สหรัฐพร้อมสอบสวนผลกระทบด้านความมั่นคงแห่งชาติที่จะให้อำนาจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดภาษีใหม่ ขณะที่รัฐบาลกำลังรื้อฟื้นระบอบภาษีกับทั่วโลก หลังถูกศาลฎีกาพิพากษาเป็นโมฆะ
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานอ้างแหล่งข่าววงในรายหนึ่งผู้ไม่เปิดเผยตัวตนว่า รัฐบาลกำลังเตรียมแผนเปิดสอบผลกระทบของการนำเข้าแบตเตอรี่ เหล็กหล่อ และอุปกรณ์เหล็ก อุปกรณ์โครงข่ายไฟฟ้า อุปกรณ์โทรคมนาคม พลาสติก และท่อพลาสติก และสารเคมีอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการสอบสวนตามมาตรา 232 กฎหมายขยายการค้าปี 1962 ตามที่วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานเป็นครั้งแรก บทบัญญัติดังกล่าวอนุญาตให้ประธานาธิบดีเรียกเก็บภาษีโดยอ้างอิงความกังวลด้านความมั่นคงของชาติได้
การเก็บภาษีใหม่ใดๆ ก็ตาม เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์เตรียมเก็บภาษีจากทั่วโลกหลังศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.69) รัฐบาลประกาศว่าจะเก็บภาษี 10% เริ่มต้นเช้าวันอังคาร (24 ก.พ.) ซึ่งต่อมาทรัมป์ขู่ว่าจะเพิ่มเป็น 15%
เป็นไปได้ว่าประธานาธิบดี จะเก็บภาษีเหล่านี้ไว้ได้เพียงห้าเดือนเท่านั้น ซึ่งทรัมป์บอกแล้วว่าจะใช้ช่วงเวลานี้เตรียมเก็บภาษีนำเข้าตัวอื่นมาแทนภาษีที่ถูกศาลยกเลิกไป
ภาษีที่อ้างอิงตามมาตรา 232 ถือว่าถูกต้องตามกฎหมายมากกว่า และประธานาธิบดีได้ใช้บทบัญญัติตามกฎหมายนี้เรียกเก็บภาษีโลหะ และรถยนต์ในช่วงการดำรงตำแหน่งวาระสองไปแล้ว
สัปดาห์ก่อน เจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสอีอาร์) กล่าวว่า ทรัมป์จะหาทางเริ่มกระบวนการสอบสวนตามมาตรา 301 กฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งออกแบบมาเพื่อรับมือการเลือกปฏิบัติของคู่ค้าด้วย ขณะที่ทรัมป์พยายามรื้อฟื้นมาตรการภาษีของตน
คาดว่าการสอบสวนเหล่านั้นจะครอบคลุม "คู่ค้าหลักส่วนใหญ่" และรวมถึง "ประเด็นที่กังวล เช่น กำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม การบังคับใช้แรงงานการกำหนดราคายา การเลือกปฏิบัติกับบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ และสินค้า และบริการดิจิทัล ภาษีบริการดิจิทัล มลพิษทางทะเล และแนวปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าอาหารทะเล ข้าว และผลิตภัณฑ์อื่นๆ" กรีเออร์ ระบุในแถลงการณ์ คาดว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาอัน “รวดเร็ว”
สัญญาณกร้าวของทรัมป์ปรากฏชัดในในวันจันทร์ (23 ก.พ.69) เมื่อเขาโพสต์ทรูธโซเชียลเดือดขู่ขึ้นภาษีสินค้าจากประเทศที่ “เล่นเกม” กับข้อตกลงการค้า
“ประเทศใดก็ตามที่อยาก ‘เล่นเกม’ กับคำพิพากษาศาลฎีกางี่เง่า โดยเฉพาะพวกที่ ‘เอาเปรียบ’ สหรัฐอเมริกามาหลายปี และหลายสิบปี จะต้องโดนภาษีสูงขึ้นมาก หนักยิ่งกว่าที่พวกเขาเพิ่งตกลงเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ซื้อโปรดระวัง!!!”
