วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบคงที่ ทรัมป์คิดโจมตีทางทหารแบบจำกัดต่ออิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบคงที่ ทรัมป์คิดโจมตีทางทหารแบบจำกัดต่ออิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบคงที่เมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพิจารณาจะทำการโจมตีทางทหารแบบจำกัดต่ออิหร่านในเร็วๆนี้

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ ทรงตัวในวันศุกร์ (20 ก.พ.69) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเขากำลังพิจารณาการโจมตีทางทหารแบบจำกัดเพื่อกดดันอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของตน 

“ผมสามารถบอกได้ว่าผมกำลังพิจารณาเรื่องนั้นอยู่” ทรัมป์กล่าวตอบผู้สื่อข่าวระหว่างอาหารเช้าที่ทำเนียบขาวกับผู้ว่าการรัฐของสหรัฐฯ  

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ตัวชี้วัดมาตรฐานสากลสำหรับการส่งมอบเดือนเมษายน ปรับตัวขึ้น 10 เซนต์ ปิดที่ 71.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์ทมีเดียต (ราคาน้ำมันWTI) ของสหรัฐฯ สำหรับส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 4 เซนต์ ปิดที่ 66.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

สัญญาขายน้ำมันล่วงหน้าทั้งสองทำราคาสูงสุดในรอบหกเดือนในการซื้อขายรอบก่อนหน้า เนื่องจากผู้เข้าร่วมตลาดพลังงานยังคงจับตาความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลางผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่

สหรัฐฯ และอิหร่าน ได้จัดการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้เพื่อพยายามแก้ไขข้อขัดแย้งเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน แม้รายงานเบื้องต้นจะบ่งชี้ถึงความคืบหน้า แต่ก็เปลี่ยนเป็นข้อกล่าวหาจากวอชิงตันว่าอิหร่านล้มเหลวในการตอบสนองความต้องการหลักของสหรัฐฯ  

ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่การประชุมคณะกรรมการสันติภาพครั้งแรกของเขาในวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า “เรื่องร้าย ๆ จะเกิดขึ้น” หากเตหะรานไม่ยอมตกลงทำข้อตกลงเรื่องโครงการนิวเคลียร์  

ทรัมป์เสริมอีกว่า โลกน่าจะทราบภายใน 10 วันข้างหน้าว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านหรือจะใช้ปฏิบัติการทางทหาร ต่อมาเขาบอกผู้สื่อข่าวบนเครื่อง Air Force One ว่าต้องการข้อตกลงภายใน “10 ถึง 15 วัน”ถ้อยแถลงของเขามีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง และท่ามกลางรายงานว่าทำเนียบขาวกำลังพิจารณาปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ต่อเตหะรานเร็วสุดอาจภายในสุดสัปดาห์นี้  

ทรัมป์กล่าวว่า ศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านถูก “ทำลายลงอย่างสิ้นเชิง” จากการโจมตีของสหรัฐฯ ต่อสถานที่ตั้งต่าง ๆ ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ก่อนจะเสริมว่า “เราอาจต้องยกระดับไปอีกขั้น หรืออาจไม่ก็ได้” โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม  

มีรายงานว่าอิหร่านระบุในจดหมายถึงอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เตหะรานจะตอบโต้ “อย่างเด็ดขาด” หากถูกโจมตีทางทหาร  

สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้ซ้อมรบทางทหารในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รวมถึงการซ้อมรบร่วมทางทะเลกับรัสเซียในอ่าวโอมาน หรือที่รู้จักกันในชื่อทะเลโอมานด้วย “ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้แล้ว หรือจะพร้อมภายในคืนวันเสาร์ สำหรับการเริ่มโจมตี ดังนั้นหน้าต่างโอกาสจึงจะเปิดขึ้นในตอนนั้น” แดเนียล แชปิโร อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล กล่าวกับรายการ “Access Middle East” ทางช่องซีเอ็นบีซี เมื่อวันศุกร์  

