‘ทาคาอิจิ’ แถลง Takaichi-Nomics หลังคว้าชัย กับนโยบายเศรษฐกิจ ‘3 เสาหลัก’ ปลุกยักษ์ใหญ่เอกชนควักเงินลงทุน-การทูตที่แข็งกร้าว-การคลังยืดหยุ่น
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” เตรียมเปิดประชุมรัฐสภาด้วยแผนเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่เน้นการใช้กลไกภาครัฐเข้าสนับสนุนเพื่อดึงดูดให้ภาคเอกชนกล้าลงทุนในอุตสาหกรรมสำคัญ โดยเป้าหมายหลักคือ การวางรากฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวให้กับประเทศ
‘3 เสาหลัก’ นโยบายเศรษฐกิจ
ในวันนี้ (19 ก.พ.69) พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) แถลงสุนทรพจน์ครั้งแรก หลังจากที่คว้าชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์จนได้เสียงข้างมากอย่างท่วมท้น โดย ทาคาอิจิ จะเน้นย้ำ 3 เสาหลัก คือ การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์, การคลังที่ยืดหยุ่นแต่เคร่งครัด และการทูตที่แข็งกร้าว
เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศ ทาคาอิจิ เตรียมปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณใหม่ จากเดิมที่ต้องอนุมัติกันปีต่อปี เป็นการวางแผนงบประมาณต่อเนื่องหลายปี เพื่อให้ภาคเอกชนมั่นใจในทิศทางของรัฐบาล และกล้าที่จะลงทุนในโครงการระยะยาวมากขึ้น
ทาคาอิจิ เน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องเป็นผู้นำในการกระตุ้นการลงทุนผ่านความร่วมมือกับเอกชน โดยต้องลงทุนทั้งในด้านการบริหารความเสี่ยง และการสร้างการเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปรากฐานการจัดทำงบประมาณครั้งใหญ่ของญี่ปุ่น
รัฐบาลจะใช้กองทุนระยะยาวมาสนับสนุนนโยบายต่างๆ เพื่อให้การใช้จ่ายของรัฐมีความชัดเจน และคาดการณ์ได้ ซึ่งจะช่วยจูงใจให้บริษัทเอกชนยอมทุ่มงบประมาณไปกับการทำวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี และการเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น
ด้าน รัฐมนตรีคลัง ซัตสึกิ คาตายามะ ยืนยันว่ากำลังเร่งประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อให้งบประมาณปีหน้าผ่านการอนุมัติทันสิ้นปีงบประมาณนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยพยายามดึงความร่วมมือจากทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน
ยกระดับการป้องกันประเทศ
นอกจากเศรษฐกิจแล้ว ทาคาอิจิ จะส่งสัญญาณเรื่องการแก้ไขกฎหมายความมั่นคงถึง “3 ฉบับ” เพื่อปรับปรุงยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ และการสร้างกองทัพให้ทันสมัย
ดังนั้น คาดว่าจะมีการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม และมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมความมั่นคงภายในประเทศอย่างจริงจัง
สำหรับท่าทีต่อจีน ทาคาอิจิยังคงรักษาภาพลักษณ์ผู้นำที่เด็ดขาด โดยพยายามแสดงจุดยืนที่มั่นคงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็ระมัดระวังไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงเกินความจำเป็น
ตลอด 4 เดือนที่ดำรงตำแหน่ง ทาคาอิจิแสดงให้เห็นว่าไม่ยอมอ่อนข้อต่อแรงกดดันจากจีน โดยเฉพาะคำกล่าวที่ว่า "การที่จีนรุกรานไต้หวันอาจเป็นเหตุผลทางกฎหมายให้ญี่ปุ่นต้องส่งกองทัพเข้าร่วม" ซึ่งเธอยังคงยืนยันคำเดิมแม้จะถูกทางการจีนคัดค้านอย่างหนัก
อ้างอิง Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





