วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ค่าจ้างช่างฝีมือในญี่ปุ่น ‘สูงกว่า’ งานออฟฟิศแล้ว งานภาคปฏิบัติการยิ่งได้เปรียบ

ค่าจ้างช่างฝีมือในญี่ปุ่น ‘สูงกว่า’ งานออฟฟิศแล้ว งานภาคปฏิบัติการยิ่งได้เปรียบ

ยุค AI อาจไม่ได้ทำให้แรงงานฝีมือหายไป แต่กลับยิ่งเพิ่มคุณค่าให้ ในญี่ปุ่น ค่าจ้างช่างไม้ ช่างก่อสร้าง คนขับแท็กซี่ และงานภาคสนามหลายอาชีพ พุ่งแรงจากภาวะขาดแคลนคน จนรายได้บางตำแหน่งสูงกว่างานออฟฟิศไปแล้ว

ท่ามกลางยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ “ค่าจ้างแรงงานฝีมือ(Blue collar) ในญี่ปุ่น กำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าระดับเงินเฟ้อ และในบางอาชีพ ได้แซงหน้า “ค่าจ้างแรงงานออฟฟิศ” (White Collar) ไปแล้ว 

สถาบันวิจัย Recruit Works Institute ใช้ข้อมูลสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น มาคำนวณรายได้ต่อปีโดยประมาณในปี 2024 (รวมโอทีและโบนัส) ของพนักงานระดับปฏิบัติการ 145 อาชีพ

ข้อมูลพบว่า รายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5.27 ล้านเยน (ประมาณ 33,800 ดอลลาร์) “เพิ่มขึ้น 8.1%” จากปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่โควิดเริ่มกระทบรายได้แรงงาน อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 8.5% ในช่วงเดียวกัน หมายความว่า หากหักเงินเฟ้อแล้ว รายได้จริงกลับลดลงเล็กน้อย

อาชีพที่รายได้เพิ่มมากที่สุดคือ “คนขับแท็กซี่” เพิ่มขึ้น 38.3% ระหว่างปี 2020-2024 

รองลงมาคือ “ทันตแพทย์” เพิ่ม 38% ส่วน “พนักงานบริการกลางแจ้ง” เช่น พนักงานเก็บเงินตามบ้านหรือจดมิเตอร์ เพิ่ม 36.3% และ “ช่างก่อสร้าง” เช่น ช่างไม้และช่างนั่งร้าน เพิ่ม 31.7%

ในปี 2024 มีตำแหน่งงานประจำสำหรับคนขับรถ (รวมแท็กซี่) 2.74 ตำแหน่งต่อผู้สมัคร 1 คน เทียบกับค่าเฉลี่ยรวมที่ 1.22 เท่านั้น 

ส่วนอาชีพบริการกลางแจ้ง มีอัตราสูงถึง 3.31 ตำแหน่ง ขณะที่ช่างไม้และช่างนั่งร้าน สูงถึง 9.38 ตำแหน่งต่อผู้สมัคร 1 คน ซึ่งสะท้อน “ภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก”

แม้ค่าจ้างคนขับแท็กซี่ จะพุ่งขึ้นเพราะความต้องการเดินทางฟื้นตัวหลังโควิด แต่สำหรับแรงงานอาชีพอื่น ๆ ที่มีเงินเดือนเพิ่มขึ้น ไม่ได้เกิดจากความต้องการเฉพาะด้านเหมือนแท็กซี่ แต่สาเหตุหลักมาจาก “ตลาดแรงงานขาดคน” นายจ้างหาคนยาก จึงต้องเสนอค่าจ้างสูงขึ้นเพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานไว้

ในทางกลับกัน “ค่าจ้างงานออฟฟิศ” เพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับเงินเฟ้อมากกว่า กล่าวคือ แทบไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง โดยในกลุ่มอาชีพใหญ่ที่มีคนทำงานเกิน 300,000 คน พบว่า รายได้พนักงานขายหน้าร้าน เพิ่มขึ้นมากที่สุดที่ 12.5% ส่วนกลุ่มเสมียนทั่วไป เช่น เจ้าหน้าที่ห้องสมุดหรือพิพิธภัณฑ์ เพิ่มขึ้นต่ำสุดที่ 7.3%

ปัจจัยหนึ่งอาจเป็นเรื่องปัญญาประดิษฐ์ โดยงานวิเคราะห์ของ Daiwa Institute of Research ระบุว่า ราว 20% ของแรงงานญี่ปุ่น อยู่ในอาชีพที่งานหลักสามารถถูกแทนที่ด้วย AI เชิงสร้างสรรค์ได้

ทั้งนี้ อาชีพเลขานุการและเสมียนทั่วไป ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมากกว่า 60% ของงานสามารถถูกทำแทนด้วยระบบอัตโนมัติได้ ขณะที่ช่างไม้และช่างนั่งร้านได้รับผลกระทบน้อยเพียง 7.3% และช่างซ่อมรถยนต์ 9.4%

ตัวเลขค่าจ้าง ยังสะท้อนว่าแรงงานสายปฏิบัติการเริ่มได้เปรียบมากขึ้น ตัวอย่างเช่น รายได้เฉลี่ยของช่างซ่อมรถยนต์ในปี 2024 อยู่ที่ 4.8 ล้านเยน สูงกว่างานธุรการทั่วไปที่ 4.68 ล้านเยน 

ส่วนช่างไม้และช่างนั่งร้าน มีรายได้ 4.92 ล้านเยนต่อปี สูงกว่างานธุรการหลักเกือบทั้งหมด ยกเว้นสายวางแผน เช่น นักวิจัยการตลาด

ขณะที่แรงงานดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นอาชีพใหญ่ที่สุด มีคนทำงาน 1.07 ล้านคน รายได้เพิ่มขึ้นเพียง 3.4% ระหว่างปี 2020-2024 

อาชีพพยาบาล (780,000 คน) เพิ่มขึ้น 5.7% ขณะที่รายได้แพทย์กลับลดลง 8.5% เงินเดือนครูประถมและมัธยมต้นแทบไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนครูมัธยมปลายลดลง 1.1%

สรุปคือ กลุ่มอาชีพที่รายได้เกี่ยวข้องกับระบบภาครัฐหรือมีโครงสร้างค่าตอบแทนที่กำหนดไว้ ไม่ได้ถูกขึ้นเงินเดือนตามตลาด และบางอาชีพมีรายได้จริงลดลง เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ

โชโตะ ฟุรุยะ หัวหน้านักวิจัยของ Recruit Works Institute ชี้ว่า กำลังเกิด “ความแตกต่างชัดเจน” ภายในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ในยุคที่ญี่ปุ่นเผชิญภาวะเงินฝืด ค่าจ้างแทบไม่ขยับ แต่เมื่อเงินเฟ้อกลายเป็นเรื่องปกติ ช่องว่างจึงเริ่มเกิดขึ้นระหว่างอาชีพที่ค่าจ้างกำหนดโดยกลไกตลาด กับอาชีพที่ผูกกับราคาที่รัฐกำหนด

เขามองว่า หากรัฐบาลต้องการเพิ่มค่าจ้างบุคลากรสาธารณสุขด้วยการปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาล ก็อาจทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพพุ่งสูง และเบี้ยประกันของคนวัยทำงานเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องพิจารณามาตรการอื่นควบคู่ เช่น การให้ผู้สูงอายุที่มีกำลัง “ร่วมจ่ายมากขึ้น” เพื่อควบคุมต้นทุนโดยรวมไว้ไม่ให้บานปลาย

อ้างอิง: nikkei