ขณะนี้รัฐบาลสหรัฐพยายามหาภาษีใหม่มาทดแทนเพื่อคุมคู่ค้าให้ยึดมั่นตามข้อตกลงที่ทำไว้หลังคำพิพากษาของศาลฎีกาบั่นทอนความสามารถในการกำหนดอัตราภาษีตามกฎหมายฉุกเฉินของเขา
ผลกระทบจากคำพิพากษาเห็นได้จากในวันจันทร์สหภาพยุโรป (อียู) ระงับกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงที่ทำกับรัฐบาลทรัมป์ รัฐสภายุโรป กล่าวว่า รอความชัดเจนเรื่องภาษีทรัมป์ก่อนเดินหน้าต่อไป
จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร อยู่ในกลุ่มคู่ค้ารายใหญ่ที่เจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐไปแล้ว บลูมเบิร์กสอบถามไปยังทำเนียบขาวว่า สิ่งที่ทรัมป์โพสต์พุ่งเป้าอียูโดยเฉพาะหรือไม่ ทำเนียบขาวยังไม่ให้ความเห็น
ข้อความที่ทรัมป์โพสต์เป็นสัญญาณล่าสุดว่าเขายังคงยืนกรานแผนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่หลังจากคำตัดสินของศาล ทรัมป์มีทางเลือกน้อยลงในการดำเนินการดังกล่าว
“ในฐานะประธานาธิบดี ผมไม่ต้องกลับไปให้คองเกรสอนุมัติภาษี” ทรัมป์โพสต์ต่อ
ภาษีทรัมป์ 10% มีผลแล้ว 15% กำลังตามมา
ภาษีใหม่ของทรัมป์ที่เก็บจากทั่วโลกในอัตรา 10% มีผลแล้วในวันอังคาร (24 ก.พ.69) ตามที่ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.69) ไม่กี่ชั่วโมงหลังศาลฎีกาพิพากษาคว่ำภาษีเหวี่ยงแหที่เก็บจากทั่วโลก ต่อมาทรัมป์ขู่เก็บเพิ่มเป็น 15% แต่ถึงเวลา 00.01 วันอังคาร ตามเวลาวอชิงตันแล้วก็ยังไม่ได้ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการ ภาษีจึงมีผลในอัตรา 10%
เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลรายหนึ่งเผยกับบลูมเบิร์กว่า ทำเนียบขาวกำลังเตรียมออกคำสั่งอย่างเป็นทางการเพื่อขึ้นภาษีทั่วโลกในอัตรา 15% แต่ยังไม่ได้สรุปกรอบเวลาบังคับใช้
การที่รัฐบาลวอชิงตันไม่มีความชัดเจนยิ่งสร้างความสับสนไปทั่วโลก ขณะนี้นานาประเทศ และบริษัทต่างๆ กำลังพิจารณาข้อตกลงการค้าที่มีอยู่เพื่อพิจารณาว่าจะได้รับผลกระทบจากคำข่มขู่ครั้งใหม่ของทรัมป์อย่างไร ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้คู่ค้ารายใหญ่ เช่น สหภาพยุโรป และอินเดียได้ระงับการเจรจาการค้าไปดื้อๆ เพื่อรอความชัดเจนจากวอชิงตัน
ภาษี 10% นี้เป็นไปตามมาตรา 122 กฎหมายการค้า 1974 ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดีเก็บภาษีได้ 150 วันโดยไม่ต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรส แต่คำสั่งนี้ก็มีข้อยกเว้นบางประการ เช่น สินค้าตามข้อตกลงการค้าอเมริกาเหนือระหว่างสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก และสินค้าเกษตรบางชนิดที่ได้รับการยกเว้นตามภาษีที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาให้เป็นโมฆะ
จากการวิเคราะห์ของบลูมเบิร์กอีโคโนมิก อัตราภาษีศุลกากรเฉลี่ยของสหรัฐจะอยู่ที่ประมาณ 10.2% เมื่อรวมข้อยกเว้นต่างๆ แล้ว ลดลงจาก 13.6% ก่อนการตัดสินของศาล และถ้าเก็บในอัตรา 15% อัตราจริงจะอยู่ที่ราว 12%
ทีมทรัมป์ กล่าวว่า ภาษียังคงเป็นศูนย์กลางนโยบายการค้าของเขา เน้นย้ำแผนการเปิดสอบเพื่อเร่งเวลาให้ทรัมป์เก็บภาษีฝ่ายเดียว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





