จับตาวิกฤติอิหร่านเสี่ยงทำตลาดก๊าซ LNG ปั่นป่วนแรงที่สุดนับตั้งแต่ 'สงครามรัสเซีย-ยูเครน' ปี 2022 ที่ทำโครงสร้างการค้าพลังงานโลกพลิกผัน
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างมีแนวโน้มจะสร้างความปั่นป่วนต่อ "ตลาดก๊าซธรรมชาติ" ครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ "รัสเซีย" ทำสงครามบุกยูเครนเมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งทำให้โครงสร้างการค้าพลังงานโลกพลิกผัน
ประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านอย่าง "กาตาร์" เป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกสำคัญของโลก และภูมิภาคนี้ยังเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานที่สำคัญ โดยก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 20% ของการส่งออกทั่วโลกต้องผ่าน "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำคัญของระบบพลังงานโลก ขณะที่กาตาร์ส่งออกก๊าซ LNG รวม 82.2 ล้านตันในปี 2025
ข้อมูลติดตามการเดินเรือล่าสุดในวันนี้ (1 มี.ค.) ระบุว่า การขนส่ง LNG ผ่านเส้นทางช่องแคบแห่งนี้แทบหยุดชะงักลงแล้ว ขณะที่ผู้ซื้อในเอเชียซึ่งนำเข้า LNG จากกาตาร์ประมาณ 1 ใน 4 ของปริมาณทั้งหมด ได้ติดต่อซัพพลายเออร์เพื่อสอบถามว่ามีสินค้าทดแทนหรือไม่ ส่วนอียิปต์กำลังพยายามเร่งรับมอบก๊าซ หลังจากอิสราเอลซึ่งเป็นผู้ส่งออกได้ปิดแหล่งผลิตบางแห่งลง
ทอม มาร์เซก แมนเซอร์ ผู้อำนวยการฝ่าย LNG และก๊าซยุโรปของบริษัท Wood Mackenzie กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวบ่งชี้ราคาก๊าซคือ กิจกรรมทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต LNG ของกาตาร์
ก่อนหน้านี้ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ในปี 2022 สร้างความปั่นป่วนอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลาดก๊าซโลก จากการตัดรัสเซียออกจากตลาดส่งออกหลัก ซึ่งกระตุ้นความผันผวน และทำให้ราคาก๊าซในยุโรปและภูมิภาคอื่นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สำหรับภูมิภาค "เอเชีย" นับว่ามีความเปราะบางมากเป็นพิเศษต่อผลกระทบลูกโซ่จากวิกฤติในตะวันออกกลาง เพราะเอเชียเป็นแหล่งส่งออกก๊าซ LNG มากถึงกว่า 4 ใน 5 จากการส่งออกก๊าซทั้งหมดของกาตาร์ในปีที่แล้ว โดยมี "จีน" เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุด ซึ่งนำเข้าเกือบ 1 ใน 3 จากกาตาร์ ขณะที่ "อินเดีย" เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่อันดับสอง
การขนส่งไปยังเอเชียและยุโรปต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยข้อมูลการติดตามเรือล่าสุดระบุว่า เรือบรรทุก LNG อย่างน้อย 11 ลำที่มุ่งหน้าไปหรือออกจากกาตาร์ ได้หยุดการเดินทางชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
ด้าน "สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์" หรือยูเออี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้ส่งออกแอลเอ็นจีรายใหญ่ในตะวันออกกลางก็ต้องใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน
“มันไม่มีอะไรมาทดแทนกันได้ แต่ราคาในเอเชียหรือยุโรปที่ไหนจะพุ่งขึ้นมากกว่ากันนั้น ยุโรปมีระดับสำรองต่ำ แต่ก็น่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า และยังขึ้นอยู่กับว่าจะมีการเบี่ยงเบนเส้นทางไปยังเอเชียได้มากน้อยแค่ไหน” แอนน์ โซฟี กอร์โบ นักวิจัยจากศูนย์นโยบายพลังงานโลกของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าว
เรือขนส่งเอเชียทยอยเปลี่ยนเส้นทาง
บริษัท Nippon Yusen ซึ่งเป็นเจ้าของและบริษัทบริหารเรือ LNG รายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้สั่งให้เรือในเครือหลีกเลี่ยงพื้นที่รอบช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ตามคำกล่าวของโฆษกบริษัท
ขณะที่บริษัท Mitsui OSK Lines เจ้าของเรือ LNG รายใหญ่อีกบริษัทของญี่ปุ่น ได้สั่งให้เรือรออยู่ในน่านน้ำที่ปลอดภัย ขณะที่บริษัท Kawasaki Kisen Kaisha ยืนยันว่าได้สั่งให้เรือในอ่าวเปอร์เซียเตรียมพร้อมรอคำสั่ง
หากความขัดแย้งยืดเยื้อและการขนส่งยังคงหยุดชะงัก ความเสี่ยงต่อการผลิต LNG จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการผลิตต้องอาศัยการส่งออกอย่างต่อเนื่องเพื่อระบายก๊าซออกจากโรงแยก มิฉะนั้นอาจจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลง
ผู้ค้าพลังงานระบุว่า "ผู้นำเข้าจีน" เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ติดต่อเข้ามาเร่งด่วนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแหล่งนำเข้าทดแทน หากอิหร่านยังคงพยายามจำกัดการขนส่งต่อไป อย่างไรก็ตาม QatarEnergy ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานของรัฐบาลกาตาร์ระบุว่า ยังไม่ได้เลื่อนการส่งมอบให้ลูกค้าแต่อย่างใด และบริษัทไม่ได้ตอบการขอความเห็นนอกเวลาทำการ
เอเชียเตรียมรับมือราคาก๊าซพุ่ง
ทั้งนี้ ผู้ค้าพลังงานในอินเดีย ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ กำลังเตรียมรับมือราคาที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะกลับทิศจากช่วงเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ที่ราคาค่อนข้างทรงตัวในระดับต่ำจากอุปทานใหม่จำนวนมาก
ผลกระทบไม่ได้จำกัดเฉพาะตลาดซื้อขายทันที (spot) เท่านั้น เนื่องจากสัญญา LNG ระยะยาวมักผูกกับราคาน้ำมันดิบ ดังนั้นการปรับขึ้นของราคา "น้ำมันดิบเบรนท์" จะทำให้ต้นทุนก๊าซของผู้บริโภคในเอเชียเพิ่มขึ้นด้วย
อีกหนึ่งจุดเสี่ยงของราคาที่จะแพงขึ้นก็คือ "ตุรกี" ซึ่งนำเข้าก๊าซผ่านท่อส่งโดยตรงจากอิหร่าน เช่นเดียวกับอียิปต์ อาจต้องหันไปซื้อ LNG เพิ่มขึ้นแทน หากการขนส่งก๊าซถูกจำกัดจากความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคาก๊าซ LNG ทางทะเล
ทั้งนี้ อิหร่านส่งออกก๊าซไปยังตุรกีภายใต้สัญญาปริมาณ 9.6 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แม้ว่าปริมาณที่ส่งจริงในช่วงหลังจะต่ำกว่าระดับดังกล่าวก็ตาม ตามข้อมูลจากศูนย์นโยบายพลังงานโลกของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย
ด้านข้อมูลจากสถาบันศึกษาพลังงานออกซ์ฟอร์ด ระบุว่า ก๊าซจากอิหร่านคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 15% ของการนำเข้าก๊าซของตุรกีในปี 2024
ที่มา: Bloomberg





