วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

อีวีจีน ‘ทยอยขึ้นราคา’ ในไทย จุดวัดใจยอดขายจริงหลังหมดเงินอุดหนุน

อีวีจีน ‘ทยอยขึ้นราคา’ ในไทย จุดวัดใจยอดขายจริงหลังหมดเงินอุดหนุน

ตลาดอีวีไทยกำลังเข้าสู่ ‘จุดเปลี่ยน’ เมื่อเงินอุดหนุนจากภาครัฐสิ้นสุดลง และค่ายรถจีนทยอยปรับขึ้นราคา คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ ‘รถจะแพงขึ้นเท่าไร’ แต่คือดีมานด์ที่แท้จริงของผู้บริโภคจะยังแข็งแรงหรือไม่ ในวันที่แรงหนุนจากรัฐหายไป

เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า เหล่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนเริ่ม “ปรับขึ้นราคา” ในไทย หลังรัฐบาล “ยุติโครงการเงินอุดหนุนการซื้อรถอีวี” นี่สะท้อนว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเปลี่ยนทิศ

ที่โชว์รูม BYD ชานกรุงเทพฯ พนักงานขายบอกว่า ยอดจองรถไฟฟ้าล่วงหน้าปีนี้ลดลงมาก
“การขึ้นราคา ทำให้ลูกค้าบางส่วนลังเลที่จะซื้อ” พนักงานกล่าว

รุ่น Dolphin รถแฮทช์แบ็กไฟฟ้ายอดนิยมของ BYD ตั้งราคาป้ายรุ่นมาตรฐานไว้ที่ 599,900 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาต่ำสุดในปี 2025 ถึง 33%

ส่วน Atto 3 รถ SUV ไฟฟ้า ราคาอยู่ที่ 849,900 บาท เพิ่มขึ้น 21%

นี่เป็น "ครั้งแรก" ที่ BYD ขึ้นราคา หลังเข้าตลาดไทยในปี 2022 แต่ไม่ใช่แค่รายเดียว

MG ของ SAIC Motor ซึ่งเป็นแบรนด์ EV ใหญ่เป็นอันดับสองในไทย ปรับขึ้นราคา MG4 อีก 30,000 บาท และรุ่น Maxus 9 Plus เพิ่ม 50,000 บาท

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ค่ายรถจีน Guangzhou Automobile Group, Chery และ Geely ก็ขึ้นราคาเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ ไทยมีเงินอุดหนุนให้ผู้ผลิตที่เข้ามาลงทุน และผลิตรถในประเทศ โดยผู้เล่นรายใหญ่อย่าง BYD ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดถึง 150,000 บาทต่อคัน แต่โครงการดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ความ “ราคาจับต้องได้” จากเงินอุดหนุน เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ตลาดอีวีไทยเติบโต
โดยในปีที่แล้ว ไทยขายรถยนต์ไฟฟ้าได้ 122,128 คัน เพิ่มขึ้น 74% จากปี 2024 และคิดเป็น 24% ของยอดขายรถใหม่ทั้งหมด

ประธานวงศ์ พรประภา ซีอีโอ Rever Automotive ผู้จัดจำหน่าย BYD ในไทย กล่าวว่า “เมื่อเงินอุดหนุนหมด เราไม่มีทางเลือก นอกจากต้องปรับราคา”

ขณะเดียวกัน การสิ้นสุดเงินอุดหนุนก็อาจช่วยลดสงครามราคาในตลาด

ผู้เชี่ยวชาญจาก Roland Berger ระบุว่า “ราคารถ EV ถูกบิดเบือนจากการลดราคามากเกินไป ผู้ผลิตจีนต้องการปรับให้กลับสู่ระดับที่ยั่งยืน”

ที่ผ่านมา BYD เป็นผู้นำสงครามราคา และถูกผู้บริโภควิจารณ์อย่างหนัก เพราะการลดราคาทำให้ราคารถมือสองตกฮวบ

Atto 3 เคยมีราคาช่วงปลายปี 2025 ต่ำกว่าตอนเปิดตัวถึงราว 40% ผู้ผลิตจีนรายอื่นก็แสดงความกังวลต่อการตัดราคา และมีผู้บริโภคบางส่วนพยายามยื่นฟ้องร้อง

ทั้งนี้ ส่วนแบ่งตลาดรถใหม่ของค่ายจีนเพิ่มเป็น 22% ในปี 2025 จากปี 2022 ที่มีเพียง 5% โดยประมาณ

ในทางกลับกัน ส่วนแบ่งของค่ายญี่ปุ่นลดลงเกือบหนึ่งในห้า เหลือ 68% แต่การขึ้นราคาของค่ายจีน อาจเปิดโอกาสให้แบรนด์ญี่ปุ่นกลับมาแข่งขันได้ดีขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า “ปี 2026 จะเป็นปีที่เห็นดีมานด์อีวีที่แท้จริง หลังเงินอุดหนุนหมดลง” และต้องจับตาว่า การขึ้นราคา และสต๊อกรถที่ผลิตในไทย จะส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างไรต่อไป

 

 

อ้างอิง: nikkei

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์