“ไม่ได้แปลว่าจะต้องเกิดขึ้นทันที ประธานาธิบดีระบุว่าเขากำลังรอฟังจากอิหร่านอยู่ว่าพวกเขาพร้อมจะยอมอ่อนข้อในโครงการนิวเคลียร์ตามที่เขาเรียกร้องหรือไม่” แชปิโรกล่าว  

“ผมคิดว่าเป็นไปได้ยาก เราไม่เคยเห็นอิหร่านยอมอ่อนข้อในลักษณะนั้นมาก่อน ดังนั้นผมคิดว่าโอกาสที่พวกเขาจะยอมตามข้อเรียกร้องเหล่านั้นมีไม่มาก ซึ่งหมายความว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ประธานาธิบดีจะต้องตัดสินใจเรื่องการโจมตีทางทหารด้วยตัวเอง” เขากล่าวเสริม  

ตลาดมีอุปทานเพียงพอ  

รัฐบาลทรัมป์ระบุว่ายังคงหวังที่จะหาทางออกทางการทูตต่อข้อพิพาทเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน โดยโฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ กล่าวเมื่อวันพุธว่า การที่อิหร่านยอมทำข้อตกลงนั้นจะเป็น “ความคิดที่ฉลาดมาก”  

มาร์ไทน์ แร็ตส์ หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ กล่าวว่า แม้ว่าตลาดน้ำมันโลกโดยรวมจะอยู่ในภาวะที่ “มีอุปทานเพียงพออย่างมาก” แต่ก็ยังมีปัจจัยสำคัญสามประการที่คอยพยุงราคาอยู่  

“ความกังวลเกี่ยวกับอิหร่านอย่างชัดเจน อีกทั้งการเข้าซื้อที่มากผิดปกติของจีนเพื่อวัตถุประสงค์ในการสำรองน้ำมัน ทำให้ต้องตั้งคำถามว่าพวกเขาจะทำอย่างไรกับสต็อกเหล่านี้ และนอกจากนี้ เรายังมีอัตราค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูงมาก” แร็ตส์กล่าวกับรายการ “Europe Early Edition” ทางซีเอ็นบีซี เมื่อวันศุกร์  

“ในบรรดาปัจจัยทั้งสาม ข้อที่โดดเด่นที่สุดแน่นอนก็คือประเด็นเรื่องอิหร่าน” แร็ตส์กล่าวนักกลยุทธ์จากธนาคาร Barclays กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า แม้ตลาดหุ้นโดยรวมจะเพิกเฉยต่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นส่วนใหญ่จนถึงตอนนี้ แต่ความตึงเครียดได้ทวีความรุนแรงขึ้น นับตั้งแต่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ กล่าวหาอิหร่านว่าล้มเหลวในการหารือเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า “เส้นแดง” (red lines) ควบคู่ไปกับรายงานเรื่องการเสริมศักยภาพทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้  

“เราเชื่อว่าหากมีการโจมตี ก็น่าจะถูกจำกัดระยะเวลาและมีการกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน (เช่น เป้าหมายนิวเคลียร์ ขีปนาวุธพิสัยไกล) เช่นเดียวกับเมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว” กลุ่มนักกลยุทธ์ระบุในบันทึกวิจัย  

“ด้วยความที่การเลือกตั้งกลางเทอมจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ และรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องความสามารถในการรับภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคชาวอเมริกัน เราคาดว่าความพร้อมที่จะยอมรับช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นมากอย่างยืดเยื้อ และอาจรวมถึงความสูญเสียด้านชีวิตคนด้วยนั้น จะมีจำกัด” พวกเขากล่าวต่อ “ดังนั้น หากความขัดแย้งกำลังจะเกิดขึ้นจริง เรามองว่ามีแนวโน้มสูงว่าจะเป็นเหตุการณ์ระยะสั้น”