอาจได้ประโยชน์จากผู้โดยสารที่ต้องจองตั๋วใหม่ หลังเที่ยวบินเดิมถูกยกเลิก
หุ้นCathay Pacific ซึ่งราคาหุ้นเคยร่วงแรงถึง 7% ก่อนจะลดช่วงขาดทุนเหลือประมาณ 2.9% ระบุว่า ได้ยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดไปตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงดูไบและริยาด จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
เหล่าสายการบินยังประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนตั๋ว และเปลี่ยนเส้นทางให้ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ
ด้าน Singapore Airlines ยกเลิกเที่ยวบินไป–กลับดูไบจนถึงวันที่ 7 มีนาคม ขณะที่ Japan Airlines ระงับเที่ยวบินโตเกียว–โดฮาเป็นการชั่วคราว
นักวิเคราะห์การบินอิสระในสิงคโปร์ เบรนแดน โซบี กล่าวว่า “สำหรับสายการบินเอเชียตะวันออก จำนวนเที่ยวบินที่บินไปสนามบินที่ถูกปิดมีไม่มากนัก แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจทั่วโลก”
เขาเสริมว่า สายการบินอินเดีย ได้รับผลกระทบหนักกว่า เพราะมีเที่ยวบินไปตะวันออกกลางจำนวนมากเพื่อรองรับแรงงานอพยพ อีกทั้งยังถูกห้ามใช้น่านฟ้าปากีสถาน ทำให้เที่ยวบินไป–กลับยุโรปได้รับผลกระทบด้วย
ข้อมูลจากบริษัทติดตามเที่ยวบิน VariFlight ระบุว่า สายการบินจีนแผ่นดินใหญ่ได้ยกเลิกเที่ยวบินไป–กลับตะวันออกกลางแล้ว 26.5% ในช่วงวันที่ 2–8 มีนาคม
VariFlight ประเมินว่า “ภาพรวมสะท้อนถึงความปั่นป่วนรุนแรงในระยะสั้น แต่ยังไม่มีการปรับตารางบินครั้งใหญ่ในช่วงปลายสัปดาห์ แสดงว่าสายการบินยังรอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแผนในวงกว้าง”
อ้างอิง: reuters





