วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

สัญญาณเสี่ยง ‘ตลาด Private Credit’ บิ๊กเนมในนิวยอร์ก Blue Owl จำกัดการไถ่ถอนเงิน

สัญญาณเสี่ยง ‘ตลาด Private Credit’ บิ๊กเนมในนิวยอร์ก Blue Owl จำกัดการไถ่ถอนเงิน

บริษัทจัดการลงทุนรายใหญ่ Blue Owl จำกัดการไถ่ถอนกองทุนหลัก หลังคำขอถอนเงินทะลุเพดาน เร่งขายพอร์ตสินเชื่อ 1.4 พันล้านดอลลาร์คืนเงินนักลงทุน เขย่าความเชื่อมั่นในตลาดสินเชื่อนอกตลาดมูลค่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์

แรงกดดันในภาคธุรกิจสินเชื่อนอกตลาด (Private Credit) กลับมาเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้ง หลังจาก "บลู อาวล์ แคปิทัล อิงค์" (Blue Owl Capital Inc.) ผู้จัดการสินทรัพย์ทางเลือกรายใหญ่จากนิวยอร์ก ประกาศ "จำกัดการไถ่ถอน" จากหนึ่งในกองทุนหลัก ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงราว 10% แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปีครึ่ง และกำลังสร้างความวิตกในตลาดมูลค่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์

บริษัทประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า นักลงทุนในกองทุน Blue Owl Capital Corp II หรือ OBDC II จะไม่สามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนเป็นรายไตรมาสได้อีกต่อไป โดยกองทุนจะคืนเงินผ่านการจ่ายเป็นงวดจากกระแสเงินสด การชำระคืนเงินกู้ และการขายสินทรัพย์แทน

ก่อนหน้านี้ กองทุนต่างๆ ของบลูอาวล์ทั้ง OBDC II และ Blue Owl Capital Corporation ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดทั้งคู่ พุ่งเกินเพดานมาตรฐาน 5% ต่อไตรมาส ขณะที่กองทุนด้านเทคโนโลยี Blue Owl Technology Income Corp หรือ OTIC ยังมีคำขอถอนเงินสูงถึงราว 15% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV)

เพื่อจัดหาเงินสดคืนนักลงทุน Blue Owl เปิดเผยว่าได้ขายพอร์ตสินเชื่อแบบปล่อยกู้ตรง (direct lending) มูลค่าประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์ใน 3 กองทุน โดยดีลส่วนใหญ่ขายใกล้มูลค่าพาร์ เฉลี่ยที่ราว 99.7% ของมูลค่าที่ตราไว้

สัญญาณเตือนล่วงหน้า?

เคร็ก แพ็กเกอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทยืนยันว่าการขายสินทรัพย์ในระดับราคาดังกล่าวเป็นสัญญาณแข็งแกร่ง สะท้อนคุณภาพพอร์ตการลงทุน พร้อมยืนยันว่ากองทุนอาจคืนเงินได้ถึงครึ่งหนึ่งภายในสิ้นปี 2026 นี้

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวกำลัง "จุดชนวนความกังวล" ในตลาด Private Credit ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยนักวิเคราะห์บางรายตั้งคำถามว่านี่อาจเป็น “สัญญาณเตือนล่วงหน้า” ต่อความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการประเมินมูลค่าในตลาด Private Credit ที่มีมูลค่าถึงราว 1.8 ล้านล้านดอลลาร์

แรงกระเพื่อมยังลามไปยังหุ้นของบริษัทจัดการสินทรัพย์ทางเลือกรายใหญ่หลายแห่งในวอลสตรีท ซึ่งรวมถึง Ares Management Corp., Apollo Global Management Inc., Blackstone Inc., KKR & Co Inc. และ TPG Inc. ที่ปรับตัวลงไปตามๆ กัน

ด้านเอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้ "เพิ่มความเข้มงวดด้านเงินกองทุน การเปิดเผยข้อมูล และการทดสอบภาวะวิกฤต" ในตลาด Private Credit โดยเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจกระทบเงินออมของนักลงทุนรายย่อย

เงินแห่ไหลออก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวตอกย้ำความเสี่ยงที่นักลงทุนรายย่อยต้องเผชิญ เมื่อทยอยเข้าสู่การลงทุนในสินเชื่อนอกตลาด หรือ Private Credit ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว แม้โดยทั่วไปนักลงทุนจะได้รับอนุญาตให้ไถ่ถอนเงินลงทุนบางส่วนได้ในแต่ละไตรมาส แต่การจ่ายเงินดังกล่าวอาจถูกจำกัด หากคำขอถอนเงินสูงเกินเพดานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

กองทุนในกลุ่มบริษัท BDC หรือบริษัทลงทุนที่ปล่อยกู้ให้ธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก ทำหน้าที่เป็นผู้ให้กู้นอกระบบธนาคาร และเป็นกลไกสำคัญของตลาด Private Credit จากผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ทั่วทั้งตลาด กำลังเผชิญภาวะเงินทุนไหลออก หลังคำขอไถ่ถอนพุ่งสูงขึ้น นักลงทุนใน BDC ที่มีสินทรัพย์มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ยื่นคำขอถอนเงินรวมกว่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 200% จากช่วงก่อนหน้า ตามรายงานของ Robert A Stanger & Co. ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนขนาดเล็กที่ติดตามอุตสาหกรรมนี้อย่างใกล้ชิด